เขาว่าจมูกต้องทำอย่างระมัดระวังมากๆ ทั้งเรื่องความสวยของหน้า ต้องหาข้อมูลเอง เดินดูหลายที่เท่าที่จะทำได้ แล้วพิจารณาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังได้ยินและเห็นกันบ่อยๆ ว่า ถ้ายังคิดวนไม่จบ หรือจมูกไม่ได้เป็นปัญหารุนแรงจริงๆ ก็ไม่ควรทำจากคนรอบตัวและจากชุมชนนี้ แต่จมูกเดิมของฉันค่อนข้างเตี้ยมากจริงๆ โดยเฉพาะหน้าผาก โหนกแก้ม คาง และริมฝีปากก็ออกแนวกลมและนูนๆ กันหมด เลยทำให้จมูกดูเตี้ยลงไปอีก ตรงนั้นทำให้ฉันเครียดมาก ฉันเลยพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อแม่จนได้อนุญาต และคิดว่าตัวเองหาข้อมูลมามากพอแล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย… พอมาคิดดูแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้มีสายตาเรื่องความสวยเท่าไร และก็ยังไม่เข้าใจโครงหน้าตัวเองด้วย รู้สึกว่าอาจจะเป็นแค่ต้องการเส้นสันที่ดูหรูอย่างเดียวก็ได้ ตอนนั้นฉันหาข้อมูลคลินิกที่เน้นทรงหรูๆ มากกว่าทรงธรรมชาติ แล้วคัดเลือกสุดท้ายจนได้ไปเดินดูจริงประมาณ 3 หรือ 4 ที่ แล้วก็ลงเอยกับการเสริมซิลิโคนร่วมกับกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง แต่เหมือนตอนนั้นฉันไม่ทันได้ตระหนักเลยว่ามันจะทิ้งแผลไว้กับร่างกายตัวเอง คงเป็นเพราะแค่ตอนนั้นฉันเครียดมาก เลยคิดว่าต้องยกจมูกให้สูงขึ้นให้ได้ พอผ่านไปแค่ปีเดียว จมูกฉันกลับดูดูเกินไปและเหมือนเป็นจมูกที่เด่นชัดมากไป ทั้งที่จริงถ้าเทียบจากรีวิวอื่นๆ หรือมองจากข้างนอก มันก็ไม่ได้สูงแบบน่าตกใจขนาดนั้นหรอก แต่เพราะใบหน้าและองค์ประกอบอื่นๆ อย่างตา จมูก ปากของฉันค่อนข้างกลมๆ ทั้งหมด สันจมูกที่เป็นแบบ ) ( ก็เลยยิ่งดูไม่เข้ากับหน้าอย่างช่วยไม่ได้.. พอประมาณ 3 เดือนก่อน เริ่มเห็นว่าสันจมูกมันแดงขึ้นนิดๆ ตอนแรกก็มีสัญญาณเล็กๆ ทีละอย่าง แล้วรูจมูกก็ดูใหญ่ขึ้นกว่าก่อน และสันจมูกก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ เริ่มเห็นชัดขึ้น แต่เพราะมันไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ก็เลยคิดว่าจะอยู่ไปแบบนั้นก่อน แต่ประมาณ 2 เดือนก่อน เริ่มมีอาการเสียวๆ ที่สันจมูก และมีความรู้สึกแปลบๆ แทงๆ ขึ้นมานิดหน่อย ตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พอเป็นแบบนั้นต่อเนื่องก็เลยกลับไปหาคลินิกที่ทำครั้งแรก เขาบอกว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร ดูไม่น่าใช่การอักเสบหรืออะไรแบบนั้น แค่การผ่าตัดจมูกอาจใช้เวลาถึง 1-2 ปีกว่าเส้นประสาทจะกลับมาปกติ เขาว่าไม่เป็นไร ฉันก็เลยอืม งั้นเหรอ แล้วก็กลับบ้านมา แต่ความรู้สึกแบบนั้นมันเหมือนจะค่อยๆ แรงขึ้น แถมทรงจมูกหลังจากนั้นก็ยิ่งรบกวนสายตา เลยเริ่มหาข้อมูลคลินิกสำหรับถอดออก lol รู้จักกันไหม