โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

รีวิว 2 เดือนหลังทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าที่ No Jonghoon Plastic Surgery

ในที่สุดก็ครบ 2 เดือนพอดีหลังจากทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าไปแล้ว ช่วง 2 สัปดาห์แรกเหมือนเวลาจะไม่เดินเลย แต่พอ 2 เดือนกลับรู้สึกว่าผ่านไปเร็วมาก.. พอถึง 1 เดือนฉันก็พูดทุกอย่างที่อยากพูดไปหมดแล้ว เลยเหมือนตอนนี้จะไม่มีอะไรให้พูดเพิ่มแล้ว

<อาหาร> หมอบอกว่าให้หลีกเลี่ยงของเหนียว ๆ อย่างต๊อกหรือเนื้อเป็นเวลา 4 เดือน ช่วง 1 เดือนแรกฉันยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่พอเข้าเดือนที่ 2 ก็เริ่มแยกได้คร่าว ๆ จากความรู้สึกว่าอะไรเคี้ยวได้อะไรเคี้ยวไม่ได้ ปากยังอ้ากว้างไม่ได้ เลยต้องหั่นชิ้นใหญ่ให้เล็กลงก่อนกิน และถ้าอะไรที่ไม่แน่ใจว่าจะเคี้ยวได้ไหม ก็จะลองใส่ปากเคี้ยวดู ถ้าไม่ไหวก็จะคายทิ้ง ข้าวกับเส้นต่าง ๆ ถ้าไม่เหนียวนุ่มเกินไปหรือข้าวตังไม่แข็งก็ทานได้หมด ขนมก็ได้ทุกอย่างยกเว้นแบบแข็ง ๆ ขนมปังก็เหมือนกัน ยกเว้นแบบเหนียวหรือแข็งก็ทานได้หมด ตัวอย่างเช่นถ้าไปกินข้าวข้างนอกแล้วสั่งข้าวหน้ากุ้งกับปลาแซลมอนที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ก็หั่นปลาแซลมอนกับกุ้งด้วยกรรไกรแล้วเคี้ยวกินได้สบาย

<การนอน> ถึง 2 เดือนหมอยังบอกให้นอนหงายอยู่ ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนเลยเหมือนจะพลิกตัวไปมา แต่ตอนกึ่งหลับกึ่งตื่นถ้าเผลอนอนตะแคง ข้างโหนกแก้มจะรู้สึกตึง ๆ นิดหน่อย เลยตั้งใจว่าจะใช้หมอนรองคอต่อไปจนถึง 4 เดือน การนอนอ้าปากก็ลดลงจากช่วง 1 เดือนแรก ตอนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่นอนจะอ้าปาก (แต่หมอนรองคอน่าจะมีส่วนอยู่เหมือนกัน เพราะเดิมทีฉันไม่ได้นอนอ้าปาก)

<อาการบวม> ความเร็วในการยุบเริ่มช้าลง แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาก็ถือว่ายุบลงไปเยอะอยู่ บางคนบอกว่าต้องรอถึง 6 เดือนถึงจะเห็นผล เลยคงแค่รอไปเรื่อย ๆ ก็พอ! โดยเฉพาะช่วง 1 เดือนแรกฉันรู้สึกว่าอาการบวมไหลลงมาด้านล่างจนทำให้เหนียงดูชัดขึ้น แต่พออาการบวมค่อย ๆ ยุบลง เรื่องนี้ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

<แผลเป็น> ฉันติดพลาสเตอร์ที่ทางโรงพยาบาลให้มาเรื่อย ๆ แต่พอผมข้างแก้มยาวขึ้นจริง ๆ ก็แปะไม่ค่อยติดแล้ว เลยโทรถามโรงพยาบาลเรื่องครีมทาแผลเป็น เพราะรู้สึกว่าแผลยุบช้ากว่าที่คิด ทางโรงพยาบาลบอกว่าตัวครีมเองไม่ได้มีความหมายมากนัก ให้ซื้อพวก Dermatix จากร้านขายยามาใช้ได้เลย แต่ดูเหมือนเวลาจะเป็นยาดีที่สุด เพราะพอถึงเดือนที่ 2 ส่วนที่เคยนูนขึ้นมาก็ยุบลงไปเกือบหมดแล้ว เพื่อน ๆ ก็ยังบอกว่าถ้าไม่สังเกตใกล้ ๆ ก็ไม่เห็น

