เอาซิลิโคน, กระดูกอ่อนซี่โครงจากผู้บริจาค, ผนังกั้นโพรงจมูก, พังผืด, กระดูกอ่อนใบหู, และเมกาเดิร์มที่เคยปิดทับสันจมูกไว้ (ดูดซึมไปแล้ว เหลือเป็นแผลเป็นคล้ายเนื้อพังผืด จึงขูดออก) ออกทั้งหมดแบบนี้ แล้วตอนเอาออกก็ใช้ผนังกั้นโพรงจมูกที่เอาออกมาได้ (บอกว่าครั้งก่อนเก็บไปเยอะมาก) มาช่วยเสริมผนังกั้นโพรงจมูกของฉันเองพร้อมกับดัดให้ส่วนที่คดตรงขึ้น (บอกว่าคดบิดเบี้ยวมาก) แล้วก็ตัดส่วนนั้นออกมาอีกนิดเอาไปใส่เป็นค้ำยันเพื่อพยุงคอลัมเมลลาที่ทรุดลงให้ตั้งตรง (ไม่ใช่ค้ำเพื่อยกปลายจมูกนะ บอกว่าพอจมูกนุ่มลงทีหลังก็เหมือนกัน) เพื่อเติมส่วนที่เป็นรูจากการกรอฮัมพ์ในผ่าตัดครั้งก่อน ก็ทำ osteotomy ด้านขวาของฮัมพ์ แล้วก็แก้ปีกจมูกซ้ายที่ถูกบีบแคบให้กางออกด้วย
ช่วงหนึ่งฉันทำงานประจำอยู่ 3 เดือน (เดิมเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว) เป็นที่ที่การกลั่นแกล้งจากหัวหน้าค่อนข้างหนัก ตั้งแต่วันแรกที่ไปทำงาน ฉันรู้สึกเหมือนมีเส้นผมเส้นหนึ่งติดอยู่บนสันจมูก เลยพยายามจะปัดผมออกตลอด แต่ก็ไม่มีผม มีแค่ความคันยุบยิบไม่หยุด ยิ่งเกายิ่งลอก ผิวก็ลอกออกเรื่อย ๆ เกาก็ไม่หายคัน.. รู้สึกเหมือนซิลิโคนที่อยู่ในจมูกกำลังคันยังไงยังงั้น พอทนงานนั้นไม่ไหวก็ลาออก แล้วก็เริ่มวิตกทันทีว่าในจมูกจะติดเชื้อไหม พอเข้ามาหาข้อมูลในชุมชนนี้เรื่องการเอาออกก็เจอสามตัวหลักพอดี เลยคิดว่าใช่ที่นี่แล้ว เลือกร้านหนึ่งแล้วนัดปรึกษาและผ่าตัดทันที
แต่การปรึกษาครั้งแรกต้องรออีก 3 สัปดาห์ พอผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์หลังลาออก อาการคันยุบยิบกลับหายไปอีก เลยเริ่มลังเลว่าจะผ่าตัดดีไหม แต่ก็ไม่อยากใช้ชีวิตแบกระเบิดเวลานี้ไว้ และจู่ ๆ ความรู้สึกอึดอัดจากชีวิตทำงานก็แปรเปลี่ยนเป็นความคิดว่าอยากใช้ชีวิตสบาย ๆ ด้วยจมูกที่นุ่มลงดูบ้าง เหมือนจะทนอะไรที่ไม่สบายไม่ได้อีกแล้ว
ก็เลยคิดว่า ถึงจะดูไม่สวยก็ช่าง ขอใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสบายไปสักครั้งเถอะ สุดท้ายเลยตัดสินใจเอาออก เพราะจมูกจากการผ่าตัดแก้ครั้งก่อนมันคดไปคดมา ถูกบีบ คอลัมเมลลาทรุด และเละเทะไปหมด การตัดสินใจก็เลยง่ายขึ้นด้วย ถ้าเป็นจมูกที่สวยกว่านี้ อาจจะยังไม่อักเสบและไม่มีปัญหาใหญ่ ก็อาจจะคิดว่า ทนความไม่สบายบ้างแล้วอยู่ต่อไปดีไหมนะ?
