ขอมาเขียนรีวิววันที่ 14 หลังผ่าตัดเลยนะ พอผ่านสัปดาห์แรกไปแล้วจะสบายขึ้นมาก และพอเข้าใกล้สัปดาห์ที่ 2 อาการบวมก็ยุบลงเร็วมาก ตอนนี้ยังมีบวมเล็กน้อยตรงขมับ และที่แก้ม โดยเฉพาะบวมแบบเหมือนอมลูกกวาดไว้ในปากยังค่อนข้างชัด เพราะต้องกินยาปฏิชีวนะ 1 สัปดาห์ ช่วงตั้งแต่วันที่ 3 หลังผ่าตัดฉันเลยดื่มแต่ Yeowoo Tea ซึ่งเป็นชาลดบวม พอกินยาปฏิชีวนะหมดแล้วก็ไปซื้อ Danggwisusan (Bruna) ที่ร้านขายยาเอามากิน แต่กินไปประมาณ 5 วันก็ท้องเสีย.. (บนแพ็กเกจมีเขียนไว้ว่าถ้าแพ้แลคโตสอาจท้องเสียได้) เลยกลับไปดื่มแต่ Yeowoo Tea อย่างเดียว แล้วทางโรงพยาบาลก็บอกว่าการเดินคือดีที่สุดในการลดบวม ฉันเลยเดินแทบทุกวัน วันละประมาณ 90 นาทีถึง 2 ชั่วโมง รอยช้ำจะขึ้นเหลืองๆ แถวรอบตากับปากช่วงวันที่ 3-5 แล้วก็หายไปหลังจากนั้น ไม่กลับมาอีก พอครบ 1 สัปดาห์ก็เอาก๊อซหนาๆ ที่รองอยู่ในผ้ารัดหน้าออกได้ด้วย ซึ่งเรียกว่า tap gauze และผ้ารัดหน้าก็เหลือแค่ต้องใส่วันละ 12 ชั่วโมง ชีวิตเลยสบายขึ้นมาก! ฉันใส่หน้ากาก ผ้ารัดหน้า แล้วก็กดฮู้ดลงมาปิดเวลาเดินเล่น (ไม่มีใครจำได้เลย! ช่วงสัปดาห์แรกผ้าพันหนามาก แล้วถึงจะใส่หน้ากาก ตรงตั้งแต่ตาขึ้นไปก็บวมจนเห็นชัด พอสบตาใครทุกคนก็มองหมด) หลายคนบอกว่าสายรัดมันเจ็บ แต่สำหรับฉันช่วงสัปดาห์แรกกลับใส่ไว้สบายกว่าด้วยซ้ำ (เพราะบวมมาก ถ้าไม่ใส่หน้าจะรู้สึกหนัก..) ช่วงต้นสัปดาห์ที่ 2 ผ้ารัดบางลงก็สบายขึ้น แต่พอราวๆ วันที่ 12 พอใส่ผ้ารัดแล้วกลับรู้สึกว่าเลือดไหลเวียนไม่ดี หูและริมฝีปากก็เจ็บ พอไปโรงพยาบาลวันที่ 14 คุณหมอบอกว่าฉันใส่ผ้ารัดได้ถูกต้องดีแล้ว แต่จากนี้ไม่ใช่ว่ายิ่งใส่นานยิ่งดี ต้องคอยดูอาการไปด้วย ถอดผ้ารัดออกแล้วจะเห็นว่าบวมค่อยๆ ไหลลงข้างล่าง หวังว่าจะยุบเร็วๆ นะ~! ส่วนบริเวณจอน หลังตัดไหมในสัปดาห์แรก คุณหมอบอกให้แปะเทปขาวๆ คล้ายพลาสเตอร์ต่ออีกประมาณ 2 เดือน (บอกว่าช่วยเรื่องการดูแลแผลเป็น) แต่ฉันรู้สึกว่าก่อนครบ 2 เดือน จอนฉันน่าจะยาวออกมาก่อนแล้วมั้ง? แล้วฝั่งซ้ายแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นเลย! ฝั่งขวาก็ส่องกระจกไม่เห็น ต้องถ่ายรูปถึงจะเห็นนิดหน่อย ต้องแปะเทปให้ขยันหน่อย,, ช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัดฉันแทบจะกินได้แค่โจ๊กข้าวขาวที่บดละเอียดมากจริงๆ (ให้ความรู้สึกเหมือนกินเพื่อจะได้กินยาปฏิชีวนะเท่านั้น) ตั้งแต่หลังจากนั้นจนก่อนตัดไหมในวันที่ 14 ฉันกินพวกนี้เป็นหลัก.. - โจ๊กข้าวขาวบดละเอียดมาก จนแทบเหมือนกาวทาผนัง (+ กินคู่กับเชดดาร์ชีส ซอสมะเขือเทศ goghandeusuyo ซึ่งเป็นสาหร่ายดองที่ขายในญี่ปุ่น ฯลฯ) - กล้วยบดแทบไม่เหลือก้อน - ดื่มแต่น้ำซุปของซุปถั่วงอกที่ไม่ปรุงอะไรเลย - น้ำแครอท 100%, น้ำบ๊วยเขียว - แอปเปิล ลูกแพร์ เมลอน ปั่นหลังเอาเมล็ดออก - มันฝรั่ง มันหวานบดจนแทบไม่เหลือก้อน - โยเกิร์ตรสธรรมชาติ, Excellent (ไอศกรีมวานิลลา) (ได้ยินมาว่านมและผลิตภัณฑ์นมกินคู่กับยาปฏิชีวนะอาจทำให้ท้องเสียได้ เลยต้องระวัง แต่ฉันไม่เป็นอะไรเลยกินต่อไป) ฉันวนกินเมนูพวกนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แค่นี้จริงๆ ทุกคนบอกว่าเศษอาหารชอบเข้าไปติดไหมแล้วลำบาก เลยตั้งแต่แรกฉันก็ไม่กินอะไรที่ต้องเคี้ยวเลยสักนิด ฉันกินแต่ของที่ใช้ลิ้นกับเพดานปากกดเบาๆ แล้วกลืนได้ทันที เลยอาจเป็นเพราะแบบนั้นอาหารถึงไม่ติดไหม การบ้วนปากก็เลยไม่ลำบากเท่าไร (ประมาณวันที่ 12 มั้ง อยากกินของเผ็ดมากเลยแอบขโมยซุปราเมนของคนในบ้านมากินไปสองสามอึก เพราะกินรสจืดมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว รู้สึกเหมือนกระเพาะจะฉีก^^) พอราวๆ วันที่ 11-12 คงเพราะแผลในปากเกือบหายดีแล้ว เลยเริ่มรู้สึกว่าไหมมันไม่สบาย ปากเหมือนไม่ค่อยมีเลือดไปเลี้ยง (ริมฝีปากดูซีดๆ) แล้วพอพูดทีไรก็รู้สึกว่าไหมดึงริมฝีปาก.. อยากให้เอาออกเร็วๆ มาก!! เลยนับวันรอถอดไหมอย่างเดียว เช้าวันที่ 14 ไปถึงโรงพยาบาลเพื่อถอดไหม ไหมตรงจอนไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย แต่ไหมในปากหลายคนบอกว่าเจ็บ เลยตึงมาก โชคดีที่เขาให้ยาชาแบบบ้วนปากมา! อาจเพราะยาชา ทำให้ตอนดึงไหมออกเองไม่ได้เจ็บมาก แค่จี๊ดๆ แต่ยังทนได้ระดับแบบโอ๊ยแล้วกลั้นไว้ได้ แต่! ตอนใช้ไม้แท่งเล็กๆ แง้มระหว่างริมฝีปากกับเหงือกเพื่อดึงไหมออกนี่เจ็บ.... ถึงอย่างนั้น พอถอดไหมแล้วก็จะกินอาหารได้หลากหลายขึ้น และการมีไหมคาไว้มันยิ่งอึดอัดกว่า ฉันเลยสะกดจิตตัวเองแล้วทนเอาไว้ พอถอดออกแล้วริมฝีปากก็มีสีเลือดฝาดกลับมา! โอ๊ย ความรู้สึกที่ไหมไม่ดึงอยู่ตลอดนี่สบายสุดๆ!! เพราะไม่ได้เคี้ยวมาสองอาทิตย์ พอถอดไหมแล้วก็ยังเคี้ยวทันทีไม่ได้ ฉันไม่แน่ใจว่าควรเคี้ยวแรงแค่ไหน เลยเคี้ยวแบบคุณยายทีละนิดๆ คุณหมอบอกว่าตลอด 4 เดือนห้ามอ้าปากกว้าง ห้ามกินของเหนียวและแข็งอย่างต็อกบกกีหรือเนื้อ และห้ามอ้าปากกว้าง แล้วฉันควรกินอะไรดีล่ะ?!?! ช่วยคิดไอเดียให้หน่อย เดี๋ยวฉันจะกลับมาพร้อมรีวิวครบ 1 เดือน,,
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review27 เม.ย. รีวิวทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า 2 รายการที่แผนกศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกร
