โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

รีวิว 1 เดือนของการทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า 3 รายการที่ศัลยกรรมตกแต่งโนจงฮุน

ครบ 28 วันพอดีตั้งแต่วันที่ผ่าตัด วันนี้ก็คือผ่านไป 4 สัปดาห์แล้ว ขอเขียนรีวิวครบ 1 เดือนนะ

ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด เวลารู้สึกเดินช้ามาก แต่พอหลังจากนั้นไปจนถึงครบ 1 เดือนกลับผ่านไปแบบรวดเดียวเลย ช่วงสัปดาห์ที่ 2 ฉันเห็นเลยว่าใบหน้าเปลี่ยนทุกวัน และก็พยายามเดินเล่นทุกวันเพื่อช่วยลดบวม แต่พอถึงวันที่ 14 พอปักหมุดวันนั้นได้ชัดๆ ก็พบว่าอาการบวมยุบเร็วกว่าที่คิดไว้ แล้วพอเริ่มยุ่งกับงานและชีวิตประจำวันเลยละเลยการเดินเล่นไปหน่อย.. ช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 เลยไม่ได้เปลี่ยนแบบชัดมาก

ถึงอย่างนั้น พอเทียบระหว่างเมื่อวานกับวันนี้ก็ดูไม่ต่างกันมาก แต่ถ้าเทียบกับเมื่อ 3-4 วันก่อนจะรู้สึกว่า เอ๊ะ? ยุบไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? อาการบวมมากในแต่ละคนต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยบอกว่าประมาณ 2 เดือน ก็เลยกำลังตั้งตารอหลังครบ 1 เดือนอยู่! ฉันดื่มชาช่วยลดบวมต่อเนื่องตลอด แต่ที่รู้สึกจริงๆ ว่าดีกว่าของลดบวมพวกอื่น คือการเดินเล่นธรรมดานี่แหละ ถ้าวันไหนไม่ได้เดิน ถึงจะดื่มชาช่วยลดบวมก็ยุบแค่ประมาณวันละ 0.3... 0.4.... แต่วันที่ได้ออกไปเดิน กลับยุบทีเดียว 1! 1.3! แบบนั้นเลย สู้เอาเงินไปซื้อของลดบวมพวกนั้นไม่คุ้มเลย รู้สึกว่า "กินไม่เค็ม + เดินทุกวัน" ได้ผลดีที่สุดมากกว่า

แล้วตอนเช้ากับตอนเย็นหน้าก็ต่างกันมาก! (เดิมทีฉันก็เป็นคนบวมน้ำง่ายอยู่แล้วตอนเช้า) พอตื่นเช้าขึ้นมาจะรู้สึกว่า เกือบเหมือนกลับไปบวมแบบช่วงสัปดาห์ที่ 2 แล้ว แต่พอไปส่องกระจกตอนเย็นกลับเห็นใบหน้าที่เรียวที่สุดนับตั้งแต่ผ่าตัดเลย ช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 เป็นแบบนี้ทุกวัน และก็เริ่มเห็นว่าอาการบวมตอนเช้าและตอนเย็นก็ค่อยๆ น้อยลงทีละนิดเมื่อเทียบกับวันก่อนๆ ด้วย!

+ มีอีกอย่างที่ลืมเขียนในโพสต์ก่อน เลยขอเสริมไว้หน่อย คือหลังออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านมา ฉันไม่ได้นนอนบนเตียงอยู่ 2 สัปดาห์ (14 วัน) ฉันไปนอนที่เก้าอี้แคมป์ปิ้งแทน นั่งบนเก้าอี้แคมป์ปิ้งที่เอนขึ้นมากกว่า 45 องศานิดหน่อย ขนาดค่อนข้างกว้าง แล้วใช้หมอนรองคอ ห่มผ้าห่มแล้วนอน แบบนี้เลยรู้สึกว่าอาการบวมอาจยุบเร็วขึ้นก็ได้?? แต่พอพ้นวันที่ 15 ไปนอนบนเตียงแล้ว ตอนเช้าบวมแบบไม่ปรานีเลย ฉันเป็นคนที่ถ้านอนอย่างระวังก็สามารถนอนท่าเดิมได้อยู่แล้ว เลยไม่ได้ซื้อหมอนสำหรับคนทำศัลยกรรมแยกต่างหาก ใช้หมอนรองคอที่มีอยู่ที่บ้านแทน