ยังไงก็ตาม ฉันก็ผ่าตัดเอาออกแล้ว และตั้งแต่หลังผ่าตัดทันทีที่ไม่มีความรู้สึกแปลกปลอมและจมูกเบาขึ้นก็รู้สึกดีมาก เหมือนได้มีชีวิตขึ้นมาเลย วันนี้เป็นวันที่ 8 แล้ว
เพราะฉันอ่านโพสต์เกี่ยวกับการเอาออกทั้งหมดในชุมชนนี้อย่างละเอียดแล้ว เลยอยากช่วยได้บ้าง จึงมาโพสต์ไว้
ด้านซ้ายคือรูปก่อนผ่าตัดที่โรงพยาบาลถ่ายให้ก่อนเอาออก และด้านขวาคือรูปวันนี้ วันที่ 8 หลังเอาออก เมื่อวานไปตรวจอาการวันที่ 7 ที่โรงพยาบาล ทำไมเขาไม่ถ่ายรูปให้ก็ไม่รู้
พยายามถ่ายให้คล้ายที่สุดแล้ว แต่ภาพตรงหน้ามุมมันต่างกันนิดหน่อย บริเวณที่เคยกรอฮัมพ์กับส่วนที่แก้ปีกจมูกที่ถูกบีบแคบ ทางโรงพยาบาลแปะแผ่นเมกาเดิร์มอันเล็กกลมไว้ให้
ถ่ายด้วยกล้องหน้าเลยความคมชัดไม่ค่อยดี เมกาเดิร์มเลยดูไม่ค่อยออก
ดังนั้นรูปคอลัมเมลลาสุดท้ายฉันใช้กล้องหลังถ่าย เพราะกลัวว่าจะมีคนสงสัยเรื่องแผลคอลัมเมลลา
ขนาดรูจมูกกับความเอียงของคอลัมเมลลาจะออกมาต่างกันไปตามมุมที่ถ่าย
ตอนฉันมองในกระจก ถ้ามองจากด้านล่างมาก ๆ จะมองไม่เห็น ก็เลยรู้สึกว่ามันตั้งตรงดี แต่สามีที่มองจากมุมเงยสุด ๆ ก็บอกว่าดูเหมือนยังคดนิดหน่อยเหมือนเดิมบ้าง หรือไม่ก็บอกว่าโอเคดี
ถ้าลองถ่ายรูปจากด้านล่าง มันก็จะออกมาต่างกันนิดหน่อยตามมุม ถ้าขยายดูอย่างละเอียดมาก ๆ แล้วกลับภาพดู แกะดูไปมา ก็จะรู้สึกว่าเอ๊ะ มันคดคล้ายเดิมนิดหน่อยไหมนะ? แต่เรื่องนี้เหมือนเป็นระดับที่มีแค่ฉันที่รู้ หรือแม้แต่ฉันเองก็อาจไม่รู้.. เหมือนเป็นขั้นที่ไม่มีใครรู้เลยจริง ๆ
ภาพหน้าตรงของสันจมูกยังบวมอยู่เยอะเลย กลายเป็นจมูกโด่งพอง ๆ แก้ไขส่วนที่ถูกบีบแคบแล้ว ทำไมอีกฝั่งถึงดูเหมือนถูกบีบแคบไปอีกล่ะ คงเป็นบวมล่ะมั้ง?
