โพสต์

ปรึกษาศัลยกรรมตา

รีวิวจากชุมชน Respec

ตอนปรึกษาก็ถือว่าดีตรงที่เขาอธิบายอย่างเรียบๆ สุขุมว่าผลลัพธ์น่าจะออกมาเป็นยังไงตอนมองที่หน้าผาก ปัญหาคือเรามาด้วยความกังวลเรื่องหน้าผากกว้างกับ M shape แต่อีกฝ่ายบอกว่าการแก้ส่วนหน้าผาก M แทบเป็นไปไม่ได้ และทำได้แค่ลดแนวไรผมลงมาเฉยๆ ตอนนี้เราไปทำที่อื่นแล้ว และพอทำลดหน้าผากก็จัดการส่วน M shape ได้แบบเกลี้ยงมาก เส้นออกมาสะอาดสุดๆ เราไม่ค่อยเข้าใจนะ แต่เดาว่าเขาอาจคาดหวังว่าพอทำให้หน้าผากแคบลงก่อน แล้วอนาคตคงจะมาทำปลูกผมแนวไรผมต่อที่นี่ เลยลดความกว้างหน้าผากก่อน แล้วคาดหวังให้มาปลูกผมที่นี่ด้วยมั้ง ตอนปรึกษาเขาดูพื้นที่ที่กังวลแบบละเอียด และเช็กความสมมาตรไปด้วย เลยรู้สึกไว้ใจ แต่พอไปดูที่อื่นถึงได้รู้ว่าที่นี่ไม่ได้อธิบายวิธีการลดหน้าผากแบบเฉพาะเจาะจงเลย ว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง หรือเขาคิดว่าพูดไปก็ไม่เห็นจำเป็นอะไร และจริงๆ มีเรื่องอยากพูดเกี่ยวกับการปรึกษาเยอะมาก อย่างแรกเลยคือไม่ได้ยัดเยียดหัตถการเสริมอะไร และจนกว่าจะวางมัดจำเขาก็ยังค่อนข้างสุภาพอยู่ แต่เหตุผลที่ไม่พอใจก็คือ 1. บังคับจองวันเดียวกันค่อนข้างแรง แบบว่าต้องจองวันนี้ถึงได้ราคานี้ อะไรทำนองนั้น 2. พอบอกว่าจะจองวันนี้ เขาก็จะพูดทันทีว่า อ๋อ งั้นจะส่งตรวจเลือดนะ แล้วก็ให้ตรวจเลือดไปเลย แต่ระหว่างนั้นคนเจาะเลือดเก่งมาก เจาะดีสุดๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย อันนี้พอใจมาก 3. ทันทีที่ตรวจเลือด เงินมัดจำประมาณ 100,000 วอนจะไม่มีวันได้คืนไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ค่าตรวจเลือดปกติประมาณ 10,000 ถึง 30,000 วอน แต่ถ้าอ่านเอกสารยินยอมวางมัดจำดีๆ จะเห็นว่าเขาเก็บ 100,000 วอนในชื่อค่าตรวจเลือดเท่านั้น แต่ปากพูดก็แค่บอกว่าจะรับมัดจำ 100,000 วอน สรุปคือมัดจำ 100,000 วอนนั้นเอาคืนไม่ได้ ปกติแล้วก่อนผ่าตัดกฎการคืนมัดจำจะมีระบุไว้ตามกฎหมาย แต่พอเขาบอกว่านี่คือเงินที่เก็บในนามค่าตรวจเลือด ก็เลยบังคับอะไรไม่ได้ และเอาเงินคืนไม่ได้ โครงสร้างมันคือเรียกว่ามัดจำ แต่เอาค่าตรวจเลือด 10,000 ถึง 30,000 วอนมาเก็บ 100,000 วอน แล้วทำให้ไม่ต้องคืนมัดจำได้ ปัญหาคือเขาไม่ได้บอกว่าเป็นค่าตรวจเลือดจริงๆ แล้วก็เร่งให้เซ็นสัญญาแบบนี้ตรงนี้เซ็นตรงนี้ รีบๆ ไป ทำให้เราไม่ได้เห็นชัดว่ามันจะถูกคิดเป็นค่าตรวจเลือด 100,000 วอน