ก่อน<ก่อนผ่าตัด. กังวลร่องแก้ม>ก่อน<ก่อนผ่าตัด>ก่อน<ก่อนผ่าตัด>หลัง<วันผ่าตัด (5 ชั่วโมงหลังผ่าตัด)>หลัง<วันผ่าตัด (5 ชั่วโมงหลังผ่าตัด)>หลัง<วันผ่าตัด (5 ชั่วโมงหลังผ่าตัด)>ปกติฉันกังวลเรื่องร่องข้างจมูกยุบ+ร่องแก้มมาก ระหว่างที่หาข้อมูลอยู่ ก็เลยเริ่มพิจารณาการผ่าตัดเสริมบริเวณร่องข้างจมูกค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าการผ่าตัดเสริมร่องข้างจมูกจะเหมาะกับคนที่มีช่วงกลางใบหน้านูนแบบฉันไหม เลยไปปรึกษาก่อนเพื่อถามดู
(ไม่ได้พิจารณาฟิลเลอร์ค่ะ เพราะเห็นเพื่อนๆ ที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มทุกคนมีผลข้างเคียงคือฟิลเลอร์เคลื่อนไปบริเวณอื่น)
ตอนหาข้อมูลเสริมร่องข้างจมูก มีโรงพยาบาลที่อยากไปอยู่พอดี 2 ที่ แต่ละที่ใช้ Gore-Tex / ซิลิโคน
ตอนแรกคิดว่าจะทำซิลิโคนมากกว่า Gore-Tex แต่ยิ่งหาข้อมูลก็ยิ่งคิดว่า Gore-Tex ก็น่าจะโอเคเหมือนกัน แต่ก็ยังตัดสินใจว่าจะเลือกหลังจากปรึกษาโรงพยาบาลแล้ว
ใช้ลาครึ่งวันไปที่แรก (ที่ที่ดังเรื่องเสริมร่องข้างจมูกใน YouTube)
ทุกคนใจดีมากๆ และได้ปรึกษาโดยไม่ต้องรอ หลังจากปรึกษากับผู้จัดการประมาณ 30 วินาที? ว่ากังวลตรงไหน ก็เข้าพบผู้อำนวยการทันที ผู้อำนวยการเข้ามาปุ๊บก็พูดว่า “ร่องข้างจมูก?” แล้วดูหน้าฉัน จากนั้นพูดว่า “อืม~ ถ้าทำก็น่าจะโอเคนะครับ” แล้วจบ ฉันงงมาก ก่อนอื่นฉันถามไปว่าเพราะฉันมีรูปหน้าช่วงกลางใบหน้ายาว หลังทำเสริมร่องข้างจมูกจะดูยาวขึ้นไหม อะไรแบบนี้ ท่านบอกว่าไม่เป็นแบบนั้น และบอกว่าข้างจมูกยุบลึกเหมือนถูกนิ้วกด ถ้าทำจะเห็นผล สรุปปรึกษาทั้งหมดจบใน 5 นาที จากนั้นรับแจ้งราคาแล้วออกมา
ต่อไปโรงพยาบาลที่สองทันที (ที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเมื่อพูดถึงเสริมร่องข้างจมูก โรงพยาบาลที่ใช้ Gore-Tex) ที่นี่ทุกคนก็ใจดีมาก
ก่อนจะไป ฉันมีผู้อำนวยการที่อยากได้อยู่แล้ว เลยระบุท่านนั้น
ปรึกษากับผู้จัดการก่อน เธอดูให้ละเอียดมาก พอพูดถึงเสริมร่องข้างจมูก เธอบอกว่าฉันเป็นแบบช่วงกลางใบหน้านูน บางทีผู้อำนวยการอาจไม่แนะนำให้ทำก็ได้
แต่ฉันก็มีร่องข้างจมูกยุบอยู่... ฉันมีคางถอยนิดหน่อยด้วย เธอเลยบอกว่าถ้าใส่วัสดุเสริมร่องข้างจมูกให้น้อยที่สุด แล้วทำเสริมคางด้วยกัน น่าจะได้ผลดี เธอชี้จุดที่ฉันกังวลเป็นประจำกับส่วนที่เวลาถ่ายรูปฉันต้องแต่งตลอดได้ตรงเป๊ะ รู้สึกเหมือนเกาถูกจุดที่คันจริงๆ (ก่อนมาปรึกษาฉันคิดไว้แล้วว่าถ้าเขาพูดเรื่องเสริมคางก็จะทำ เลยไม่ได้รู้สึกต่อต้าน)
หลังรอ ก็ได้ปรึกษากับผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการเห็นหน้าฉันปุ๊บก็ถามเหตุผลที่อยากทำเสริมร่องข้างจมูก และพูดอย่างหนักแน่นว่าฉันไม่ควรทำ......