ส่วนไลน์ด้านข้างนี่คือไลน์ที่ฉันอยากได้มาตลอดทุกครั้งที่ผ่าตัดเลย
แต่ทุกคนในชุมชนบอกว่านี่คือบวม เดี๋ยวจะยุบลงจนเตี้ยเหมือนจมูกเดิมของฉันอีก ฉันไม่มีดั้งช่วงหว่างคิ้วตั้งแต่เกิด จมูกก็กว้างนิดหน่อย ฮัมพ์ก็มี และปลายจมูกก็ตก ดังนั้นฉันแค่อยากให้เวลาหยุดอยู่แบบนี้ไปเลย
ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่าจมูกกำลังนุ่มลงอย่างชัดเจน เพราะใช้ชีวิตกับจมูกแข็งมาตลอด 24 ปี แค่ปลายจมูกนุ่มขึ้นนิดเดียวก็รู้สึกแปลกใหม่มาก
รูปรูจมูกภาพสุดท้ายค่อนข้างเห็นแล้วขนลุกนิดหน่อย แต่ฉันก็โพสต์ไว้เผื่อคนที่เหมือนฉันซึ่งหลังผ่าตัดจมูกแล้วหายใจทางจมูกข้างหนึ่งไม่ค่อยดีจะได้ใช้ดูเป็นข้อมูล
ฉันหายใจทางรูจมูกขวาได้ไม่ค่อยดีตั้งแต่หลังผ่าตัดแก้ครั้งก่อนเมื่อปีที่แล้ว ในรูปก็เห็นใช่ไหมว่าด้านบนแคบและเหมือนอุดอยู่?
ตอนนี้ยังเหมือนก่อนผ่าตัดอยู่เพราะบวมหรือเปล่า พอใกล้จบการผ่าตัดครั้งนี้ ตอนฉันตื่นจากยาสลบและพูดประโยคแรกคือ “คุณหมอคะ หายใจได้แล้ว!”
แล้วก็เย็บด้วยไหมและเก็บงานจนเสร็จ แต่พอตอนใส่เฝือกดามจมูกอีกครั้ง การหายใจก็กลับอึดอัดขึ้นมา
ดังนั้นเมื่อวานตอนถอดเฝือก ฉันคิดว่าจะหายใจโล่งทันที แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ฉันรู้สึกผิดหวังมากเพราะจำความรู้สึกหลังผ่าตัดทันทีได้แล้ว
แอบคิดด้วยว่า ตอนใส่เฝือก ผนังกั้นโพรงจมูกคดอีกแล้วหรือเปล่า?
ในภาพ ด้านขวาคือผนังกั้นโพรงจมูก เห็นไหมว่ามันนูนออกมา?
อีกด้านของผนังกั้นโพรงจมูกเอียงเข้าไปเล็กน้อย ประมาณ 1 มม.?
แต่พอมองสันจมูกจากภายนอก เหมือนโครงสันจมูกของฉันเองก็เอียงคดแบบนั้นอยู่แล้ว? ตอนแก้ครั้งก่อนฉันก็คิดว่าซิลิโคนเอียงเฉียงเข้าไป แต่พอเอาออกแล้วดูเหมือนว่ากระดูกของฉันเดิมทีก็เป็นแบบนั้น
ดูเหมือนแนวแกนจมูกเดิมของฉันจะคดอยู่แล้ว ดังนั้นผนังกั้นโพรงจมูกก็คงคดไปตามรูปนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม เพราะเอากระดูกอ่อนซี่โครงจากผู้บริจาคที่หนาออกไปด้วย เลยเห็นด้วยตาเปล่าจากข้างนอกว่าดีขึ้นมาก
