เขียนไว้เป็นบันทึกเพื่อไม่ให้ลืม ระหว่างไปปรึกษาเรื่องแก้จมูก
ลำดับการปรึกษาคือผู้ประสานงาน–คุณหมอ–ผู้ประสานงาน ไม่มีค่าปรึกษา แต่ตอนเดินทางไปมีคนรออยู่พอสมควร จึงรอ 30 นาทีก่อนเข้าปรึกษากับคุณหมอ ฉันเคยให้รายการคำถามทั้งหมดกับผู้ประสานงานดูแล้ว ตอนคุยกับคุณหมอจึงถามทุกอย่างที่นึกออกแบบอิสระ รู้สึกสบายใจที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเกรงใจแม้จะถามเยอะ แต่คุณหมอพูดค่อนข้างเร็ว คนที่มีนิสัยใจเย็นอาจตามไม่ทัน
สิ่งที่แปลกกว่าที่อื่นคือคุณหมอตรวจข้อต่อขากรรไกรด้วย รู้แม้กระทั่งว่าฉันเคี้ยวด้านไหนมากกว่า และดูเหมือนจะใส่ใจกับความสมมาตรมาก ฉันถ่าย CT ด้วย ไม่พบปัญหาด้านการใช้งานเป็นพิเศษ แต่คุณหมอบอกว่าแม้จะยืนยันไม่ได้แน่ชัด แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่า ดูเหมือนปลายจมูกจะถูกดูดซึมไปค่อนข้างมาก
อย่างแรกเลย ต้องเปลี่ยนซิลิโคนที่สันจมูกแน่นอน และคุณหมอบอกว่าไม่ควรเสริมสันสูงเกินไป แนะนำ 3 มม. เนื่องจากสันจมูกนูนออกมาเล็กน้อย จึงแนะนำให้กรอออกด้วย ต้องกรอส่วนนูนออกเล็กน้อยเพื่อให้สันจมูกเรียบหลังใส่ซิลิโคน ฉันเสียดายนิดหน่อยเพราะจริงๆ อยากเสริมสันให้สูงกว่านี้ แต่ผิวค่อนข้างบาง จึงกำลังคิดว่าจะไม่เสริมสูงเกินไปตามความเห็นของคุณหมอ
ส่วนปลายจมูก ฉันเคยลังเลระหว่างกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคกับกระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเอง แต่คุณหมอแนะนำกระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเอง นอกจากนี้ยังถามเรื่องศัลยกรรมจมูกด้วยอนุภาคกระดูกอ่อนซี่โครงที่สงสัยมานาน แต่คุณหมอไม่แนะนำอย่างมาก ฉันถามเพราะอยากรู้ส่วนตัว และตั้งใจว่าจะถามเรื่องนี้เป็นคำถามประจำทุกครั้งที่ไปปรึกษาแก้จมูกในอนาคต
ฉันถามว่าวันหนึ่งผ่าตัดกี่เคส ได้คำตอบว่าการผ่าตัดที่เกี่ยวกับจมูกจะทำเพียงวันละ 1 เคสเท่านั้น โรงพยาบาลอื่นน่าจะทำวันละ 2 เคสขึ้นไป แต่จุดนี้ถือว่าโอเค ถ้ากังวลเรื่องแผลเป็นจากการเก็บกระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเองมาก ภายหลังสามารถทำ Fraxel ได้ และมีการดูแลหลังผ่าตัด เช่น ฉีดยาลดบวมและ Healite
รู้สึกว่าคุณหมอมีนิสัยค่อนข้างละเอียดอ่อน จึงคาดหวังกับการผ่าตัดอยู่ค่ะ