โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า

คุณน้าของฉันทำดึงหน้าด้วยสเต็มเซลล์ที่คลินิกแห่งหนึ่งค่ะ (ยาว…

ก่อน <ก่อนผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด> ปกติคุณน้าไม่ค่อยเล่นคอมมูนิตี้ แต่เพราะผ่าตัดออกมาดี เลยบอกให้ฉันช่วยเขียนรีวิวเพื่อให้คุณหมอไปได้ดี ก็เลยลองมาเขียนรีวิวในคอมมูนิตี้นี้ค่ะ.. ฉันจะเช็กคอมเมนต์กับคุณน้าด้วย ขออย่าให้คุณน้าเสียใจนะคะ!

จนถึงการตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าด้วยสเต็มเซลล์ -

คุณหมอสูงกว่าที่คิด เลยแอบตกใจนิดหน่อย แต่ใจดีมาก และอธิบายให้เข้าใจง่าย คุณน้าเลยชอบค่ะ สมกับที่มีประสบการณ์ทำศัลยกรรมสำหรับวัยกลางคนเป็นหลักมามาก คุณหมอเข้าใจความรู้สึกคนไข้ และอธิบายโดยรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าคนไข้มีความเครียดเรื่องอะไร จึงเชื่อใจได้ คุณน้าบอกว่ารู้สึกว่าคุณหมอจะผ่าตัดให้อย่างจริงใจและปลอดภัยมาก เลยประทับใจมากค่ะ! แถมตั้งแต่ตอนปรึกษา คุณน้าก็เครียดมาก แต่ทั้งคุณหมอและผู้จัดการที่ปรึกษาพยายามช่วยให้ผ่อนคลาย ดูแล้วรู้สึกดี เลยนัดวันผ่าตัดแบบวันสต็อปทันที และวางเงินจองไว้ด้วยค่ะ

การดึงหน้าด้วยสเต็มเซลล์จะกรีดยาวแต่ไม่ให้เห็นเด่นชัด โดยไม่ทำให้จอนผมและรูปทรงหูผิดรูปค่ะ เขาบอกว่าถ้ารอยกรีดยาว จากมุมมองของแพทย์ผู้ผ่าตัด จะมองเห็นชั้น SMAS ได้ง่ายด้วยตาเปล่า จึงยกกระชับได้แม่นยำและปลอดภัยกว่า! (น่าทึ่งมาก..) และเขาบอกว่านี่เป็นการผ่าตัดเฉพาะทางของคลินิกนั้น โดยใช้สเต็มเซลล์ช่วยลดรอยแผลกรีดยาวและทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ต่างจากการดึงหน้าทั่วไป คือก่อนผ่าตัดจะเก็บสเต็มเซลล์ไว้ล่วงหน้า จากนั้นทาสเต็มเซลล์ลงบนชั้น SMAS และหลังผ่าตัดผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ จะต้องทาสเต็มเซลล์บนใบหน้าอีกครั้ง เขาอธิบายแบบนี้ค่ะ (สุดท้ายคือต้องมีขั้นตอนทำหัตถการทั้งหมด 2 ครั้ง!!!)

1) ไปโรงพยาบาลด้วยใจสั่นๆ เพราะเป็นผ่าตัดตอนเช้า 2) ผู้จัดการที่ปรึกษาพาไปห้องพักฟื้น! เปลี่ยนเป็นชุดคนไข้และรอในห้องพักฟื้นส่วนตัว~ 3) ปรึกษากับคุณหมอก่อนผ่าตัด! ตอนนั้นคุณน้าเครียดมาก คุณหมอและผู้จัดการที่ปรึกษาจึงช่วยให้ผ่อนคลายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สบายใจและไว้ใจได้ 4) หลังปรึกษา ถ่ายรูป 5) ถ่ายรูปเสร็จแล้วรอในห้องพักฟื้น พร้อมผ่อนคลายความตื่นเต้น! 6) ผู้จัดการที่ปรึกษาพาเข้าห้องผ่าตัดและเริ่มดมยาสลบ 7) แล้วพอลืมตาขึ้นมา การผ่าตัดก็จบแล้ว.. เขาบอกข้อควรระวังช่วงพักฟื้น แต่ยาสลบยังไม่หมดฤทธิ์ดี เลยจำไม่ได้.. กลับบ้านไปแล้วคุณน้าถึงได้อ่านกระดาษข้อควรระวังหลังผ่าตัดอีกครั้ง ในปากมีสายเลือด.. หูทั้งสองข้างพันผ้าพันแผลไว้ (ถุงระบายเลือด) 8) วันถัดมา (วันที่ 2 หลังผ่าตัด) ไปโรงพยาบาลเพื่อเอาถุงระบายเลือดออกค่ะ (ระหว่างเอาถุงระบายเลือดออก ไม่รู้ว่าบริเวณที่เชื่อมต่อยังมีความรู้สึกอยู่หรือเปล่า ตอนนั้นคุณน้าบอกว่ารู้สึกปวดจี๊ดๆ) หลังจากนั้นเขาตรวจบริเวณผ่าตัด ทายาให้ และเช็กว่าแผลกำลังหายดีไหม และสิ่งสำคัญที่สุด.. คุณน้าบอกว่าเห็นผลหลังผ่าตัดทันทีเลย!! 9) เรื่องอาการปวด มีความรู้สึกตึงดึงเพราะบริเวณที่เย็บ แต่ไม่ได้เจ็บอะไรเป็นพิเศษ และมีปวดหัวเล็กน้อยค่ะ! บวมก็น้อย มีรอยช้ำเล็กน้อยแต่คุณน้าบอกว่าไม่นานก็หาย 10) วันที่ 7 เอาไหมด้านหน้าหูออก ทำหัตถการสเต็มเซลล์ 11) วันที่ 14 เอาไหมด้านหลังหูออก แล้วใช้ชีวิตประจำวันได้ทั้งหมดค่ะ (ไปทำงาน ออกรอบกอล์ฟ ฯลฯ ได้หมด!!)

หลังทำดึงหน้าด้วยสเต็มเซลล์ ผลลัพธ์ดีขึ้นมากจนทุกคนรู้ได้เลย คุณน้าเลยพอใจมาก~ ความมั่นใจในรูปลักษณ์ก็กลับมา ทำให้นิสัยสดใสขึ้นกว่าเดิมอีก~ เพราะคุณน้าอยู่ในวัยที่กำลังผ่านช่วงวัยทอง ก่อนหน้านี้จึงดูค่อนข้างหมดแรงและซึมลงมาก แต่ตอนนี้ออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น และใช้เวลากับคนรู้จักมากขึ้นค่ะ! ไม่ว่าเจอใครก็ชมว่าเด็กลงมาก ผ่าตัดออกมาดีจริงๆ พอคุณน้าได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งดีใจ เลยออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น และพบปะคนรู้จักมากขึ้นค่ะ คุณน้าได้ความมีชีวิตชีวากลับมา และถึงจะอายุมากแล้ว! แต่ได้ความมั่นใจในรูปลักษณ์กลับมา ฉันเลยยิ่งภูมิใจค่ะ~

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้