สวัสดีค่ะ ผ่านมา 6 เดือนแล้วหลังจากที่ฉันทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า 2 รายการ (กรามเหลี่ยม, ปลายคาง) ที่แผนกศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกร ฉันกังวลเรื่องใบหน้าไม่สมมาตรและรูปหน้าที่ดูเหลี่ยมมานาน และเผลอแป๊บเดียวก็ผ่านมา 6…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review27 เม.ย. สำเร็จแล้วกับการหลุดพ้นจากกรามเหลี่ยม… ช่วงนี้มีความสุขทุกครั้งที่ส่องกระจก
ในที่สุดฉันก็หลุดพ้นจากกรามเหลี่ยมที่เป็นปัญหากวนใจมาตลอดชีวิตแล้ว แบบว่าคล้าย ๆ กรามเหลี่ยมของพัคคยองริมในสมัยก่อน จะอธิบายยังไงดี ประมาณความรู้สึกนั้น พอนึกถึงช่วงเวลาที่เครียดทุกครั้งที่ส่องกระจก…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review27 เม.ย. รีวิวศัลยกรรมปรับโครงหน้า ที่คลินิกศัลยกรรม ㅍㄹㄷㅇ ในปูซาน
ฉันเคยคิดว่าการศัลยกรรมปรับโครงหน้าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ยังไงก็ต้องทำที่โซลเท่านั้นค่ะ แต่บ้านเดิมของฉันอยู่ใกล้ปูซาน หลังผ่าตัดต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ และต้องรับการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง ถ้าทำที่โซลก็ดูจะลำบากเกินไปในความเป็นจริง…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review26 เม.ย. รีวิว Limited จากชุมชนนี้
รู้สึกว่าพวกเขาใช้แต่ซี่โครงบริจาค ไม่ได้ใช้ซี่โครงตัวเองเลย ความมั่นใจว่า contracture จะไม่เกิดขึ้นแน่นมาก แต่แทนที่จะใช้คัตตอนบัดดึงจมูกให้ดู หรือโชว์ก่อน-หลังแบบ 3D เขากลับแค่ถ่ายรูปหน้าฉัน พิมพ์ออกมา แล้วใช้ดินสอวาดๆ ให้ดูแค่นั้น จบเลย
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review26 เม.ย. ศัลยกรรมโครงหน้า
ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วค่ะหลังจากที่ฉันผ่าตัดโครงหน้า 3 จุด (โหนกแก้ม กรามเหลี่ยม และปลายคาง) ที่ Y Oral and Maxillofacial! ก่อนหน้านั้นไม่ใช่แค่ทำหัตถการตา จมูกเท่านั้นนะคะ…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review26 เม.ย. ทุกคนที่หน้ากลใหญ่มากแต่จับแล้วนุ่มนิ่ม โปรดดูทางนี้!!!!!
ฉันนี่แหละ.... หน้าก็ใหญ่ ใหญ่จริง ๆ ใหญ่และกว้าง ตา จมูก ปากยังพอใช้เมกอัพกลบได้บ้าง แต่รูปหน้าทั้งหมดมันกลบไม่ได้ใช่ไหม การเฉดดิ้งก็มีขีดจำกัด lol ตอนแรกฉันตั้งใจจะทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า เลยไปหาคลินิกที่ดังเรื่องปรับโครงหน้า…