ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ ทั้งหมด 6 ครั้ง เดิมทีราคา 500,000 วอน แต่ถ้าแสดงบัตรนักศึกษาจะได้ 1 ครั้ง ดูอีเวนต์ในแอป
มีสเตียรอยด์ และทุกครั้งที่ฉีดจะมีการฉีดยาห้ามเลือดด้วย ตอนนั้นไม่ได้คิดว่ารุนแรง ก็เลยทำไป
พูดตามตรง ผลน่าจะมาจากการที่ฉันออกกำลังกายสัปดาห์ละ 6 วัน (เวทเทรนนิ่ง + คาร์ดิโอ) และคุมอาหาร เลยถือว่าฉีดมาเพื่อช่วยเร่งผล ถึงไม่มีสิ่งนี้ฉันก็คงลดได้ แค่ต่างกันที่ความเร็ว
แต่แค่ดูวิดีโอที่อัปโหลดลง YouTube ก็รู้สึกว่าคุณหมอมีความรู้เรื่องสรีรวิทยาและการลดน้ำหนักผิด
1. ห้ามดื่มโปรตีนเชค ห้ามดื่มนมถั่วเหลือง - พูดเหมือนไม่ได้คำนึงถึงโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเลย แถมบอกว่านมถั่วเหลืองไม่หวานมีแคลอรีสูงกว่าโคล่า ดูเหมือนไม่ได้คำนึงถึงโภชนาการเลย
2. พอถึงรอบเดือน น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 1 กก. เขาไม่รู้เรื่องนี้เลย ทั้งที่ฉันน้ำหนักลดลงจริง แต่พอช่วงไหนลดได้น้อยกว่าปกติ เขากลับโยนความผิดมาที่ฉัน ราวกับว่าเป็นเพราะฉันกินเยอะ ทั้งที่พูดตรงๆ ฉันมั่นใจว่าฉันตั้งใจเรื่องอาหารและออกกำลังกายมากกว่าคนไข้คนไหนในโรงพยาบาลนั้น ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องฮอร์โมนและผลกระทบของมัน
3. ห้ามสควอต เวทเทรนนิ่งให้เล่นแต่ช่วงบนเท่านั้น อันนี้คนที่มีความรู้เรื่องการออกกำลังกายฟังแล้วต้องหัวหมุนแน่ เขาบอกว่าสควอตจะทำให้ต้นขาใหญ่ขึ้น แค่ดู YouTube เดี๋ยวนี้ก็รู้แล้วว่าสควอตไม่ได้ทำให้ต้นขาใหญ่ขึ้นเพราะกล้ามเนื้อ (ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าไม่ใช่กรณีกินแบบบิงจ์หรือกินเกินปกติ สควอตทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มแล้วต้นขาใหญ่ขึ้น??? ฟังดูน่ากลัวเหมือนทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อแล้วจะกลายเป็นเศรษฐีเลย) ดังนั้นเขาถึงได้บอกให้เล่นแค่หลังอะไรทำนองนั้น~ ฮ่าๆๆๆ ฉันก็ไม่สนใจแล้วทำทั้งสควอต เดดลิฟต์ เลกเพรสต่อไป ก็ยังลดได้ดี
4. แยกไม่ออกระหว่างจำนวนกับขนาดของเซลล์ไขมัน พอถามว่าหลักการของการฉีดนี้คืออะไร เขากลับทำเหมือนว่าฉันเป็นคนไม่รู้เรื่องเสียเอง แล้วบอกว่ามันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ แค่ลองหาดูก็จะเจองานวิจัยและบทความที่บอกว่าเซลล์ไขมันจะเพิ่มได้ประมาณถึงช่วงวัยเจริญเติบโตเท่านั้น เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมโรคอ้วนในเด็กถึงลดน้ำหนักยากกว่า แต่ทั้งหัวหน้าที่ปรึกษาและคุณหมอก็ตาม
นอกจากนี้ คุณหมอยังดื้อมากๆ อีกด้วย แล้วแม้จะจองคิวไว้ก็ต้องรอ 1 ชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