ท่านบอกว่าร่องแก้มของฉันเป็นริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า อันนี้ฉันต้องยอมรับไป,,, ยิ่งฟิลเลอร์ยิ่งห้ามทำ (เพราะฉันยิ้มแรง? ท่านบอกว่าใบหน้าฉันจะถูกดัน/เคลื่อน 100%)
ท่านอธิบายอย่างละเอียดมาก พร้อมชี้บนหน้าฉัน ว่าทำไมถึงไม่ควรทำเสริมร่องข้างจมูก ท่านบอกว่าอย่าทำเสริมร่องข้างจมูก กลับไปเฉยๆ เถอะ ฉันเลยถามว่า แล้วคางถอยล่ะคะ? ท่านบอกว่าคางถอยถ้าทำจะเห็นผล.. ท่านบอกว่าบนใบหน้าฉัน สัดส่วนคางมีแค่ 0.7 แถมยังเป็นแบบช่วงกลางใบหน้านูน ถ้าทำคาง ภาพลักษณ์จะดีขึ้นมาก ฉันเลยจองวันทันที
ผู้อำนวยการใจดีมากๆ จริงๆ ไม่ใช่ความใจดีแบบปรุงแต่ง แต่เป็นการอธิบายละเอียดและเข้าใจง่ายให้ก่อน ซึ่งดีมาก การที่ท่านพูดชัดเจนว่าศัลยกรรมที่ไม่จำเป็นไม่ควรทำ รวมถึงบอกผลข้างเคียงตอนผ่าตัดหรืออาการอย่างริมฝีปากม้วนเข้า? ทั้งหมด ทำให้เชื่อใจมากขึ้น และทำให้ปรึกษาได้สบายใจด้วย
**สรุปคือไปทำเสริมร่องข้างจมูก แต่กลับได้ทำคางแทน แต่ฉันพอใจมากๆ...ถึงอาการบวมจะยังไม่ยุบ แต่ก็ชอบแล้ว จากภาพลักษณ์กลมๆ พอมีคางแล้ว รู้สึกว่าดูหรูขึ้น? ดูมีความสูงศักดิ์ขึ้นอย่างชัดเจน
มีบวมนิดหน่อย แต่มีแค่บริเวณปาก เลยไม่ดูออกว่าทำศัลยกรรม และไม่มีรอยช้ำเลยสักนิด ไม่เจ็บด้วย
ฉันลาพักร้อนสองวัน แต่รู้งี้ไปทำงานก็ดี เสียดายวันลา... (ถ้าไม่ใช่งานบริการ แต่เป็นงานออฟฟิศ คิดว่าวันผ่าตัดก็ทำงานได้)
เดิมทีฉันเคยตระเวนปรึกษาเพื่อจะทำจมูก แต่พอทำคางแล้วรู้สึกว่าไม่ทำก็ได้ ประมาณนั้น
อยากให้บวมยุบเร็วๆ แล้วใต้ริมฝีปากยุบเข้าไปสวยๆ ร่องข้างจมูกยุบ+ร่องแก้มยังเหมือนเดิม... อันนั้นคิดว่าจะลอง UltraCol กับลิฟติ้งอะไรแบบนั้นสักครั้ง
ยังไงก็ตาม ต่อให้ตระเวนปรึกษาเรื่องเสริมร่องข้างจมูกเท่าไรก็ไม่มีข้อมูลเลย ลำบากจริงๆ ดังนั้นทุกคน อย่ามัวแต่กังวลคนเดียว ลองไปปรึกษาดูก็น่าจะดี (แต่ต้องศึกษาข้อมูลโรงพยาบาลและผู้อำนวยการให้ดีก่อนไป!!!)