ฮื่อ
หลังผ่าตัดมา 10 วัน ฉันก็ใช้ชีวิตเหมือนฮิคิโคโมริ คือพักฟื้นอยู่บ้านจริงๆ,,,,, ช่วงนี้อ่านทุกโพสต์ในบอร์ดศัลยกรรมหน้าอกของชุมชนนี้ รวมถึงทุกโพสต์ในหมวดศัลยกรรมหน้าอกของคอมมูนิตี้อื่นๆ แบบละเอียดถี่ถ้วนอยู่ หญิงแต่งงานแล้ว ไม่มีลูก อายุ 10 วัน
คิดว่าน่าจะมีพี่สาวและน้องสาวหลายคนที่กังวลเรื่องหน้าอกหย่อน หน้าอกไก่ และหน้าอกแหลม(มักเรียกอีกอย่างว่าหน้าอกแบบหดรั้ง หรือเต้านมหนาแน่นด้วย) เลยอยากเขียนยาวๆ เผื่อจะอ่านแบบสบายๆ ได้ ใส่ความจู้จี้จุกจิกหน่อย หวังว่าจะมีประโยชน์นะ ยาวมากจริงๆ ถ้าเป็นคนที่กำลังจะผ่าตัดและมีหน้าอกแบบนี้อยู่แล้ว จะดีที่สุด...
ตัวฉันเคยลดจาก 65 กก. ลงมา 50 แล้วโยโย่กลับมา จาก 65 ลดลงไป 48 กก. อีกครั้ง และตอนนี้คงน้ำหนัก 50 กก. มาหลายปีแล้ว- คงเดาได้จากการโยโย่ซ้ำๆ ว่าหน้าอกก็ทรุดลงแล้ว หย่อนแล้ว ดูรูปแล้วน่ากลัวใช่ไหม? เนื้อเต้านมเสริมข้าง หรือที่เรียกว่าพวกไขมันใต้วงแขนก็รุนแรงมากด้วย พอถอดเสื้อจริงๆ ก็รู้สึกอยากหลบไปซ่อนตัว ถึงขั้นคิดว่าไม่มีซะยังจะดีกว่าอีก คนเดียวที่รักมันจริงๆ ก็คือสามีเท่านั้นแหละ...(จริงเหรอ?)
เอาเป็นว่าชั่งใจอยู่ประมาณ 1 ปี สุดท้ายคิดว่าถ้าไม่ทำครั้งนี้ ฉันคงพลาดช่วงเวลาไปแน่ๆ เลยเริ่มค้นข้อมูลหนักมากตั้งแต่เดือนธันวาคมทั้งในชุมชนนี้และคาเฟ่อื่นๆ แล้วก็ไปปรึกษาตามคลินิกด้วย ฉันไม่ได้หวังให้ใหญ่มาก พอมันเคยใหญ่แล้วก็แฟบลงเหมือนลม... แค่อยากให้หน้าอกไม่ออกมาหน้าตาเหมือนเมียหัวหน้าเผ่าแอฟริกาก็พอเท่านั้นเอง ดังนั้นตอนแรกก็ไม่ได้ยึดติดเรื่องขนาดมากนัก จริงๆ คิดว่า 250cc กำลังดีแล้ว
รีวิวการหาข้อมูลทั้งออนไลน์และเดินดูคลินิก เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะมาเขียนอีกที,,, ก่อนอื่น พอเดินปรึกษาหลายที่ ก็จะมีโรงพยาบาลบางแห่งที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ และที่สำคัญมาก!!!!!!! ฉันคิดว่าไม่ใช่การถามว่า “กี่ cc ดีคะ?” แต่ควรหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนกว่าตัวเองจะพอใจ ส่วนฉันไปแค่ 5 ที่เอง(คิดว่าน้อยไป) แต่มีโรงพยาบาลที่ติดอยู่ในหัว เลยปิดการหาที่และจองไว้