เมื่อวานตอนกลับไปตรวจอาการวันที่ 7 แล้วบอกว่าหายใจทางขวาไม่ค่อยดี และรู้สึกเหมือนผนังกั้นโพรงจมูกทรุดลง คุณหมอก็เลยบอกว่าถ้ากังวลจะให้ดูเองได้ แล้วใช้กล้องส่องตรวจให้ดูว่าทางเดินหายใจโล่งดี และผนังกั้นโพรงจมูกตั้งตรงดี บอกว่าของในจมูกเดิมมันเหมือนถ้ำ ไม่ได้ตรงเป็นเส้นเป๊ะ ๆ อยู่แล้ว
ตอนเจอคุณหมอทันทีหลังผ่าตัดเอาออก คุณหมอก็บอกฉันแล้วว่าผนังกั้นโพรงจมูกคดบิดเบี้ยวมาก
ดูจากภายนอกไม่ใช่ทั้งหมดสินะ ฉันก็แค่เชื่อว่าเขาช่วยดัดให้ตรงได้ดีแล้ว
ส่วนที่หายใจลำบากยังคิดว่าเป็นเพราะบวมอยู่ ก็ต้องรอดูไปก่อน
ฉันเอาคัตตอนบัดไปคาไว้ในช่องแคบ ๆ นั้นหลายวันเพราะคิดว่าจะช่วยขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้นหน่อย แล้วก็รู้สึกว่าผนังกั้นโพรงจมูกเองก็น่าจะคด เลยใช้คัตตอนบัดดันอยู่เรื่อย ๆ กลายเป็นว่าดูเหมือนเยื่อเมือกจะบวมมากขึ้นอีก แบบนี้ไม่ควรกลายเป็นแผลเป็นพังผืดนะ
พอเมื่อวานฟังคุณหมอแล้วเชื่อว่าผนังกั้นโพรงจมูกถูกดัดให้ตรงดี วันนี้ฉันก็ไม่แตะมันอีกเลย ปรากฏว่าบวมค่อย ๆ ยุบลง ทำให้หายใจได้ดีขึ้นอย่าง微น้อย
เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาเช็กดู
ถ้าก้อนที่นูนทางซ้ายคือแผลเป็นพังผืดจริง ๆ (เกิดตั้งแต่การผ่าตัดแก้ครั้งก่อน) แล้วหลังจากบวมยุบหมดแล้วยังหายใจอึดอัดอยู่ ฉันคงไปถามหมอหูคอจมูกทีหลังว่าเล็กน้อยนั้นจะตัดออกได้ไหม
ฉันไม่ได้แนะนำหรือไม่แนะนำโรงพยาบาลไหน การผ่าตัดเป็นการเลือกและการตัดสินใจของฉันเอง
ฉันคิดว่าทุกการผ่าตัดย่อมมีผลลัพธ์เล็กใหญ่ที่ทั้งหมอและฉันเองก็ไม่อาจคาดเดาได้เสมอ ดังนั้นฉันไม่คิดว่าเพราะของฉันออกมาดี คนอื่นจะต้องดีด้วย หรือเพราะของฉันออกมาแย่ คนอื่นจะต้องแย่ด้วย
เพราะงั้นขอให้ทุกคนดูแต่ข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบแล้วตัดสินใจให้ดีนะ
ฉันเป็นคนค่อนข้างอ่อนไหวและทุกครั้งที่ผ่าตัดจะเครียดจนเป็นปัญหาทางใจ แต่ว่าครั้งนี้รู้สึกว่าโชคดีจริง ๆ
ตอนนี้ฉันจะไม่ทำศัลยกรรมอีกแล้ว
คนเราธรรมชาติที่สุดสวยที่สุด
ไม่ใช่งานที่ได้ค่าจ้างด้วย แต่พิมพ์มาตั้งหลายชั่วโมงจนเหนื่อยมาก
หวังว่าความพยายามของฉันจะช่วยทุกคนได้บ้าง!