ชุดใหญ่สายถอด 3 ที่ดังๆ นั่นแหละ [Clinic A] [Clinic B] [Clinic C] ตอนแรกฉันจองไว้เลยทั้งที่ยังไม่ได้หาข้อมูลจริงจัง เพราะตั้งใจจะไปปรึกษาก่อนที่นั่น แต่พอดีมีธุระด่วนก็เลยต้องยกเลิกไป หลังจากนั้นค่อยๆ หาข้อมูลมากขึ้นแล้วตัดสินใจได้ สรุปว่าใน 3 เจ้าดังนั้น 2 ที่ที่ฉันหาข้อมูลแล้วไม่ค่อยชอบ และอีก 1 ที่ตอนยกเลิกนัดปรึกษาก็ดูเสียความรู้สึกไปนิดหน่อย พอคิดไปคิดมาว่าถ้าวันหนึ่งจมูกมีปัญหาแล้วคลินิกออกท่าทีแบบนั้น ฉันคงรับไม่ไหวแน่ เลยลองหาข้อมูลเพิ่มอีกหลายที่ สุดท้ายก็พัดตกไปหลายที่เพราะไม่ถูกใจ แล้วตัดสินใจไป 3 ที่คือ 1 ใน 3 เจ้าดัง อีก 1 ที่ และคลินิกที่ทำครั้งแรกเพื่อดูอาการ ก่อนอื่น นัดติดตามที่คลินิกแรก เขาทำ CT แล้วให้คุณหมอดู รอบนี้ก็ยังบอกเหมือนเดิมว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่จมูกของฉันดูเหมือนจะบางกว่าคนอื่นทั้งที่ใส่ซิลิโคนขนาด 10.5 มม. เขาอธิบายประมาณนี้ โดยปกติผู้หญิงมักใส่ซิลิโคนกว้างประมาณ 9-10 มม. เลยแนะนำให้รอบนี้เปลี่ยนเป็น 11 มม. แล้วลดระดับทั้งซิลิโคนและกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองลงเล็กน้อย แต่เพราะมันไม่ใช่การอักเสบหรือปัญหาแบบนั้น จึงนับเป็นการผ่าตัดแก้ไขด้วย ทำให้ใช้สิทธิ์ดูแลหลังผ่าตัดแบบนั้นไม่ได้ จากนั้นก็ไปที่ [Clinic A] ค่าปรึกษา 10,000 วอน ได้คุยกับคุณหมอแล้ว คุณหมอไม่ได้เป็นสายอธิบายละเอียดทุกเรื่องแบบปูดหมด แต่ถ้าถามก็จะตอบดี ฉันรู้สึกเลยว่าควรคิดคำถามไปก่อนให้พร้อม น่าจะโอเคกว่า ถึงจะไม่มีคนแบบนั้นเยอะก็ตาม แต่ถ้าไปทั้งที่ไม่รู้อะไรเลย แค่ได้ยินชื่อคลินิกนี้แล้วเข้าไป ฉันคิดว่าน่าจะไม่ได้อะไรจากการปรึกษามากนัก สิ่งที่คุยกันคือ หลังเอาซิลิโคนสันจมูกออกแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อผิวหนังตัวเอง คุณหมอบอกว่าด้านหน้ามีโอกาสจะดูแผ่ออก และเนื้อเยื่อผิวหนังตัวเองมันนุ่ม สุดท้ายอาจถูกดูดซึมไปจนหมดในภายหลัง หรืออย่างน้อยก็ไม่เหลือแบบชัดเจน คุณหมอบอกว่าจริงๆ ใส่กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองที่สันจมูกได้ แต่อนาคตอาจเอียงหรือขึ้นรูปยาก เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาซิลิโคนออกแล้วเติมอะไรแทน เนื้อเยื่อผิวหนังตัวเองจะเหมาะกว่า คุณหมอยังบอกว่าไม่ได้อยากกลับไปจมูกเดิมเป๊ะๆ แต่ถ้าอยากให้สันจมูกดูมีมิติมากขึ้น จมูกเดิมก็มีความต่างระดับอยู่แล้ว ดังนั้นยังไงก็ต้องใส่อะไรบางอย่างเข้าไป คุณหมอบอกว่าน่าจะทำแบบไม่เปิดแผลภายนอกได้ และแนะนำให้ลดกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองลงนิดหนึ่งแล้วเปลี่ยนสันจมูกเป็นเนื้อเยื่อผิวหนังตัวเอง พร้อมบอกว่าจะมีรอยแผลตรงร่องก้น ส่วนปลายจมูก