ผ่าตัดวันที่ 20 มกราคม ก่อนหน้านั้นกันเหนียวไว้เลยไปตรวจสุขภาพประจำปีแบบละเอียดของรัฐครบแล้ว ไม่พบอะไรผิดปกติ ที่ที่ฉันผ่าตัดคือคุณหมอเรียนเฉพาะทางศัลยกรรมเต้านม และจบโท-เอกศัลยกรรมตกแต่ง เลยตรวจหน้าอกได้ครบจบในที่เดียว ดังนั้นอัลตราซาวนด์เต้านมเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ทำที่โรงพยาบาลนั้นเสร็จเรียบร้อย
แต่ก่อนจะผ่าตัดนี่สิ. คุณหมอเจ้าของเคสรายนี้ปฏิเสธฉันตั้งแต่แรกเลย บอกว่า “ทำไปก็ไม่สวยหรอก” ด้วยนะ และนั่นเป็นที่แรกที่ฉันไปปรึกษาด้วย แต่คุณหมอพูดไม่ค่อยเยอะนะ ที่อธิบายเยอะคือผู้จัดการเคส(เขียนว่าเมเนเจอร์ แต่ในใจเรียกว่าอาจารย์ด้านหน้าอก) ต่างหาก
หน้าอกฉันเป็นประมาณไหนกันแน่~
1. หน้าอกไก่เล็กน้อย(ทำให้ร่องอกนูนออกมา เกิดปัญหาหน้าอกแยกห่าง เป็นรูปร่างที่พบได้เรื่อยๆ)
2. หน้าอกหย่อน(หย่อนแน่นอน ดูยังไงก็รู้ใช่ไหม? แต่เพราะหัวนมยังหันไปข้างหน้าเลยเลยบอกว่าหย่อนแบบก้ำกึ่งอยู่ดี ผู้หญิงโสดที่ยังไม่เคยให้นมหลายคนซึ่งลดน้ำหนักผิดวิธีแบบฮวบฮาบก็คงเป็นแบบนี้เยอะ)
3. หน้าอกแบบหดรั้ง (aka. หน้าอกแหลม, เรียกว่าต่อมน้ำนมหนาแน่นด้วยก็มี กรณีนี้ข้อมูลแทบไม่มีเลย เดี๋ยวจะอธิบายต่อไป)
หน้าอกฉันเป็นของแย่มากๆ ที่มีครบทั้ง 3 อย่างนี้เลย หลังจากนั้นตอนเดินปรึกษาที่อื่นจริงๆ ก็มีคนเสนอให้ยกกระชับด้วยซ้ำ แน่นอนว่าก็มีคนที่พูดมั่นใจมากว่าแค่ใส่ซิลิโคนเข้าไปก็จบแล้ว(ตอนนี้คิดแล้วน่าดีใจที่ไม่ได้ไปนะ-)
ฉันก็เดินหาข้อมูลอยู่ แต่โรงพยาบาลที่ปฏิเสธฉันครั้งแรกนี่กลับจำติดตาอยู่มาก จำฝังอยู่ในหัว สุดท้ายเลยกลับไปปรึกษาที่นั่นอีกครั้ง และก่อนเข้าพบซ้ำก็อ่านพวกบทความอธิบายงานวิจัยเกี่ยวกับหน้าอกแบบเข้าใจง่ายที่ตัวเองหาไว้ด้วย แล้วก็ค้นเพิ่มอย่างขยันมาก
พอศึกษาดูแล้ว หน้าอกของฉันคือ
1. หน้าอกไก่ เพราะถ้าใส่ซิลิโคนเข้าไป อาจเกิดอาการที่หน้าอกชี้ออกไปทางด้านนอก แต่ในกรณีหน้าอกไก่ ถ้าเปิดโพรงเต้านมด้านในให้ชิดร่องอกมากขึ้นอย่างเหมาะสม(แต่ห้ามทำให้ยึดติดกันเกินไป) และดูแลด้วยบราปรับทรงต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อให้ซิลิโคนยึดตัวอยู่กับที่ ก็จะโอเค ทั้งนี้ถ้าเป็นหน้าอกไก่ที่รุนแรงมากก็เป็นข้อยกเว้น ตรงนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
