โพสต์

รีวิวการดูดไขมัน

เหตุผลที่ฉันตัดสินใจทำดูดไขมันต้นขา.. และรีวิวหลังครบ 1 เดือน

✅ ทำไมถึงตัดสินใจดูดไขมัน? 1️⃣ ไม่ว่าฉันจะออกกำลังกายแค่ไหน ความหนาของขาก็ลดลงได้แค่นิดเดียวจริงๆ เส้นขาและไขมันที่อยากเอาออกก็ไม่ยอมลดลงเลย... 2️⃣ ไขมันบริเวณสะโพกข้างต้นขาเด่นมาก พอใส่กางเกงแล้วขาดูสั้น ดูใหญ่ และอึดอัด 3️⃣ เพราะเวลาซื้อเสื้อผ้าต้องซื้อให้พอดีกับต้นขาและสะโพกแทนที่จะเป็นเอวหรือน่อง สุดท้ายแฟชั่นก็ไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็นแค่ชุดที่เอาไว้ปกปิดร่างกายเท่านั้น (แน่นอนว่า ยกเว้นวันที่ร้อนมากๆ ฉันก็ไม่ใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นแล้ว..) 4️⃣ ความไม่สมดุลระหว่างช่วงบนกับช่วงล่าง... รูปร่างหนักช่วงล่างสุดๆ... เพราะอย่างนั้นความหนาของไขมันบริเวณสะโพกข้างต้นขาถึง 4 ซม...!!?!! ✅ ทำไมถึงเลือก [Clinic A]?? 1️⃣ ยังไม่ทันพูดปัญหาของตัวเองจบด้วยซ้ำ!! มีแค่คุณหมอและผู้จัดการของโรงพยาบาลนี้ที่มองออกและพูดให้ก่อนด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ 2️⃣ การที่พนักงานของ [Clinic A] เองก็ยังมาดูดไขมันกับคุณหมอ Park Seung-am!! 👉👉 แค่นี้ก็ทำให้การตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลไปแล้ว 50% 3️⃣ ความเชื่อใจและความหวังจากคำว่า “จะทำให้สวยๆให้นะ” “จะทำออกมาแบบนี้ให้” 4️⃣ ฉันก็ใส่ใจกับความสะอาดของโรงพยาบาลด้วย (ภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลสำคัญกับฉันเป็นการส่วนตัว) 5️⃣ รู้สึกว่าการแบ่งงานของพนักงานชัดเจนมาก และจัดเวลานัดหมายให้ลูกค้าแต่ละคนได้ดี (ไม่ดีเลย์ และไปแต่ละครั้งก็ไม่ต้องเบียดกับคนเยอะ) 6️⃣ ที่สำคัญที่สุดคือบริเวณแผลเปิดต้องสำคัญ และมี 4 จุดอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่ค่อยเห็นที่ถูกปิดบังไว้ 👉👉 นั่นเป็นจุดที่ตอกย้ำการตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลอย่างสิ้นเชิง (ตอนนี้ผ่านไป 1 เดือนแล้ว รอยแผลไม่ใหญ่ และดูไม่เหมือนรอยแผลดูดไขมัน เลยชอบมาก) ✅ ช่วง 3 วันหลังผ่าตัดถึง 1 สัปดาห์แรก ✅ 1️⃣ ศึกกับอาการบวมที่เหมือนจะระเบิดตั้งแต่เข่าไปถึงข้อเท้า หลังเท้า และนิ้วเท้าเริ่มขึ้นแล้ว เพราะบวมจนข้อพับงอไม่ได้ T_T ฉันเจออาการบวมหนักจนคิดว่าแบบนี้โอเคจริงเหรอ (ขึ้นบันไดลำบาก รองเท้าใส่ได้แบบ Crocs เท่านั้น การเดินก็ช้าลง เหมือนมีฉันคนเดียวที่เป็นสโลว์โมชั่น..) 2️⃣ เขาให้เดินเยอะๆ และแน่นอนว่าถ้าอยู่ท่าเดิมนานๆ หรืออยู่นิ่งๆ ขาจะรู้สึกแข็ง พอตื่นนอนฉันจะคลายขาแล้วเดินวนในห้องนั่งเล่น บอกว่าต้องขยับตัวถึงจะฟื้นตัวไว ฉันเลยเดินลากๆ ช้าๆ เหมือนขาช้างแต่ก็พยายามเดินให้เยอะ 3️⃣ รอยช้ำก็ชัดมาก มีรอยฟกช้ำสีม่วงน้ำเงินแน่นอน ช้ำลงไปถึงฝ่าเท้า และเข่าก็ม่วงไปหมด 4️⃣ เคยเห็นรีวิวที่บอกว่าไปเข้าห้องน้ำทีไรขนลุกทุกครั้ง แต่ตรงที่สัมผัสชักโครกมันเจ็บจริง แต่ยังไม่ถึงกับขนลุก สิ่งที่น่ากลัวสำหรับฉันไม่ใช่ตรงนั้น แต่เป็นขั้นตอนถอดแล้วใส่ชุดกระชับกลับเข้าไปใหม่ต่างหาก ใส่แบบส่งๆ ไม่ได้ ต้องดึงให้รอยย่นของชุดกระชับไปอยู่ที่ขาหนีบและแนวใต้ก้น ส่วนบริเวณอื่นๆ (ต้นขา) ต้องดึงให้ตึงไม่มีรอยย่น ซึ่งมันทำให้ข้อมือฉันเจ็บมากจริงๆ ฉันรู้สึกเหมือนหลังเข่าและขาหนีบจะถูกตัดออกไป.... ✅ ช่วงสัปดาห์ที่ 1 ถึงสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด ✅ 1️⃣ พอครบ 1 สัปดาห์ ราวๆ วันที่ 10 บริเวณต้นขาด้านในก็เริ่มร้อนแบบบ้าๆ แล้วแสบจี๊ด กลายเป็นตุ่มๆ ทำให้อาการกังวล+ทรมานพุ่งถึงขีดสุด พอโทรหาโรงพยาบาล เขาบอกว่าเป็นปฏิกิริยาปกติ เขาบอกว่าต้นขาด้านในเป็นตำแหน่งที่เกิดพังผืด/ก้อนแข็งได้ง่าย ให้ใส่ชุดกระชับ 24 ชั่วโมงให้ดี (ฉันเดาว่าความร้อนกับความเจ็บน่าจะมาจากการเกิดพังผืดนี่แหละ) 2️⃣ อาการบวมที่เข่าลดลงเล็กน้อย แต่บวมที่หลังเท้ายังหนักมาก 3️⃣ น้ำหนักขึ้นจากก่อนผ่าตัด 3~4 กก. (เพราะต้องกินยาเลยกินครบ 3 มื้อ+ของว่าง แล้วก็คิดเอาว่าเป็นน้ำหนักจากอาการบวม) ✅ ช่วงสัปดาห์ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 4 หลังผ่าตัด ✅ 1️⃣ น้ำหนักเริ่มลดลงทีละน้อย 2️⃣ ชุดกระชับใส่สบายขึ้น 👉 ต้องเอาเข้า 3️⃣ ตัดไหมหลัง 2 สัปดาห์ (ไม่เจ็บเลย) เขาบอกว่าต้องทำความสะอาดต่ออีก 2 วัน 4️⃣ ตั้งแต่คืนวันที่ตัดไหม อาการบวมก็เริ่มยุบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับปาฏิหาริย์ของการตัดไหมเลย 👉 กระดูกหลังเท้าเห็นชัด T_T ขาก็ดูยาวขึ้น T_T 5️⃣ เอาชุดกระชับไปแก้ทรง (แม้จะอยู่ใกล้โรงพยาบาล แต่ช่วงเวลาที่แก้ทรงได้ค่อนข้างลำบาก ต้องเลือกเวลาไปให้ดี นี่คือข้อเสียข้อเดียว..) 🙏🏻 แนะนำให้ไปในตอนที่ใส่ชุดกระชับไปเลย เขาแก้ให้เร็วมาก 6️⃣ ดูแลด้วยคลื่นความถี่สูง 4 ครั้ง ฉันด้วยตารางเวลาเลยไป 2 ครั้ง ครั้งละ 2 เซสชัน แน่นอน! เจ็บแต่สบายมาก รู้สึกแม้กระทั่งกล้ามเนื้อยังนิ่มลง ความแข็ง/ก้อนพังผืดลดลงจนจับได้ และเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแล้ว ความเจ็บนี้ไม่ใช่อะไรเลย!! 7️⃣ นั่งพื้นลำบาก ถ้าเป็นคนใช้ชีวิตแบบนั่งพื้นก็ต้องมีเก้าอี้ ต้องทำทุกอย่างตอนนั่งอยู่ (ฉันซื้อสตูลเล็กๆ มาอันหนึ่งเพื่อเอาไว้พาดขาได้) ✅ 1 เดือนหลังผ่าตัด ~ ✅ 1️⃣ ยังงอเข่าได้ไม่สุด 2️⃣ ท่าขัดสมาธิก็ยังทำได้ไม่ค่อยดี 3️⃣ เขาบอกให้ใช้โฟมโรลเลอร์ เจ็บมากแต่ฉันก็ทำอยู่ 4️⃣ เขาบอกว่าสามารถออกกำลังกายได้ (รวมถึงเวทเทรนนิ่ง) 5️⃣ ก้อนพังผืดลดลงไปมากแล้วแต่ยังมีอยู่ และต้องใช้เวลาอีก ฉันเองก็คิดว่าจะไปทำดูแลด้วยคลื่นความถี่สูงเพิ่มอีก ถ้าจะให้พูดเรื่องการดูดไขมันสั้นๆ ก็... No Pain No Gain จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ โดยไม่เจ็บเลย^^ ⁉️ แล้วฉันแนะนำดูดไขมันไหม? ⁉️ การดูดไขมันไม่ได้แปลว่าเส้นทางลดน้ำหนักของฉันจบลง ฉันยังจะคุมอาหารและออกกำลังกายต่อไป แต่เพราะการผ่าตัดดูดไขมัน ฉันรู้สึกว่าตัวเองลดน้ำหนักได้แบบไม่กดดันตัวเองมาก และเครียดน้อยลง ตอนนี้ก็ยังออกกำลังกายทีละนิด กินตอนที่กิน และคุมตอนที่ต้องคุม เลยเครียดน้อยลง บางทีเพราะอย่างนี้ ตอนนี้ฉันถึงทะลุช่วงน้ำหนักคงที่สุดโหดได้แล้ว และพอเห็นน้ำหนักที่ลดลงกับฟิตของเลกกิ้งที่ไม่เคยใส่ได้มาก่อน ฉันก็รู้สึกมีความสุขกับการลดน้ำหนักเป็นครั้งแรกในชีวิต ~~ ฉันจะพยายามรักษาขานี้ไว้ให้ดีเพื่อไม่ต้องทำซ้ำอีก และจะดูแลต่อไปอย่างจริงจัง โดยเฉพาะต้นขาเป็นส่วนที่ขยับบ่อยมาก เพราะงั้นถ้าคิดจะผ่าตัดก็ต้องยอมรับทั้งความเจ็บและความไม่สบายด้วย ช่วง 2 สัปดาห์แรกฉันบอกคนรอบตัวว่าจะไม่ดูดไขมันอีกแน่นอน และจะไม่แนะนำใครทำอีกเด็ดขาด..!!! แต่พอเห็นขาที่ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กับการปั่นลู่วิ่ง 10 ชั่วโมงถึงจะได้มา กลับเห็นในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ ก็ต้องบอกว่าการทนความเจ็บและความทรมานเพื่อผ่าตัดนั้นคุ้มมาก คุ้มมากจริงๆ หลังตัดไหมที่ต้นขาและทำดูแลด้วยคลื่นความถี่สูง ไม่รู้ตัวเลยว่าฉันไปยืนอยู่หน้ากระจกในห้องปรึกษา แล้วกำลังรับคำปรึกษาเรื่องดูดไขมันช่วงบนอยู่แล้ว ^^ เพิ่มเติม น้ำหนักที่เปลี่ยนไปคือ ก่อนผ่าตัด 62~63kg ➡️ ช่วง 1 สัปดาห์ 65~66kg ➡️ หลัง 1 เดือน 60kg~ 👀 ถ้าไว้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง 👀 1️⃣ วันผ่าตัดแนะนำให้มีผู้ติดตามมาด้วย และเตรียมหมวก ชุดเดรสโอเวอร์ไซส์หลวมๆ และรองเท้าที่ใส่ง่ายถอดง่ายไว้ด้วย (ขนส่งสาธารณะใช้ไม่ได้แน่นอน ให้เรียกแท็กซีล่วงหน้า) 2️⃣ เพราะ 3 วันอาบน้ำไม่ได้ ตอนสระผมขณะยืน ฉันได้ประโยชน์มากจากฝักบัวที่สามารถปิดเปิดน้ำได้ที่ด้ามจับ (ห้ามงอขา ❌ ห้ามใช้เท้าแทนมือ ❌ ) ตอนล้างช่วงบน ผ้าเช็ดตัวอาบน้ำแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งสะดวกมากจริงๆ 3️⃣ ถ้าเอาโลชั่นหรือเจลว่านหางจระเข้ไปทาเพราะสงสารผิวที่ช้ำ จะใส่ชุดกระชับไม่ค่อยเข้า 4️⃣ รอยกดของชุดกระชับล้างยังไงก็ไม่ออก ถ้ามี 2 ชุดจะสลับซักสลับตากแล้วใส่ได้ ชีวิตจะสะดวกขึ้น แต่เพราะต้องใส่ 24 ชั่วโมงแค่ 2 สัปดาห์ และหลังตัดไหมจะใส่แค่ 12 ชั่วโมง ดังนั้นซื้อโดยคำนึงถึงตรงนี้ก็น่าจะดี ฉันมีแค่ 1 ชุด ชุดกระชับแห้งเร็วมาก และที่สำคัญ 2 สัปดาห์ผ่านไปเร็วมาก แน่นอนว่าไม่ชอบเห็นรอยกดพวกนั้นเหมือนกันนะ^^ 5️⃣ ถ้าถามว่าหลังผ่าตัดควรพักกี่วัน ฉันเป็นพนักงานออฟฟิศและผ่าตัดก่อนชูซ็อก ก็เลยพักในช่วงวันหยุดชูซ็อก ถ้าพักได้ก็ดีแน่นอน แต่ฉันก็เดินวนในห้องนั่งเล่นและออกไปเดินเล่นที่บ้านด้วย

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้