คุณหมอบอกว่าถ้ายังเหลือกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองอยู่ ความแข็งก็เลี่ยงไม่ได้ หลังผ่าตัดจะติดเทปให้ และสำลีจมูกจะใส่เฉพาะกรณีมีเลือดหรือหนองออกมา ถ้าไม่มีก็ไม่ใส่ เฝือกก็ไม่ใส่ ไม่มีการดูแลหลังผ่าตัดแบบเฉพาะ การดูแลหลังผ่าตัดคือทำเลเซอร์ แล้วมาดูอาการวันที่ 1-2 ครั้งหนึ่ง วันที่ 3-5 มาดูอีกครั้ง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็มาตัดไหมก้นในอีก 2 สัปดาห์ ไม่มีการบังคับวางเงินจอง หรือกิจกรรมเปิดเผยรูปบางส่วนเลยแม้แต่นิดเดียว ราคาก็ถูกกว่าคลินิกอื่นด้วย ได้ดูรูปก่อน-หลังของคนที่ถอดออกทั้งหมดหลายรูป แล้วก็รู้สึกเลยว่าที่ดังเรื่องถอดออกเพราะมีเหตุผลจริงๆ หลังถอดสันจมูกแล้ว ส่วนที่ยุบหรือเว้าก็ยังใส่ใจเก็บรายละเอียด ทำให้ผิวเรียบเนียน ไม่มีลอนนูนให้เห็น ดูว่าคุณหมอใส่ใจทำให้เรียบที่สุด [Clinic B] ฉันไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่พอหาข้อมูลก็เจอและรู้สึกชอบ เลยตัดสินใจไป เพราะดูมีชื่อเสียง ค่าปรึกษาไม่มี และถ้านับรวมทุกคลินิกเสริมความงาม ศัลยกรรม และผิวหนังที่เคยไปมา คุณหมอที่นี่คงติดอันดับต้นๆ เรื่องความเป็นมิตรตอนปรึกษา คุยกับคุณหมอแล้ว คุณหมอถามว่าทำไมถึงอยากถอด ฉันบอกว่าสันจมูกเหมือนถูกบีบมากเกินไป สูงเกินและดูไม่เป็นธรรมชาติ แล้วก็เล่าถึงอาการล่าสุดว่ามีความรู้สึกเสียวๆ และแปลบๆ ที่สันจมูก รวมถึงเริ่มแดงด้วย พอพูดแบบนั้น คุณหมอบอกว่า ของที่ใส่เข้าไปมันก็คือสิ่งแปลกปลอมอยู่ดี ถ้ามีความรู้สึกผิดปกติหรือแดงขึ้น ทั้งที่ไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่ควรเป็นแบบนั้น แปลว่ามีปัญหาอยู่ คุณหมออธิบายเรื่องการอักเสบไว้ละเอียดมาก บอกว่ามี 2 ชนิด จากนั้นฉันถามว่าถ้ามีโอกาสอักเสบ แล้วถ้าเอาซิลิโคนออกจะใส่อะไรแทนที่สันจมูกได้ไหม คุณหมอบอกว่าไม่ได้ พอฉันลองพูดถึงเนื้อเยื่อผิวหนังตัวเอง คุณหมอบอกว่า ถึงยังไงเนื้อเยื่อผิวหนังตัวเองพอผ่านไป 2 ปีก็จะหายไปหมด ต่อให้เหลือจริงๆ ก็เหลือแค่ 1 มม. ซึ่งไม่เห็นชัด ดังนั้นไม่จำเป็นต้องสร้างแผลเพิ่มอีก ถ้าอยากรักษาสันจมูกเอาไว้ ก็มีแค่ทางปรับแต่งซิลิโคนกับกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองให้ทรงดูธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น แต่ตอนนี้ยังไงก็มีปัญหาที่วัสดุที่ใส่อยู่ ถ้าไม่ใช่แบบนี้ก็อาจเลือกแก้เป็นการผ่าตัดแก้ไขได้เลย แต่ถึงไม่มีอักเสบ โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็ถือว่าสูง คุณหมอดูรูปจมูกเดิมของฉันแล้วบอกว่าอาจเป็นเพราะยกขึ้นสูงจนผิวถูกดึงแน่นขึ้นเลยรู้สึกแบบนั้น คุณหมอบอกว่าที่โรงพยาบาลทำ CT ก็จริง แต่ยังไงก็ไม่สามารถรู้ได้จากตรงนั้นว่าเป็นอักเสบหรืออะไร