2. หน้าอกหย่อนมีหลายลักษณะ ในฐานะที่จะเรียกว่าหน้าอกหย่อน ต้องมีอะไรให้หย่อนได้ก่อน ถ้าตอนสาวๆ หน้าอกใหญ่ แล้วหย่อนลงมานิดหน่อย? ถ้าเป็นคนที่คิดเรื่องมีลูก หลังให้นม อาจกลายเป็นหน้าอกหย่อนที่ถึงขั้นต้องยกกระชับเลยก็ได้ตามดวงแบบมีหรือไม่มี เพราะการให้นมทำให้ตำแหน่งและทิศทางของหัวนมเปลี่ยนไปด้วย พอเนื้อหน้าอกที่หย่อนอยู่แล้ว บวกกับหัวนมที่หย่อนลงมาอีก ก็แก้ด้วยการใส่ซิลิโคนอย่างเดียวไม่ง่ายเลย หากไม่ใช่กรณีนั้นก็ถือว่าดวงดีมากแล้ว~
สำหรับผู้หญิงโสดที่ลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบและผิดวิธีสุดๆ แบบฉัน ก็มักจะเป็นเคสอย่างหน้าอกฉันนี่แหละ หน้าอกฉันก็คือเนื้อหย่อนลงไปเยอะ แต่หัวนมโชคดีที่ไม่ได้ชี้ลงล่าง ยังหันตรงไปข้างหน้าอยู่ ดังนั้นถ้าใส่ซิลิโคนอย่างเดียวก็พอได้ แต่ประเด็นสำคัญคือฉันมีหน้าอกแบบหดรั้งอยู่ด้วยต่างหาก
3. หน้าอกแบบหดรั้ง, หน้าอกแหลม, เรียกว่าต่อมน้ำนมหนาแน่นก็ได้ กรณีนี้คือเนื้อเต้านมหรือเนื้อนม? พูดง่ายๆ คือเนื้อแน่นแข็งมาก พอใส่ซิลิโคนเข้าไป ตั้งแต่หัวนมลงไปถึงแนวล่างที่มีซี่โครงอยู่ หรือส่วนล่างนั่น มันไม่ยอมยืดออก(เพราะจริงๆ แนวล่างก็สั้นอยู่แล้ว เนื้อแข็งด้วย) ถ้าเป็นหน้าอกผู้หญิงทั่วไปก็คงเหมือนบอลลูน 1 ชั้น แต่หน้าอกแบบหดรั้งนี่ให้นึกเหมือนบอลลูนถูกซ้อนถึง 4 ชั้น จะเข้าใจง่ายกว่า ดังนั้นถึงใส่ซิลิโคนเข้าไป ซิลิโคนก็สู้เนื้อแข็งพวกนี้ไม่ไหว แล้วลอยอยู่ข้างบนเฉยๆ เพราะงั้นหน้าอกแบบนี้โดยทั่วไปต้องเปิดแผลใต้ราวนมถึงจะมีโอกาสรอดมากกว่า ต้องผ่าคลายเนื้อใต้หัวนมให้เหมือนคลี่ตาข่ายออก(แน่นอนว่าต้องเลี่ยงต่อมน้ำนมให้ดี นั่นคือหลักที่แน่นอน) ซิลิโคนถึงจะไม่ลอยอยู่ด้านบนและไปนั่งอยู่ใต้หัวนมได้พอดี ถ้าไม่ดีพอก็จะไม่ใช่อกผู้หญิง แต่จะกลายเป็นอกกอริลลาแทนㅡㅡ
คุณหมอตอนกลับไปปรึกษาอีกครั้งพูดแค่สามประโยคแบบซึนมาก (ที่นี่คือโรงพยาบาลที่ถ้าวัดด้วยความสามารถ คุณหมอมีรถทองคำอยู่ แต่ผู้จัดการเคสเป็นคนลากมันไปด้วยคอเสื้อ) “หน้าอกไก่ไม่ใช่ปัญหาอะไรกับรูปร่างของคนไข้เลย ปัญหาคือคุณหย่อนอยู่แล้วแต่ยังเป็นหน้าอกแบบหดรั้งอีก ดังนั้นแนวล่างก็ไม่ค่อยยืด ถ้าใส่ซิลิโคนอาจกลายเป็นอกแข็งๆ หรือหัวนมอาจหันลงล่างได้ ผมอยากเสนอให้ทำยกกระชับไปด้วย แต่คุณมีแผนจะมีลูกไหม?”