แต่ฉันไม่ได้เอาหมอนรองคอใส่ตรงคอนะ ไม่รู้ว่าจะเข้าใจไหม แต่ฉันใช้หมอนปกติที่หนุนอยู่ แล้วเอาหมอนรองคอคาดไว้บริเวณกระหม่อมเหมือนคาดผม ฉันมีหมอนเยอะพอสมควร พอวางหมอนล้อมรอบบริเวณหมอนตรงนั้น หมอนรองคอก็จะถูกยึดไว้พอประมาณด้วยแรงเสียดทาน ตราบใดที่ไม่ได้ขยับมาก ส่วนด้านข้างของหมอนรองคอก็จะช่วยพยุงขมับ ทำให้ไม่กดโหนกแก้ม และนอนหงายได้

เอาล่ะ.. จะพูดเรื่องแปรงฟัน + อาหารกันไหม?

ช่วงต้นของสัปดาห์ที่ 3 (ไม่กี่วันหลังจากเอาไหมในปากออกตอนวันที่ 14) จะเคี้ยวทันทีไม่ได้อย่างที่บอกไปในโพสต์ก่อน หนึ่งที่มารู้ทีหลังคือ ไม่ใช่แค่เพราะไม่ได้เคี้ยวมาสองสัปดาห์หรือเพราะกระดูกยังไม่ติดเท่านั้น แต่เป็นเพราะบริเวณเหงือกรอบๆ จุดที่มีการกรีดเข้าไป คือเหงือกด้านหลังเขี้ยวไปจนถึงฟันกราม ไม่มีความรู้สึกเหมือนชาถูกฉีดไว้เลย! ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาชายังไม่หมดหรือเปล่า? หรือแค่เหมือนผิวหน้าที่ยังไม่กลับมารับความรู้สึก เหงือกก็เป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

ยังไงก็ตาม พอไม่มีความรู้สึกก็เลยจับจังหวะไม่ได้ว่าควรออกแรงเคี้ยวระดับไหน เพราะอาจเผลอเคี้ยวแรงเกินไปได้ เลยต้องระวัง กลายเป็นเคี้ยวแบบแง่มๆๆๆๆ คนรอบตัวบอกเหมือนคุณยาย

พอเอาไหมออกก็ถึงเวลาที่แปรงฟันได้สักที!! ช่วงแรกอ้าปากได้ไม่ค่อยดี และผิวรอบริมฝีปากก็ยังตึงอยู่ เลยแปรงฟันตามซอกต่างๆ ยากกว่าที่คิด ฉันใช้แปรงฟันสำหรับฟันกรามที่ใช้ประจำอยู่ จากนั้นพอผ่านไปไม่กี่วัน อาการบวมค่อยๆ ยุบลงเพิ่ม ริมฝีปากก็นุ่มขึ้น เลยเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันธรรมดาแปรงต่อ แต่พอแปรงอย่างขยันเกินไปเพื่อจะขจัดคราบเก่า ทั้งๆ ที่เหงือกยังไม่มีความรู้สึกอยู่ น่าจะเพราะแบบนั้น.. พอเริ่มเปลี่ยนมาใช้แปรงธรรมดาและความรู้สึกที่เหงือกค่อยๆ กลับมา ก็เริ่มแสบๆ แล้วก็พบว่าเหงือกแถวฟันกรามถลอกอยู่... แปรงเบาๆ อยู่ 3 วันก็ดีขึ้นหมด ตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว ความรู้สึกที่เหงือกกลับมาหมดแล้ว! คุณๆ แค่ซื้ออะไรแบบแปรงสีฟันเด็กมาแล้วแปรงเบาๆ เถอะ