ดังนั้นสรุปคือ ต้องเลือกว่าจะผ่าตัดแก้ไขหรือถอดออกทั้งหมด ถ้าเน้นความปลอดภัย ก็ถอดออกทั้งหมดและกลับไปใกล้เคียงจมูกเดิมมากที่สุด หรือจะเลือกแก้ไขเพื่อคงรูปทรงจมูกให้สวยขึ้น ถ้าเกิดอักเสบแบบที่เรารู้กันจริงๆ ยังไงก็ต้องถอดออกทั้งหมด และถ้าอยากใส่วัสดุใหม่กลับเข้าไป อย่างเร็วที่สุดก็ต้องรออย่างน้อย 6 เดือน บางที่บอกว่าล้างและฆ่าเชื้อแล้วใส่กลับเข้าไปได้ แต่คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นแบบนั้น ก็แทบจะต้องมองว่าโอกาสอักเสบกลับมาอีกสูงมาก จากนั้นคุณหมอเปิดรูปขั้นตอนการผ่าตัดหลายรูปให้ดู มีแค่จมูกที่เห็น ไม่มีส่วนอื่นโผล่มาเลย ดูแล้วไม่น่ามีปัญหาความเป็นส่วนตัวอะไร คุณหมอเปิดภาพตอนถอดออกให้ดูด้วย ซึ่งสมจริงมากจนแอบขนลุกเลย.. แต่กลับยิ่งทำให้รู้สึกเชื่อถือมากขึ้นเพราะตั้งแต่ตอนปรึกษาก็เปิดให้ดูแบบนี้เลย ฉันเคยผ่าตัดแบบเปิด และมีทั้งกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองกับซิลิโคน คุณหมอบอกว่าจำเป็นต้องเปิดอยู่แล้ว พอถอดออกทั้งหมด ตอนนี้อาการเสียวๆ น่าจะมาจากวัสดุที่ใส่อยู่ ดังนั้นปัญหานั้นน่าจะหายไป ถ้าแก้ไขใหม่ ก็จะปรับให้รูปทรงโดยรวมดูเป็นธรรมชาติ แต่ถึงอย่างไรในจมูกก็ยังมีซิลิโคนและกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองอยู่ อาการเสียวๆ หรือแดงก็อาจไม่หายไป คุณหมอบอกว่าตอนนี้ความสูงมันมากไป ถ้าลดลงก็น่าจะดีขึ้นได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด ไม่มีการใส่สำลีจมูกหรือเฝือก และการดูแลหลังผ่าตัดมีระยะรับประกัน 3 ปี ถ้ามีปัญหาเช่นเอียง การอักเสบ และอื่นๆ ก็จะดูแลให้แน่นอน ไม่มีการดูแลหลังผ่าตัดแบบแยกต่างหาก หลังผ่าตัดต้องมาคลินิกประมาณ 2 ครั้ง แล้วผู้จัดการก็พูดเก่งมากและอธิบายละเอียดสุดๆ จนได้ฟังเรื่องส่วนตัวของคุณหมอไปอีกหลายเรื่อง lol พอได้ดูรูปก่อน-หลังแล้วก็แบบ ว้าว… คุณหมอมีสายตาเรื่องความสวยโคตรสุดจริงๆ คลินิกแรกกับ [Clinic B] ราคาพอๆ กัน ส่วน [Clinic A] จะถูกกว่าเล็กน้อย [Clinic B] ราคาจะแตกต่างกันเล็กน้อยตามว่าจะถอดออกทั้งหมดหรือแก้ไขใหม่ ตอนนี้ฉันยังลังเลว่าจะถอดทั้งหมดหรือจะแก้ไข แต่ใจเอนเอียงไปทางแก้ไขมากกว่า เพราะจมูกเดิมก็เตี้ยอยู่แล้ว และฉันก็ไม่อยากกลับไปเครียดกับจมูกเตี้ยแบบเดิมอีก อีกทั้งตอนทำก็ไม่ได้ทำทั้งที่ไม่รู้เลยว่ามีโอกาสอักเสบ เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่มีปัญหาใหญ่ และตอนนี้ฉันยิ่งกังวลเรื่องรูปทรงจมูกมากกว่า เลยรู้สึกว่าอยากปรับให้ดีขึ้นมากกว่า พิมพ์ตามที่นึกได้เลยค่อนข้างมั่วๆ lol ถ้ามีอะไรสงสัยถามได้เลย ฉันจะตอบให้เท่าที่รู้
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo29 ส.ค. ปลายจมูกดูแดง ๆ แบบนี้คืออักเสบไหม?