พอรู้ว่าฉันเป็นคนที่ยื่นขอปรึกษาซ้ำด้วยตัวเอง คุณหมอก็เหมือนจะลดความประชดลงนิดหนึ่ง จาก “ทำไปก็ไม่สวยหรอก” มาเป็น “อาจจะไม่สวยก็ได้” เลยถอนหายใจโล่งอกแบบสุดๆ แล้วก็บอกว่าจะทำตามแนวทางที่แนะนำ ยกเว้นเรื่องยกกระชับที่ฉันยอมไม่ได้ เรื่องยกกระชับฉันไม่ยอม เพราะการยกกระชับต้องไปจัดการเนื้อหัวนม ฉีกผิวรอบหัวนมแล้วดึงไปติดด้านบน แต่ฉันอาจจะมีลูกได้(ในกรณีให้นม,,,) เพราะงั้นฉันจะพิจารณายกกระชับอีกทีหลังคลอดและให้นมเสร็จทั้งหมดแล้ว
และไม่รู้ทำไมฉันถึงเริ่มเชื่อว่าคุณหมอคนนี้จะช่วยปรับหน้าอกที่วุ่นวายของฉันได้ด้วยซิลิโคนอย่างเดียว ทั้งที่พูดจาแซะและสีหน้าก็ซึนตลอด แต่สัมผัสได้ถึงแนวคิดข้างใต้ คุณหมอเองก็ดูเป็นคนที่ไม่อยากสร้างสถานการณ์ปวดหัวให้ตัวเองเหมือนกัน
1. เปิดแผลใต้ราวนม(เพราะเป็นหน้าอกแบบหดรั้งเลยต้องทำแบบนี้ แผลใต้รักแร้มีข้อดีแค่ไม่เห็นแผลเอง สำหรับฉันก็เลยคิดว่า แล้วจะไปทำทำไม? ตอนแรกก็คิดไว้ว่าเปิดแผลใต้ราวนมอยู่แล้วอยู่ดี แล้วผิวตัวเองจริงๆ ถ้าดูแลดีๆ ก็เป็นผิวที่แผลหายค่อนข้างดี และจากประสบการณ์ดูแลผิวกับคลินิกผิวหนังมาหลายปี ฉันก็พอรู้ว่าจะดูแลแผลเป็นยังไงให้ระยะยาว แม้จะเคยดูแลแค่แผลที่หน้าเท่านั้น ตอนนี้ก็ต้องมาลองกับหน้าอก)
2. Motiva(ตอนเริ่มโปรเจกต์นี้ตั้งงบไว้ล้านนึงอยู่แล้ว เลยไปปรึกษาหลายที่ด้วยความคิดว่าถ้าไม่ Motiva ที่โรงพยาบาลแนะนำกันเยอะตอนนี้ ก็อาจเป็น Mentor Xtra จริงๆ ตัวที่ชอบมากกว่าคือ Mentor Xtra เพราะสัมผัสตอนจับจริงดีกว่า แต่ตามที่คุณหมอบอก ฉันต้องเน้นพลังซิลิโคนก่อน คุณหมอเลยเสนอ Motiva แล้วยังเคยดูคลิปในยูทูบที่ทดสอบจับ Mentor Xtra, Motiva, Sebbin โดยเอาผ้าคลุมไว้ทั้งหมดแล้วสัมผัสดู ฉันก็เห็นด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะฉันมีเนื้อหุ้มซิลิโคนเยอะอยู่แล้ว ใส่อะไรก็น่าจะสัมผัสใกล้เคียงกัน
และเรื่องสัมผัสนี่,,,, จริงๆ ประเด็นคือหลังจากนั้นพังผืดรอบซิลิโคนจะก่อตัวได้ดีแค่ไหน และการดูแลหลังผ่าตัดจะเข้ากับหน้าอกฉันได้ดีหรือไม่มากกว่า ซิลิโคนแบบไหนถ้าเข้ากับหน้าอกฉันก็คือขอบคุณมาก แต่ก่อนใส่ก็ไม่มีทางรู้ใช่ไหม? เลยมีคำมั่นเรื่องการให้ผ่าตัดแก้ได้ 1 ครั้งหากเกิดพังผืดหดรัดหรือมีปัญหาจากซิลิโคนที่ใส่ให้ในโรงพยาบาลด้วย ฉันก็เลยเลือกที่นี่)
