โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

รีวิวทำศัลยกรรมโครงหน้าที่ ㄱㄹㅎ

ช่วงนี้อยากทำจมูก เลยกลับเข้ามาในคอมมูนิตี้หลังจากไม่ได้เข้านาน แล้วลองเขียนรีวิวศัลยกรรมโครงหน้าดู ตอนหาข้อมูลไม่รู้สึกนะ แต่พอผ่าตัดออกมาดีจริง ๆ เหมือนจะไม่ค่อยเข้ามาที่แบบนี้เท่าไร เพราะงั้นเรื่องผลข้างเคียงหรือความไม่พอใจเลยดูสะดุดตามากกว่า และถ้าไม่มีปัญหาหรือความกังวลอะไรมาก ก็แค่ กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง (แน่นอนว่าน่าจะแล้วแต่นิสัยด้วย!)

ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่โฆษณาหรือนายหน้าแน่นอน และโรงพยาบาลก็ไม่เคยขอให้เขียนรีวิว ฉันลองต่อรองว่าถ้าเขียนรีวิวที่นี่แล้วลดราคาให้ได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่มีแบบนั้น อันนี้ก็รู้สึกแปลกใหม่เหมือนกัน

ที่อื่นส่วนใหญ่ลดราคาให้โดยมีเงื่อนไขว่าเขียนรีวิว แต่ที่นี่ไม่มีลดให้เลยแม้แต่นิดเดียว ที่นี่เป็นราคาแน่นอน 2 รายการ 700? 3 รายการน่าจะ 1100 ส่วน 1 รายการจำไม่ค่อยได้ ตอนที่ได้ข้อมูลมา เหมือนว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคนอาจต่างกัน 50~100 แต่ไม่แน่ใจ

ตัวฉันเองก็พอใจมาก และก่อนผ่าตัด ฉันก็อ่านรีวิวของโรงพยาบาลที่ตัวเองมีกำหนดจะผ่าตัด แล้วก็รู้สึกอุ่นใจ โดยเฉพาะรีวิวที่เขียนตามแต่ละวันช่วยได้มากจริง ๆ เหมือนเป็นการฝึกจินตนาการภาพล่วงหน้าอะไรแบบนั้น... เลยลองเขียนไว้ เผื่ออาจเป็นประโยชน์กับใครสักคน

ก่อนอื่น ตอนที่กำลังเดินสายปรึกษาหลาย ๆ ที่ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ฉันดูไว้ตั้งแต่แรกเลย เป็นโรงพยาบาลที่แวะไปเกือบช่วงท้าย ๆ หลังจากไปมาหลายที่แล้ว แต่รู้สึกว่าคุณหมอละเอียดที่สุด ตอนปรึกษา คุณหมอลองจับส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าฉัน ไม่ได้พูดแค่เรื่องกระดูก แต่บอกภาพรวมของใบหน้าฉันทั้งหมด

คุณหมอบอกว่าเพราะส่วนนี้ส่วนนั้นเลยทำให้ดูเป็นผู้ชาย และบอกว่าหน้าผากกว้างด้วย (แต่ฉันเป็นผิวแพ้ง่ายที่มีปัญหาสิว เลยพยายามเลี่ยงการเอามือจับหน้าให้มากที่สุด ก็เลยรู้สึกนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าเป็นขั้นตอนที่เลี่ยงไม่ได้เพื่อการปรึกษาที่แม่นยำ และคุณหมอก็อธิบายอย่างกระตือรือร้นมาก เลยเข้าใจ)

ยังไงก็ตาม คุณหมอบอกว่าน่าเสียดายที่ภาพลักษณ์ดูค่อนข้างแมน แล้วก็อธิบายว่าส่วนไหนจะเห็นผลดี ส่วนไหนจะเห็นผลน้อย เป็นการปรึกษาแบบพูดตรงแทงใจพอสมควร อาจมีเจ็บใจเล็กน้อยได้.. แต่ก็ขอบคุณนะ,,

ในบรรดาโรงพยาบาลที่ฉันไปปรึกษา ที่นี่ใช้เวลาปรึกษานานที่สุด รู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบของคุณหมอ และประสบการณ์ก็ไม่อาจมองข้ามได้ เลยคิดว่า ว้าว ที่นี่แหละ แล้วก็นัดวัน

วันผ่าตัดที่รอคอย! ไปถึงตอน 10 โมง ได้รับคำแนะนำต่าง ๆ และจนถึงตอนเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัดก็ยังไม่ตื่นเต้นเลย แทนที่จะตื่นเต้น เหมือนไปด้วยความดีใจและตื่นเต้นแบบรอคอยมากกว่า แต่พอนอนลงบนเตียงผ่าตัดปุ๊บ จู่ ๆ ก็ตื่นเต้นมาก…. คุณหมอวิสัญญีบอกว่าฉันตื่นเต้นเกินไป ถ้าให้ยาสลบทั้งแบบนี้อาจอันตรายได้ เลยจะรอให้สงบลงสักหน่อยแล้วค่อย ๆ เริ่มให้ยาสลบ รู้สึกได้จริง ๆ ว่าหัวใจเต้นตึกตัก ๆ แต่พอฟังคุณหมอพูดแล้วก็พยายามผ่อนคลายตามแบบของตัวเอง จากนั้นอยู่ ๆ ก็ผ่าตัดเสร็จแล้ว

ตอนอยู่ในห้องพักฟื้น ฉันนอนแบบ “อืออออ..” แล้วคุณหมอวิสัญญีก็มาเช็กว่ามีอะไรไม่สบายไหม (คิดว่าปกติไม่ค่อยมีที่ที่คุณหมอวิสัญญีมาดูถึงขนาดนี้หรือเปล่า? เลยรู้สึกแปลกใหม่)

