ผิวฉันค่อนข้างบอบบางและเป็นแผลเป็นง่าย เลยเริ่มหาข้อมูลเรื่องศัลยกรรมจมูกแบบปิดตั้งแต่แรก และที่โรงพยาบาลใหญ่พอสมควรในกังนัม (ดูจากโฆษณาในอินสตาแกรม) ก็ได้คุยปรึกษาตั้งแต่ผู้ประสานงานจนถึงคุณหมอ โดยคุยกันในแบบศัลยกรรมจมูกแบบปิดทั้งหมด
มีอธิบายข้อดีข้อเสียของแบบปิดกับแบบเปิดไว้ด้วยว่า แบบปิดจะยกจมูกให้สูงมากไม่ได้ ส่วนแบบเปิดจะมีรอยแผลเป็นในระดับที่ใช้เมคอัพปิดได้ แต่สามารถออกแบบได้มากกว่า
แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่าถ้ามีแผลเป็นจะเครียดมากแน่ๆ และเพราะงานของฉันก็แต่งหน้าไม่ได้ด้วย (ฉันก็ย้ำเรื่องนี้ตอนปรึกษากับคุณหมอด้วย) เรื่องอื่นฉันไม่สน ขอแค่ลดปลายจมูกที่เชิดขึ้นให้ลงมาแบบธรรมชาติได้เท่าที่จำเป็นก็พอ เลยยอมตกลงแค่นั้น
(เรื่องการออกแบบส่วนอื่นฉันก็ไม่ได้อยากได้อะไรเพิ่มเลย ถ้าจะทำแบบเปิดก็คงอยากยกให้สูงกว่านี้หรือทำแบบอื่นไปแล้วแหละ ;)
ฉันเลือกทำศัลยกรรมแบบปิดเพื่อแก้เฉพาะปลายจมูก โดยใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกที่อยู่ในจมูกของตัวเอง แน่นอนว่าเพราะเป็นแบบปิด ฉันก็ไม่ได้กังวลเรื่องแผลเป็นเลย แค่รอเอาผ้าก๊อซออกแล้วก็จัดตารางนัดหมายถัดไปไปเรื่อยๆ
ตอนที่มีผ้าก๊อซอุดอยู่ก็ถูกเทปปิดไว้จนมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว แต่วันนี้พอไปเอาผ้าก๊อซออก ตอนเขาสอนวิธีทายา กลับเห็นว่ามีแผลกรีดใต้จมูกและมีรอยเย็บด้วย
คนที่เอาผ้าก๊อซออกบอกว่าทำแบบเปิด ฉันตกใจมากเลยถามว่า ฉันเริ่มต้นด้วยแบบปิดมาตลอด พูดอะไรน่ะ เขากลับบอกว่าในบันทึกการผ่าตัดของฉันระบุว่าเป็นแบบปิด แต่ดูจากรอยตัดใต้จมูกตอนนี้แล้วเป็นแบบเปิด และถ้าจะปรับผนังกั้นจมูกก็คงต้องเปิดออกก่อน ;;;
ตอนนี้ผู้ประสานงานที่ดูแลเคสก็ไม่อยู่ คุณหมอก็ไม่อยู่วันนี้ เขาเลยบอกว่าจะโทรหาแล้วให้ฉันกลับบ้านก่อน ฉันเองก็มึนไปหมด พอกลับบ้านก็ได้คุยกับผู้ประสานงานทางโทรศัพท์
สรุปว่าเป็นการผ่าตัดแบบเปิดจริง เขาบอกว่าระหว่างผ่าตัดมีอะไรสั่น/ขยับเยอะเลยต้องเปลี่ยนเป็นแบบเปิด เท่าที่ฉันเข้าใจ แบบปิด/แบบเปิดมันเป็นเรื่องของการมองเห็นในระหว่างผ่าตัดไม่ใช่เหรอ ฉันไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
อย่างที่สอง ตอนพักฟื้นหลังผ่าตัด คุณหมอควรจะเข้ามาอธิบาย แต่เขาบอกว่าตอนนั้นคุณหมอมีผ่าตัดอีกเคสเลยมาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นพยาบาลที่ดูแลฉันตั้งแต่ตอนพักฟื้นจนถึงตอนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลไม่พูดอะไรกับฉันสักคำเลยมันสมเหตุสมผลเหรอ แบบปิดกับแบบเปิดมันน่าจะต้องมีคำแนะนำการดูแลต่างกันตั้งแต่ต้น ฉันก็พูดแบบนั้น แต่ตรงส่วนนั้นก็ . . . . . อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
แถมผู้ประสานงานที่รับผิดชอบก็ยังไม่รู้จนถึงวันนี้เลยว่าฉันถูกผ่าตัดแบบเปิด
ตอนนี้เขาบอกให้รอจนตัดไหมแล้วค่อยดูอาการตามนัดของคุณหมอแล้วค่อยคุยกันอีกที แต่แค่ไหมที่ปลายจมูกตอนนี้ก็ทำให้ฉันรำคาญจนไม่เป็นอันทำอะไร . . เครียดมาก
เขาบอกว่าจะดูแลเรื่องแผลเป็นให้ แต่ฉันก็ยังกังวลว่าต้องเดินทางไปกลับกังนัม 3-4 ชั่วโมงเพื่อไปทำแผลเป็นแค่อย่างเดียวนี่สิ
เขาบอกว่าสัปดาห์หน้าจะให้เจอคุณหมอแล้วค่อยตัดสินใจต่อ แต่ระหว่างนี้ก็คงต้องคุยกันเรื่องแนวทางรับมือแล้วจะเสนออะไรให้ฉันใช่ไหม?
เพราะเป็นโรงพยาบาลใหญ่ ฉันเลยรู้สึกว่าคงจะเริ่มด้วยการบอกว่าคุณหมอก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน และฉันเองก็ไม่รู้จะรับมือยังไง
มีใครเคยเจอประสบการณ์แบบนี้บ้างไหม?
ทำหัตถการโดยเปลี่ยนวิธีผ่าตัดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคนไข้ แค่คิดว่าเป็นโรงพยาบาลใหญ่ก็อุ่นใจแล้ว แต่ ; เครียดและหดหู่มากเลยอะㅡ