และพอตรวจเลือดแล้วมัดจำจะขอคืนไม่ได้ อีกทั้งตอนพูดก็ทำให้เข้าใจผิดเหมือนว่ามัดจำกับค่าตรวจเลือดเป็นคนละอย่าง ตอนคุยเรื่องราคาเราก็เปิดอัดเสียงไว้เผื่อไว้ พอหลังจากนั้นไปคุยเรื่องเงินมัดจำที่เขาพูดเหมือนว่าไม่ใช่ค่าตรวจเลือดกับผู้จัดการ พอพูดถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายก็แสดงอาการไม่พอใจชัดเลยแล้วพูดประมาณว่า "แปลว่าคุณอัดเสียงเหรอ? นั่นหมายความว่าสิ่งที่คุยกับพนักงานและหมอของเราทั้งหมดถูกอัดไว้เลยสิ" คนที่มาตรวจปรึกษาโดยเฉพาะเรื่องราคา ไม่มีใครไม่รู้ใช่ไหมว่าต้องอัดเสียงไว้ ต่อให้หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็รับมือไม่ได้ถ้าไม่มีการอัดเสียง เราบอกว่า "ตามกฎหมาย การอัดเสียงจำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเราเอง และถ้าเราเป็นคู่สนทนาอยู่ด้วย การอัดเสียงก็ไม่ผิดกฎหมาย" เขาก็ตอบว่า "ตอนนี้ฉันไม่ได้พูดเรื่องกฎหมาย" พอเรายกหลักฐานว่าพวกเขาพูดให้เข้าใจผิดระหว่างตรวจเลือดกับมัดจำได้ ทำไมถึงมาหงุดหงิดว่าอัดเสียงทำไม จริงๆ ถ้าเราไม่มีหลักฐาน คนที่เสียเปรียบก็คือเราอยู่ดี เงินก้อนนั้นไม่มีก็ไม่เป็นไรหรอก แต่จะมาเก็บ 100,000 วอนเป็นค่าตรวจเลือดแล้วโกรธเรื่องอัดเสียงนี่มันสมเหตุสมผลตรงไหน พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าที่อื่น สุดท้ายก็ไปทำผ่าตัดแนวไรผมที่อีกที่หนึ่ง แล้วยังทำเพิ่มอีก 2 อย่างคือการยกกับการเปิดหางตา ราคาก็แทบพอๆ กัน แต่ผลลัพธ์ดีมาก เพราะไปทำที่อื่นเลยทำส่วน M shape ที่ที่นี่บอกว่าทำไม่ได้ได้ด้วย แถมปรับสัดส่วนกับเปิดหางตาออกมาเป็นธรรมชาติมาก จนเรารู้สึกว่าดีแล้วที่มีปัญหากับที่นี่ จริงๆ ตอนแรกถ้าทำแล้วออกมาดี เราก็คิดจะทำวิดีโอรีวิวเองแล้วลงทั้งภาษาเกาหลีและจีน แต่ของที่อีกที่ทำออกมาดีจนเราอยากช่วยโปรโมตให้เอง และคิดซ้ำเป็นร้อยๆ ครั้งว่าดีแล้วที่ไม่ได้ทำที่นี่ พอหน้าผากแคบลงนิดหน่อย ช่องว่างตามจุดต่างๆ ก็เริ่มทำให้เรารู้สึกกังวล เลยเผลอคิดขึ้นมาว่า จะปลูกผมด้วยดีไหม? เดิมทีเราคิดว่าจะลองคุยเรื่องคืนเงินก่อน แล้วถ้าไม่ได้ก็จะเอาเงินก้อนนั้นไปเป็นมัดจำปลูกผม แต่พอทั้งสัญญาและท่าทีตอนคุยก็คือ.. เกินไปมาก เงินที่ไม่ได้คืนจริงๆ เราไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ แต่เพราะท่าทีแบบนั้น เราคงไม่มีทางกลับมาอีกแน่นอน

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้