คุณหมอพัคโนฮยอกก็เข้ามาเรื่อย ๆ ถามว่าโอเคไหมและดูแลให้ (ตอนปรึกษาเป็นคนยิงข้อเท็จจริงตรง ๆ แต่ตอนนี้อบอุ่นที่สุดในโลก)

แปลกมากที่แทบไม่รู้สึกเจ็บจากการผ่าตัดเลย แต่กลับเป็นผลข้างเคียงจากยาสลบ? ที่ลำบากกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันดมยาสลบ… คอก็เจ็บตามคาด และปกติฉันก็เป็นคนที่เป็นหวัดลงคอบ่อย เลยกังวล.. คิดซะว่าเป็นหวัดลงคอหนัก ๆ สักสองสามวันก็พอ

แล้วตอนพักฟื้น เขาให้ไอศกรีมกับโจ๊กฟักทอง ไอศกรีมอร่อยสุด ๆ แต่เพราะผ้ารัดหน้าเลยกินยากมาก~ คอก็เจ็บ น่าสงสารตัวเองจริง ๆ แต่ก็ตั้งใจกิน..

จากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน สภาพร่างกายดีกว่าที่กังวลไว้ เลยพักที่บ้านนิดหน่อย แล้วพอพระอาทิตย์ตกก็ไปเดินเล่น (เดินเล่นต้องบ่อย ๆ จริง ๆ! รู้สึกว่าช่วยเรื่องบวมและการฟื้นตัวได้แน่นอน ยิ่งทำมากยิ่งดี)

วันแรกเพราะฤทธิ์ยาสลบ อารมณ์เลยไม่ค่อยดี แต่วันถัดมา ความรู้สึกแย่ ๆ จากยาสลบนั้นหายไป อาการบวมจะหนักขึ้นในวันถัดจากผ่าตัด และวันต่อไปก็หนักขึ้นอีก

ฉันไปเดินเล่นเช้าเย็นแทบทุกวันจริง ๆ และมันคือการต่อสู้กับอาการบวมจริง ๆ ตอนเย็นเหมือนยุบไปเยอะ แต่พอตอนเช้าก็บวมอีก กว่าบวมจะยุบหมด คิดว่าต้องมองยาว ๆ อย่างน้อยเกิน 6 เดือนถึงจะเห็นผลลัพธ์สุดท้าย

เรื่องความรู้สึก ช่วงแรกของการฟื้นตัว ฉันกังวลเพราะแค่บริเวณโหนกแก้มซ้ายยังไม่ค่อยกลับมา แต่ตอนนี้กลับมาหมดแล้ว แปลกที่มีแค่ฝั่งนี้ที่กลับมาช้า

ช่วงแรกต้องกินอาหารเหลวเป็นหลัก เลยรู้สึกว่าสิ่งที่ลำบากกว่าความเจ็บคือเรื่องกิน ฉันกิน New Care รส งาดำหรือรสครีมงาดำอะไรสักอย่างเยอะมาก ยังไงก็อันนี้ อร่อย!!!!

หลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ก็เริ่มฝึกเคี้ยวเบา ๆ ได้ยินว่าราเมนครั้งแรกหลังผ่าตัด ถ้าทุบให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วต้มกินจะอร่อยมาก เลยคาดหวัง แต่กลับเฉย ๆ กว่าที่คิด สำหรับฉัน ตอนแรกที่เอาคาสเทลล่าแช่นมกิน ยังประทับใจกว่ามาก…

รอยช้ำน่าจะอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วปากก็ค่อย ๆ อ้าได้มากขึ้น กินอาหารได้ดี และน้ำหนักก็กลับมาเพิ่ม.. แต่คิดว่าการฟื้นตัวเป็นไปได้ดี

พอผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน อาการบวมยุบไปเยอะ มองกระจกแล้วดูรูปเก่า ๆ ทีไรก็รู้สึกทึ่งทุกครั้ง ถ้าเทียบสภาพตอนครบหนึ่งเดือนกับตอนนี้ก็ยังต่างกันอีก คิดว่าผลลัพธ์สุดท้ายจริง ๆ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี

อ้อ แล้วคุณหมอที่นี่พูดตรงและเป็นสายพูดความจริงแบบจี้จุด เลยคิดว่าอาจมีบางคนที่เจ็บใจเล็กน้อย และจริง ๆ เหมือนเคยเห็นคนแบบนั้นด้วย เลยคิดว่าควรรู้ไว้ก่อนไป.. แต่พอคิดดูแล้ว ทุกอย่างก็เป็นคำพูดเพื่อฉัน และหลังผ่าตัดก็ดูแลดีอีก เลยให้ความรู้สึกซึนเดเระ คนที่ผ่าตัดที่นี่น่าจะเข้าใจ

ยังไงก็ตาม ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตได้ดีจนแทบลืมไปแล้วว่าเคยผ่าตัด แต่บางครั้งพอนึกถึงการผ่าตัด ก็รู้สึกขอบคุณคุณหมอที่ทำให้ดีมาก และขอบคุณคนเขียนรีวิวที่ฉันเคยใช้อ้างอิงด้วย เลยลองเขียนยาว ๆ ดู แต่พอเขียนไปก็ยาวขึ้น ไม่รู้ว่าจะมีใครอ่านไหม..

ถ้ามีอะไรสงสัยก็ทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้ แล้วฉันจะเข้ามาเป็นครั้งคราวและตอบเท่าที่รู้!! ขอให้ทุกคนที่กำลังจะผ่าตัดหรือวางแผนอยู่ประสบความสำเร็จนะ!!!!

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้