<การขยับใบหน้า> ช่วง 1 เดือนแรกถ้าเทียบเหมือนคนเพิ่งไปทำหัตถการผิวแรง ๆ มา หน้าจะยังไม่ค่อยแสดงสีหน้า แต่ตอนนี้เริ่มมีสีหน้าแล้ว ถึงจะยังเก้อ ๆ และไม่ค่อยสบายอยู่ก็ตาม รอยยิ้มกับหน้าบึ้ง :( ก็ขยับได้มากกว่าก่อนเยอะ

<อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติ> ตอน 1 เดือนฉันเขียนไว้ว่าความรู้สึกที่เหงือกเหมือนจะกลับมาหมดแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่ใช่! ตอนนี้ก็ยังค่อย ๆ กลับมาอยู่.. บริเวณโหนกแก้มกับแนวกรามก็เริ่มกลับมารู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกมันคล้าย ๆ คันยุบยิบ ชอบเผลอเกาเบา ๆ ตลอด ตอนที่ยังบวมมากกว่านี้ก่อนหน้านี้ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรเลยเลยไม่ทันสังเกต แต่พอความรู้สึกค่อย ๆ กลับมา ก็ยิ่งรู้สึกหนัก ๆ ว่าหน้าตัวเองตอนนั้นบวมแค่ไหน ช่วงถึง 2 เดือนบางวันโหนกแก้มจะมีอาการจี๊ด ๆ เป็นบางครั้ง หรือมีไมเกรนเป็นพัก ๆ วันละหลายครั้ง แต่พอใกล้ครบ 2 เดือนก็เริ่มลดลง ตอนนี้เหลือประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (เขาบอกว่าเป็นอาการปกติ)

<ความพึงพอใจ> ตอนนี้ความพึงพอใจยังสูงอยู่! (แน่นอนว่าฉันก็รู้ว่าหลายคนพูดกันว่าต้องรอดูเวลาผ่านไปก่อนถึงจะรู้ และฉันก็รู้เรื่องนี้ก่อนผ่าตัดอยู่แล้ว..) ก่อนหน้านี้เวลาคนอื่นถ่ายรูปให้ ฉันต้องแต่งหน้าจัด เอาผมมาบังโหนกแก้มบ้าง คางบ้าง แล้วก็ต้องเลือกมุมให้ดี ถึงจะบังหน้าทรงเหลี่ยมได้เป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้แค่รวบผมให้ตึง ออกไปเดินเล่นแบบหน้าสด แล้วถึงจะยกคางถ่ายแบบมั่ว ๆ ก็จะไปสะดุดตาที่องค์ประกอบบนหน้า มากกว่ารูปหน้า เพราะหน้าดูเล็กลง ทุกคนก็พูดว่าดูสัดส่วนดีขึ้น เหมือนตัวสูงขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่หน้าทรงเหลี่ยม แต่ก่อนหน้านี้องค์ประกอบบนหน้าก็ออกจะดุ.. T_T แต่เพื่อน ๆ บอกว่าดูนุ่มขึ้นแล้ว

<อื่น ๆ> ฉันลองหาเครื่องดูแลที่บ้านเพราะอยากให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น พอถามโรงพยาบาล เขาบอกว่าใช้เครื่องดูแลที่บ้านได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ฉันเลยซื้อ Nmode Pro มา แต่ในคู่มือเขียนว่าไม่ควรใช้ถ้ามีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย.. ที่หน้าฉันก็มีหมุดอยู่ และก็มีครอบฟันด้วย.... ยังกลัวเลยไม่กล้าลอง ใครที่เคยใช้หลังทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าช่วยมารีวิวหน่อย... T_T เดี๋ยวครบ 3 เดือนแล้วจะกลับมาลงรีวิวอีกครั้ง!!

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้