ก่อน<จมูกก่อนผ่าตัด (หน้าตรง)>ก่อน<จมูกก่อนผ่าตัด (ด้านข้าง)>หลัง<หลังผ่าตัดวันที่ 1>หลัง<หลังผ่าตัดวันที่ 3 (ปัจจุบัน)>คิดจะทำจมูกมาอย่างเดียวตั้ง 3 ปีแล้ว แต่รู้สึกว่าถ้าผัดไปอีกคงไม่ได้แล้ว เลยจองไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และในที่สุดก็ได้ผ่าตัดแล้ว สำหรับคนที่ค้นข้อมูลมาเยอะแล้ว บทความนี้อาจจะน่าเบื่อ แต่เราเขียนละเอียดเพื่อให้ช่วยมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับขั้นตอนผ่าตัดจมูกนะ ขอให้อ่านเป็นข้อมูลอ้างอิงก็พอ!
* วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดจมูก ซิลิโคน (3.5 มม.) + กระดูกอ่อนใบหู + ผนังกั้นจมูก
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนผ่าตัดจมูก! โรงพยาบาลบอกให้ งดอาหาร 4 ชั่วโมง แต่ครั้งก่อนตอนทำตาสองชั้นต้องงด 6 ชั่วโมง (โรงพยาบาลเดียวกัน) เราเลยตั้งใจงด 6 ชั่วโมงไปเลย! แต่เสียใจทีหลัง… ระหว่างนั่งรถไปนี่อยากฉีกทั้งรถไฟมากิน… ยังดีที่ผ่าตัดตอน 10 โมง ถ้าเป็นช่วงบ่ายแล้วต้องงดอาหาร 4 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นจริงๆ เราอาจดึงเบาะมากินไปแล้วก็ได้
พอไปถึงโรงพยาบาล ก็ล้างหน้า บ้วนปาก ใส่ที่คาดผม แล้วไปห้องปรึกษา หัวหน้าที่ปรึกษาจะถ่ายรูปใบหน้าเราทั้งซ้าย ขวา (45 องศา, 90 องศา) และหน้าตรง รวมทั้งหมด 5 รูป จากนั้นรอสักพัก แล้วตรวจเช็กวัสดุผ่าตัดกับคุณหมอใหญ่อีกครั้ง ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
+) ตอนจองผ่าตัดครั้งแรก คุณหมอแนะนำกระดูกอ่อนใบหู + ซิลิโคน แต่ระหว่างปรึกษาครั้งสุดท้าย คุณหมอบอกว่าจมูกเราเอียงนิดหน่อย เลยแนะนำผนังกั้นจมูกด้วย สุดท้ายจึงตกลงเพิ่มผนังกั้นจมูก แล้วรอที่ห้องพักก่อนเข้าห้องผ่าตัด
การผ่าตัดจบลงด้วยดี ตอนทำตาสองชั้น เรารู้สึกเหมือนตาจะแตกและแสบร้อนมาก เจ็บมากๆ เลยกังวลว่าจมูกจะเจ็บมากเหมือนกัน แต่แปลกใจที่ไม่เจ็บเท่าที่คิด คนอื่นบอกว่าจมูกไม่เจ็บ แต่การเก็บกระดูกอ่อนจากหูนี่เจ็บจริงจังมากๆ เราเลยกลัวตรงนี้ด้วย แต่จริงๆ ไม่เจ็บเลย!
+) ถ้าจะเก็บกระดูกอ่อน ไม่แนะนำหมวกแก๊ปธรรมดา!! หูจะช้ำเขียวและเห็นได้ชัดกว่าที่คิด ดังนั้นต้องใส่หมวกบักเก็ตปีกกว้าง นอกจากนี้เพราะเก็บกระดูกอ่อนใบหู เขาจะใช้สำลีประกบหน้า-หลังแล้วผูกด้วยด้ายเพื่อยึดไว้ พูดตรงๆ เราคิดว่าอย่างน้อยคงรู้สึกเหมือนเจาะหู แต่แม้แต่ความรู้สึกนั้นก็ไม่มี แค่เวลาปัดผมไม่ระวัง ตรงที่มีสำลีจะรู้สึกรำคาญนิดๆ? ถ้าอยู่นิ่งๆ ก็ไม่รู้สึกเลยว่าหูถูกกรีด
* ตอนผ่าตัดเป็นยังไง? ห้องผ่าตัดหนาวมากเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จนขนลุกซู่ๆ ถ้าบอกว่าหนาว ก็น่าจะให้ผ้าห่มนะ! ของเราเขาใส่ใจและห่มให้เองเลย! การทำจมูกต้องกรีดใต้จมูก ดังนั้นต้องกำจัดขนจมูก พยาบาลจะยกคางขึ้นเองแล้วกำจัดขนจมูกให้หมด… อาย… แล้วจมูกก็คันมาก!‘ เรากลัวว่าตอนหายใจขนในจมูกจะติดแล้วคัน เลยทำ ฮึ่ม~~ ฮึ่ม~~ โชคดีที่ขนหลุดออกมา เลยนอนเฉยๆ () เราใช้ยานอนหลับระหว่างผ่าตัด เลยฉีด propofol พยาบาลบอกว่า “เดี๋ยวจะง่วงนะคะ~” แต่สติเรากลับชัดมาก… ออกฤทธิ์ไม่เร็วเท่าตอนทำตาสองชั้น เราเลยกำลังจะพูดว่า “เอ่อ ตอนนี้หนูยังไม่ง่ว…” คร่อกกก!!!! กรน!!!! แล้วก็หลับสนิทไปเลย…