3. 250cc(ฉันบอกไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เคยใหญ่มาแล้วแล้วก็หดลงไป ดังนั้นใส่แค่ 250 ก็คาดว่าจะได้คัพ C เต็มๆ และฉันไม่ได้อยากได้หน้าอกใหญ่ ทุกคนลองยกขวดน้ำ 350 มล. ที่ขายในร้านสะดวกซื้อดูจะรู้ว่า มันหนักพอสมควรนะ,,,, ต้องเอาขวดน้ำ 350 มล. สองขวดวางบนหน้าอกฉันแล้วใช้ชีวิตแบบนั้นไปอีก 10 ปีเลยเหรอ บอกว่ากระดูกซี่โครงจะยุบเลย อยากให้ทุกคนใส่ขนาดที่เหมาะกับรูปร่างตัวเอง....ใหญ่ไม่ใช่ดีเสมอไป ยิ่งขนาดเกินตัวฉันมากเท่าไร ผลข้างเคียงก็ยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นประสาทหรือความรู้สึกจะกลับช้าลงด้วย ถ้าไม่ใช่คนสูงเกิน 165 ซม. และทรวงอกใหญ่แบบมหึมาจริงๆ ก็อยากให้ทุกคนใส่ไม่เกิน 350cc กันหมด จะดีมาก จริงๆ ในใจก็อยากได้ 300 มากกว่า,,,,)
และในที่สุดก็มาถึงวันผ่าตัด-
โรงพยาบาลนี้ไม่ให้ผู้ชายเข้าไป แต่ในฐานะผู้ติดตามสามารถอยู่ที่ห้องพักฟื้นได้ สามีเลยลางานมาคอยดูว่าฉันจะเป็นหรือตาย
ผ่าตัดตอน 14:00 ไปถึง 12:30 ฟังปรึกษาอีกรอบแบบคร่าวๆ เปลี่ยนเสื้อ จ่ายเงิน เสร็จแล้วน่าจะเข้าไปตอน 13:50? การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นการดมยาสลบ 15:20 จำได้แค่ว่าพยาบาลตะโกนว่า “ตื่นค่ะ!!!!!!!” แล้วก็ถูกลากจากห้องผ่าตัดไปห้องพักฟื้น แล้วก็หน้าของสามีที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
(แต่ไอ้คนนี้ดันแอบถ่ายตอนฉันยังไม่ค่อยรู้สึกตัวไว้ด้วย,,,, ดูแล้วมันถามว่าตอนนี้กี่โมงอยู่ 4 รอบเลย เป็นอดีตที่น่าอาย,,,,,,,,) เพราะต้องหายใจต่อเนื่อง เลยง่วงแทบตายแต่พยายามหายใจแบบพิลาทิสอยู่ เขาบอกว่าหายใจประมาณ 20 นาทีแล้วค่อยหลับได้ ฉันก็หลับไปทันทีประมาณ 90 นาที.... แล้วพอตกเย็นๆ วันนั้นก็คือลากสภาพศพกลับบ้าน ตอนนี้เลยเป็นวันที่ 10 แล้ว หรือวันที่ 9? เอาเป็นว่า
อาการเจ็บและความคืบหน้าหลังจากนั้นจะเขียนในโพสต์ถัดไป เห็นมีคนที่สภาพหน้าอกคล้ายฉันอยู่เรื่อยๆ แต่ยังไม่มีรีวิวที่ชัดเจน เลยตั้งใจจะรับหน้าที่เขียนรีวิวความคืบหน้าด้วย ตอนนี้ไปกินข้าวก่อนนะ~