รอบนี้เราเอามาเขียนไว้เพราะตอนจัดรูปที่ถ่ายมุมข้างตอนทำจมูกแล้วตกใจมาก ผ่านมา 1 ปีแล้ว และทั้งสองรูปนี่ไม่ใช่รูปถ่ายจากมือถือด้วยนะ แต่เป็นรูปจากคลินิกศัลยกรรมแบบเน้นข้อเท็จจริงสุดๆ ใส่ชุดเดิมเป๊ะ... ชุดประจำตอนคุยปรึกษาศัลยกรรม+ระหว่างนั้นเราก็ไปพิลาทิสกับบัลเลต์มา เลยไม่รู้ว่าคอเต่าดีขึ้นนิดนึงไหม (p)
ปกติเราเป็นคนหุ่นค่อนข้างผอม แต่ไขมันบนหน้าและคางนี่เหมือนจะระเบิดออกมาเลย ยังจำได้ตอนม.ต้นเพื่อนเคยพูดว่า “ถ้ามองแค่ตัวจะไม่รู้เลย แต่คางสองชั้นของเธอไม่ธรรมดาเลยนะ” (ตอนนั้นเป็นมุก และเราก็แกล้งตีเบาๆ แล้วก็จบ)
พวกแก้มกับคางถูกบอกว่าเป็นไขมันเด็ก ไม่ให้ทำหัตถการแรงๆ เลยรอจนถึงช่วงกลางวัย 20 > ใช่ ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ไขมันเด็ก
น้ำหนักเราคือ 160/47 และก่อนหลังผ่าตัดน้ำหนักไม่เปลี่ยน เราลองลดต่อจากนั้นแล้ว แต่พวกไขมันย้วยแบบคางสองชั้นมันกลับสะสมเพิ่มอีก
1. ต่อให้ลดลงไปถึงช่วงต้นๆ ของเลข 40 คางสองชั้นก็ไม่หาย 2. ถ้าต้องลดแบบนั้นอีกครั้ง เราคงรู้สึกเหมือนใกล้ตาย... เลยขึ้นเตียงผ่าตัดแบบจัดเต็มไปเลย
ก่อนหน้านี้เราเคยลองฉีดปรับรูปหน้าและ InMode มานิดหน่อยแต่ไม่เห็นผล และราคาต่างระหว่างฉีด Violett 3 ครั้งกับดูดไขมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก เลยอยากได้ความแน่นอน ถ้ากลัวการผ่าตัดกับยาสลบ ก็ลอง Violett ก่อน แล้วค่อยใช้ดูดไขมันเป็นทางสุดท้าย... มันดูเป็นเรื่องจริงนะว่าถ้าพอใจกับหัตถการแล้ว ก็แทบจะไม่คิดมาเขียนรีวิวในคอมมูนิตี้นี้เลย การดูดไขมันกรอบหน้าของเราก็จะครบ 1 ปีอยู่แล้ว
ช่วงแรกเพราะเราดูดไขมันแก้มด้วย เลยทำให้โหนกแก้มดูเด่นขึ้น แล้วเราก็เป็นหน้าทรงถั่วลิสงอยู่แล้วด้วย เลยค่อนข้างไม่สมมาตรตั้งแต่เดิม ข้างหนึ่งจะเด่นกว่า ตอนนี้พอเวลาผ่านไป ไขมันที่ถูกแยกออกก็กลับมาติดกัน และพวกพังผืดก็เริ่มเข้าที่ เลยไม่ได้กังวลมากแล้ว!
ถ้าจะมีอะไรเสียดาย ก็คือไม่ได้ทำไขมันแก้มชั้นลึกไปพร้อมกัน... พอบวมจมูกยุบลงเมื่อไหร่ เราจะกลับไปทำอีกแน่นอนเพื่อเก็บรูปหน้าให้เข้าที่