ตอนปรึกษา เอารูปแบบไหนไป? เราแค่แต่งรูปเซลฟี่ตัวเอง (กล้องปกติ) ให้เป็นไลน์จมูกที่ต้องการแล้วเอาไป และเพราะอยากได้ทรงตรงปลายโค้งนิดๆ ที่ดูธรรมชาติ เล็ก และน่ารัก เลยเอารูปดาราที่มีไลน์ทรงตรงปลายโค้งสวยๆ ไปด้วย (ชินเซคยอง, ชินเซฮวี, โกยุนจอง, ไอรีน, วินเทอร์)
* ถ้าชาแล้วรู้สึกยังไง? ความรู้สึกคล้ายตอนฉีดยาชาเพื่อถอนฟันคุดมาก! ริมฝีปากบนและฟันบน (รวมเหงือก) จะชาจนความรู้สึกลดลง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย แต่พอยาชาค่อยๆ หมดฤทธิ์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และอ้าปากกว้างได้ดี
* ผ่าตัดแล้ว ยังดูทรงจมูกไม่ได้เหรอ? หลังผ่าตัด เพราะมีเฝือก สิ่งที่เห็นได้มีแค่สันจมูกกับส่วนใต้จมูก แต่สันจมูกเราชอบมากจริงๆ!! ระหว่างคิ้วก็ติดเทปอยู่ เลยดูยากนิดหน่อย แต่จากด้านข้าง ไลน์จากหว่างคิ้วลงไปถึงปลายจมูกถึงจะบวมก็ดูสวย ส่วนที่เหลือมองไม่ค่อยเห็นเพราะเฝือก ใต้จมูกนี่เพราะใช้กระดูกอ่อนใบหูช่วยจับปลายจมูกไว้ ความรู้สึกจมูกชมพู่หนาๆ หายไป เลยพอใจมาก!
** คืนจากวันที่ 1 เข้าสู่วันที่ 2 หายใจไม่ออกมากจนอยากตาย เพราะจมูกถูกกรีดแล้วเย็บ เพื่อห้ามเลือดเขาใส่สำลีไว้ในจมูก และยังรองสำลีไว้ใต้จมูกเพื่อยึดอีก เลือดไหลออกมาเรื่อยๆ จนเปลี่ยนแต่ผ้าก๊อซใต้จมูกไป 3 ครั้ง ไม่ได้ไหลพรากตลอด แต่เลือดกำลังหยุดและเลือดกำเดาแข็งตัว ทำให้สำลีในจมูกคันพอสมควร เวลาไอก็เลือดกำเดาไหลอีก ต้องลำบากเปลี่ยนใหม่
เรื่องสำคัญที่สุด อาหารล่ะ? พอเวลาผ่านไป เรารู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ขยับจมูกตึงๆ เลยซื้อโจ๊กเบาๆ มากินแล้วกินยา ตั้งใจว่าจะกินโจ๊กสัก 2-3 วัน!
** ตอนนอนล่ะ? โรงพยาบาลบอกว่าช่วงพักหลังผ่าตัดให้นั่งพัก และตอนนอนให้นอนโดยให้ศีรษะอยู่สูงกว่าหัวใจ แต่เราไม่สบายใจ เลยนอนเหมือนยืนทั้งวันเลย
+) ตอนนอนต้องใส่หน้ากากอนามัย และวางน้ำไว้ใกล้ๆ… เพราะหายใจทางปากแล้วแห้งมาก จนตื่นกลางคืนน้ำแล้วน้ำเล่า
* วันถัดไปต้องทำอะไร? แล้วแต่โรงพยาบาล แต่ของเราบอกว่าเอาออกวันถัดไปได้ เลยไปเอาสำลีออกที่โรงพยาบาล แค่เอาสำลีออกก็รู้สึกเหมือนรอดชีวิตแล้ว… ตอนสำลีหลุดออกมา มีน้ำมูก + สะเก็ดเลือดออกมาด้วย ความรู้สึกสะใจมาก ได้ฉีดยาปฏิชีวนะด้วย และเขาก็บอกข้อควรระวัง การดูแลไหมเย็บ และวิธีทาขี้ผึ้ง หลังฆ่าเชื้อเสร็จ ก็รับเลเซอร์รักษา 10 นาที
+) โรงพยาบาลอยากให้ฉีดยาปฏิชีวนะอีกครั้ง แต่เราอยู่ต่างจังหวัด เวลาเลยไม่ตรงกัน สุดท้ายจึงตัดสินใจขึ้นมาในวันพุธที่ตัดไหม ตัดไหม ฉีดยา แล้วจบเลย!
ตอนนี้ยังแค่วันที่ 3 แต่คงเพราะไม่บวมมากเท่าที่คิด เลยค่อนข้างพอใจกับผลผ่าตัด และคิดว่าหลังจากยุบบวมแล้วน่าจะพอใจกว่านี้อีก เลยเอาแต่ส่องกระจก แปลกดีจัง