เห็นหลายคนบอกว่าพอทำปรับรูปหน้าแล้วกินไม่ได้เลยน้ำหนักลดไปเยอะ แต่ของฉัน 2 สัปดาห์ลดไป 3 กิโล ตอนนี้ครบ 1 เดือนก็กลับมาหมดแล้ว ฮ่าๆ แต่ก็ดูเหมือนอาหารที่ฉันกินจะมีผลด้วยนะ.. โรงพยาบาลบอกว่า ห้ามกินของแข็งหรือเหนียว เช่น เค้กข้าว เนื้อสัตว์ อะไรพวกนี้ เข้าใจเรื่องเนื้อสัตว์นะ แต่เค้กข้าว... มันไม่ใช่นุ่มๆ เหรอ? พอคิดแบบนั้นก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรกินอะไรดี สรุปแล้วสิ่งที่กินมากที่สุดคือราเมน กับมาม่าถ้วย.. อร่อย + อิ่ม + เคี้ยวได้ค่อนข้างสบายที่สุด..

ด้านล่างนี้ ฉันจะเขียนของที่จำได้เท่าที่นึกออกให้มากที่สุดก่อนนะ!

+ พอเริ่มเคี้ยวได้ก็จะมีเศษอาหารติดเยอะมาก ไม่มีไหมแล้ว แต่จะติดระหว่างฟัน/เหงือกกับริมฝีปาก คล้ายๆ ติดอยู่ด้านในนั่นแหละ แต่เพราะขยับลำบาก เลยไม่สามารถใช้ลิ้นเขี่ยออกแบบลื่นๆ เหมือนก่อนผ่าตัดได้ ต้องกลั้วปากเอาเท่านั้น

[เมนูอาหาร] # ก้อนซุปปลาแห้ง Ottogi - ปลาแห้งเหนียวกว่าที่คิดเลยเคี้ยวไม่ค่อยได้ ต้องเอาน้ำซุปคลุกข้าวกินแทน. (บางทีก็มีเศษก้างโผล่มาด้วย ระวังนะ) # ซุปกะหล่ำปลีต้มจนเปื่อย คลุกข้าวกิน # ซุปแชมปิญอง / ซุปข้าวโพด - หั่นเห็ดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเคี้ยวๆ กลืนๆ ไป ส่วนเม็ดข้าวโพดก็เคี้ยวๆ กลืนๆ เอา ขนมปังแผ่นฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วจิ้มซุปให้นุ่ม กินแบบนิ่มๆ # ซีเรียลแช่นมาหรือนมโยเกิร์ตจนชุ่มแล้วกิน # ก๋วยเตี๋ยวข้าวเส้นปลาแอนโชวี Pulmuone - อร่อย ให้เยอะ และให้ความรู้สึกคล้ายก๋วยเตี๋ยวงานเลี้ยงมากกว่าก๋วยเตี๋ยวข้าวเส้น ช่วงต้นของสัปดาห์ที่ 3 ก็ยังเคี้ยวยากอยู่ แต่ค่อยๆ เคี้ยวได้มากขึ้น (นอกนั้นก็พวกบะหมี่ถ้วยต่างๆ ชีสดุกบกกี ดักชิโอครีมบกกี ฯลฯ... พวกอุด้งกลับเหนียวกว่าที่คิดเลยลำบาก เส้นแบบ Cup Noodles ก็เอากรรไกรตัดให้สั้นแล้วกิน