ปลายจมูกดูแดง ๆ แบบนี้ เป็นการอักเสบหรือเปล่า? ช่วงประมาณหนึ่งสัปดาห์มานี้มันแดงสลับไม่แดง และก็ไม่เจ็บอะไรเลย ใส่ซิลิโคน 3 มม. ที่สันจมูก และใส่กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกกับกระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูกมาเกิน 5 ปีแล้ว
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo29 ส.ค. ซิลิโคนที่ปลายจมูกดันออกมา เลยเอาซิลิโคนกับกระดูกอ่อนหูออกเมื่อวานนี้
ประมาณหนึ่งเดือนก่อน ปลายจมูกบวมแดงนูนขึ้นเหมือนสิว พอตอนกลับบ้านต่างจังหวัดก็เลยไปฉีดยาแก้อักเสบสิวที่คลินิกผิวหนังใกล้บ้าน คุณหมอก็บอกว่าฉีดครั้งเดียวคงหายไม่หมดทันที ให้กลับมาอีกทีหนึ่งสัปดาห์ หลังฉีดแล้ว 2 ถึง 3…
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo29 ส.ค. วันที่ 3 หลังผ่าตัดจมูก ปลายจมูกดูออกม่วงนิด ๆ แบบนี้ปกติไหม?
นี่ไม่ใช่ภาวะรั้งตัวอะไรแบบนั้นใช่ไหม??? เพิ่งผ่าตัดได้แค่ 3 วันเอง แล้วฉันอาจจะไวเกินไป แต่ตรงปลายจมูกดูออกม่วงนิด ๆ ทุกคนบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ แบบนั้นจริงไหม?
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo28 ส.ค. ขอแนะนำอาหารเสริมที่ช่วยให้บวมยุบเร็วหลังเอาออกทั้งหมดที
ขอแนะนำอาหารเสริมที่ช่วยให้บวมยุบเร็วหลังเอาออกทั้งหมดที อยากเตรียมไว้ล่วงหน้า.. มีอะไรดี ๆ ไหม?
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo28 ส.ค. คิดว่าจมูกของฉันเป็นอะไร?
ฉันเอาซิลิโคนออกเมื่อปีที่แล้วเพราะความรู้สึกแปลกปลอมและการอักเสบเรื้อรัง โดยคงกระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูกไว้ หลังจากนั้น พอเหนื่อยก็จะรู้สึกเหมือนการไหลเวียนเลือดในจมูกไม่ดี -> หลังจากนั้นอาการปวดแปลบที่เยื่อบุจมูกเริ่มหนักมากจนแทบจะบ้า…
ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo28 ส.ค. ถ้าเอาออกทั้งหมด อาการแปลกปลอมและความเจ็บจะหายไหม?
ฉันเสริมโครงด้วยกระดูกอ่อนหูและยกปลายจมูกขึ้นมา เขาบอกว่าบริเวณสันจมูกก็ใช้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย แต่ฉันไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด T_T เพราะฉันเป็นจมูกฮัมพ์ เขาบอกว่าได้แต่งผนังกั้นจมูกนิดหน่อยแล้วดึงคอลูเมลาลง และยังลดขนาดปีกจมูกด้วย T_T…