ขอให้ทุกคนตัดสินใจได้ดีและได้ผลลัพธ์ที่ดีนะ~
แล้วก็สำหรับคนที่ยังไม่ผ่าตัดจมูก
อย่าผ่าตัดเด็ดขาด!! จมูกที่ฉันทำตอนอายุ 19 ก็ไม่ค่อยพอใจอยู่แล้ว แต่ก็ใช้ชีวิตกับมันไปเรื่อย ๆ - จนปลายจมูกตกมากเลยไปแก้เมื่อปีที่แล้ว
ตอนนั้นคิดว่าอย่างน้อยต้องดีกว่าจมูกเดิมแน่ ๆ
แต่จมูกเดิมมีแค่ปลายตกเท่านั้น
พอแก้ครั้งที่สองกลับคดไปคดมา คอลัมเมลลาทรุด และหายใจไม่ออก..
การผ่าตัดมีเรื่องที่ฉันคาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ
เพราะงั้นอย่าไปคิดว่าแค่ตรงนี้แก้นิดเดียวก็น่าจะสวยแล้ว
จากสิบคนมีหนึ่งหรือสองคนที่ดี ที่เหลืออาจเจอทั้งสันจมูกเอียง ผนังกั้นโพรงจมูกคด รูจมูกไม่สมมาตร คอลัมเมลลาคด แผลคอลัมเมลลา จมูกเชิด จมูกแหลม จมูกแบบอวตาร บอกให้ยกสูงนิดเดียวแต่กลับยกสูงมากไป รูปร่างปลายจมูก รูปร่างคอลัมเมลลา ฯลฯ และยังอาจไม่พอใจในรูปทรง ทั้งยังมีปัญหาการหายใจแบบใช้งานไม่ได้ด้วย เป็นต้น
แต่ถ้าผ่าตัดแล้วพัง ก็ไม่ใช่ว่าความผิดของหมออย่างเดียว
มีหมอคนไหนอยากทำให้รูจมูกไม่เท่ากัน หรือใส่ซิลิโคนเอียงบ้างล่ะ
ทุกคนคงตั้งใจทำให้สวยที่สุดตอนผ่าตัดทั้งนั้น
เพราะประสบการณ์ยังไม่มาก เลยคงคาดไม่ถึงว่าภายหลังผนังกั้นโพรงจมูกจะคดใช่ไหม
ถ้าจะหลบเลี่ยงความเป็นไปได้ทั้งหมดนั้นแล้วได้คนที่ทำออกมาสวยจริงและอยู่กับจมูกนั้นไปตลอดชีวิต โดยต้องรับมือกับวันที่อาจเกิดการอักเสบหรือจมูกหดรั้งในอนาคตได้ ถ้าใครรับไหวก็ผ่าตัดเถอะ
ถ้าไม่ใช่ ก็อยู่กับจมูกธรรมชาติที่สวยที่สุดของตัวเองไปดีกว่า
พออายุเกินสี่สิบ คนรอบตัวที่เคยทำจมูกตอนยี่สิบกว่า ๆ ช่วงนั้นสวยก็จริง แต่ตอนนี้ผิวบางลงจนเห็นซิลิโคนชัด ใบหน้าก็แก่ลง แต่จมูกยังเหมือนเดิม ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติและเห็นชัดว่าทำมา
พอใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ มาตรฐานความงามก็เปลี่ยนตลอด ช่วงนี้ดูทีวีก็เห็นแต่คนที่ดูทำออกมาจนเหมือนกันไปหมด ไม่ได้ดูเป็นคนสวยเลย
คนที่ไม่ได้ทำต่างหากที่ดูสวยที่สุด
ทุกคน จมูกของพวกเธอสวยอยู่แล้ว
อย่าเอาแต่ตกแต่งภายนอก จงดูแลข้างในให้ดี
ขอให้เป็นคนที่น่ามองยิ่งขึ้นเมื่อมองไปนาน ๆ ไม่ใช่แค่คนที่อยากให้ดูสวยในแวบแรก
อย่าได้เสียใจทีหลังหลังผ่าตัดเพราะไม่ฟังพี่เลยนะ ได้โปรด ได้โปรด ใช้ชีวิตต่อไปในสภาพที่สวยที่สุดตอนนี้นั่นแหละ!!