แต่ก็ยังเด้งเลยลำบาก..) # ไข่ต้ม - บดให้เป็นชิ้นที่เคี้ยวได้ในตอนนั้นแล้วคลุกซอสบูลดักมายองเนสกิน # สาหร่าย + ข้าว + บูลดักมายองเนส - ใส่ข้าวลงบนสาหร่ายนิดเดียว แล้วม้วนให้เป็นทรงแบนยาว ไม่ใช่ทรงกลม จากนั้นจิ้มกินกับบูลดักมายองเนส # ของว่าง - ครีมชีส, ไอศกรีม, Eclipse, Choco Pie (อุ่นไมโครเวฟ 20 วินาที แล้วราดด้วยนมปราศจากแลคโตสประมาณ 4 ช้อนกินข้าว ถ้าไม่ใส่นมจะกลายเป็นแข็งเร็วมาก), ทีรามิสุ, นมกล้วย, เครปโรลเค้ก Costco, สุจองกวาแบรนด์ Virak, ชามะเกี๊ยวเขียว (ตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว กินอะไรอย่างมันฝรั่งแผ่นรสข้าวโพดได้แล้ว) # Sulbing - กินเฉพาะส่วนที่นุ่ม ไม่เอาท็อปปิ้งที่แข็ง # ผลไม้ - สตรอว์เบอร์รี กีวี มะม่วง ฯลฯ บดๆ ด้วยส้อมแล้วกิน (เบื่อกล้วยแล้ว...) # หม่าล่าทั่ง - แน่นอนว่าไม่ได้กินแบบปกติ แต่เลือกใส่เฉพาะวัตถุดิบที่คิดว่าเคี้ยวได้ ถ้าเรียงจากเคี้ยวง่ายไปยากคือ เห็ดหูหนูขาว > เห็ดหูหนูดำ > วุ้นเส้นเกาหลี (แช่นิ่มหน่อย) > เต้าหู้ทอด (แต่เต้าหู้ทอดแม้จะหั่นเป็นคำๆ ก็ยังเหนียวนิดหน่อย น่าจะต้องฉีกให้เล็กมากแล้วกินกับน้ำซุป) * นอกนั้นลำบากหมด # พาสตาที่สุกพอดีแล้ว (อิงจากเส้นสปาเกตตี) # มันฝรั่งทอดที่เพิ่งทอดใหม่และยังไม่แข็ง # ข้าวยำ - โคชูจัง + น้ำมันงา + ข้าว (+ ซอสมะเขือเทศ) # ไข่ตุ๋น - ตอกไข่ 3-4 ฟองลงในชามที่ใช้เข้าไมโครเวฟ ตีให้เนียน ใส่ผงซุปบะหมี่ 1 ช้อน เติมน้ำร้อนพร้อมกับคนไปด้วย ตรวจดูความสุกแล้วเข้าไมโครเวฟ 4-5 นาที เติมชีสเชดดาร์ตามชอบ # ต๊อกบกกีแบบบ้านๆ - อยากกินต๊อกบกกีมาก แต่เพราะห้ามกินต๊อกอยู่แล้ว และปกติก็ชอบซอสมากกว่าต๊อก เลยละลายแต่ชีสมอซซาเรลลาลงในซอสต๊อกบกกีแล้วกิน! (ข้อควรระวัง: พอชีสมอซซาเรลลาเย็นลงจะเหนียวขึ้นทันที ไม่ค่อยแนะนำ ไม่งั้นต้องอุ่นไมโครเวฟไปกินไปตลอด)

ก็วนกินพวกนี้อยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ความเร็วในการกินดีขึ้นแล้ว แต่ช่วงแรกน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าจะกินมาม่าถ้วยหมดหนึ่งถ้วย เกือบเหมือนกินไปพร้อมกับย่อยไปด้วย.. เลยกลายเป็นว่าต้องกินทั้งวัน.. ถ้าอยากลดน้ำหนักไปพร้อมกันด้วย แนะนำให้ซื้อ <ผงโปรตีนแบบไม่มีเนื้อ, กรีกโยเกิร์ต, ไอศกรีมน้ำตาลต่ำ, เครื่องดื่มซีโร่> ไว้ล่วงหน้า ฉันไม่มีอะไรที่กินได้อยู่บ้าน เลยต้องออกไปซื้อราเมนที่ซูเปอร์หรือร้านสะดวกซื้อตลอด,, คนที่อยากไดเอตแนะนำให้ช่วง 2 สัปดาห์แรกโฟกัสที่การฟื้นตัวก่อน และอย่างเร็วที่สุดค่อยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 เพราะถ้าอยากลดผลข้างเคียงให้เหลือน้อยที่สุด การฟื้นตัวต้องมาก่อนเสมอ~!

ช่วงสัปดาห์ที่ 3 พอใช้ลิ้นได้อิสระขึ้นนิดหน่อย (ก่อนหน้านี้ขยับปากไม่ได้เลย ใช้ลิ้นลำบาก) ฉันก็ลองลูบดูบริเวณแผลเป็นในปาก ปรากฏว่าขรุขระมากเลย ตอนนั้นไม่มีอาการเจ็บ แต่ตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้วกลับเรียบขึ้นมาก ยังน่าจะเป็นเนื้อที่เติมมาไม่เต็ม ก็ต้องรอดูต่อไป

นึกออกคร่าวๆ ก็เขียนหมดแล้ว แต่ถ้าดูอาการโดยรวมก็มีประมาณนี้: - ไม่บ่อย แต่บางครั้งจะปวดไมเกรนเฉพาะด้านซ้าย เป็นอาการตุบๆ จี๊ดๆ แต่ไม่ได้อยู่นานหรือปวดมากอะไรขนาดนั้น - ริมฝีปากกับบริเวณปลายคางใต้ริมฝีปากยังเจ็บเวลาแตะอยู่ (ไม่ใช่กระดูก เป็นเนื้อ) เลยพยายามล้างหน้าและทาสกินแคร์เบาๆ - การขยับริมฝีปากให้ปากทำท่าเป๊าะๆ หรือเป่าปาก? สรุปคือก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ แต่เริ่มทำได้แล้ว ยังใช้แรงริมฝีปากไม่สมดุลเลยรู้สึกแปลกๆ - ช่วงสัปดาห์ที่ 3 ออกไปข้างนอกด้วยหน้ากาก ส่วนสัปดาห์ที่ 4 แต่งหน้าแล้วเดินแบบไม่ใส่หน้ากากแล้ว มองเผินๆ ก็เหมือนคนอ้วนขึ้นที่หน้าเอง^^ (สีหน้ายังดูเกร็งๆ อยู่มาก) - ตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว ชอบทรงหน้ามาก! โครงหน้าที่เคยดูเหมือนคางยื่นจนคนรอบตัวถามว่าไปทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างมาหรือเปล่า ไม่ใช่ทำปรับรูปหน้าอย่างเดียว ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว -> ทำให้ภาพด้านข้างดูดีขึ้นด้วย เดิมทีจมูกก็เล็กและค่อนข้างเตี้ย เลยแทบอยู่ในแนวเดียวกับคาง แต่ตอนนี้ช่วงกลางใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น - เดิมทีตั้งใจว่าพอทำปรับรูปหน้าแล้วจะไปทำจมูกต่อเลย แต่พอรูปหน้าเรียบร้อยและใบหน้าดูเล็กลง สัดส่วนของดวงตา จมูก ปากกลับดูชัดขึ้น + คนรู้จักยังถามด้วยว่าไปทำปรับรูปหน้าและจมูกพร้อมกันมาหรือเปล่า เลยคิดว่าจะขอใช้เวลาคิดเรื่องจมูกก่อน.. ยังหาทรงที่ต้องการไม่เจอด้วย - หลังเริ่มนอนบนเตียงอีกครั้งช่วงสัปดาห์ที่ 3 แก้ม คาง และรอบปากบวมตึงมาก จนเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ตอนนอนบนเตียงจะไม่เป็นแบบนั้น แต่กลับนอนอ้าปากไปแล้ว พอใกล้จบสัปดาห์ที่ 4 ก็กลับมานอนหลับแบบปิดปากได้แล้ว - หลังถอดผ้ารัดกดทับในวันที่ 14 ก็ยังไม่ได้ใช้เลยสักครั้ง (เพราะคิดว่าเลือดต้องไหลเวียนถึงจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนดีและอาการบวมยุบได้!) - อยากไปยิมเลยถามโรงพยาบาลมา เขาบอกว่าจนถึง 4 เดือนหลังผ่าตัด ห้ามใช้แรงกับใบหน้า ดังนั้นยังยกเวทไม่ได้ (ออกกำลังเบาๆ ได้อยู่ แต่ฉันเป็นคนกล้ามเนื้อน้อยมาก แค่เบาๆ ก็ออกแรงหน้าเยอะอยู่แล้ว... ฮ่าๆ คงได้แต่สควอตเบาๆ) - บริเวณจอนผมยังเจ็บถ้าใช้มือลองกดอยู่ แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

จบจริงๆ! ไว้กลับมาพร้อมรีวิว 2 เดือนนะ ตั้งตารอเลย!!

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้