ก่อน<ก่อนผ่าตัดครับ>ก่อน<กรามเหลี่ยมครับ>หลัง<ทันทีหลังผ่าตัด..>หลัง<นี่ก็เป็นรูปที่ถ่ายหลังผ่าตัดได้ไม่กี่วันครับ>หลัง<และตั้งแต่ตรงนี้เป็นต้นไป>หลัง<คือสภาพปัจจุบัน>หลัง<หลังผ่าตัด>หลัง<ได้ยินคนบอกบ่อยมาก>หลัง<ว่าหล่อขึ้น>ก่อนหน้านี้ลงแต่ตากับจมูก คิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกที่ลงเรื่องโครงหน้าครับ จริง ๆ แล้วเมื่อเทียบกับตาและจมูก โครงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ผมกังวลที่สุด... ไม่ได้มีปัญหาอะไรถึงขั้นต้องกังวล แต่เมื่อเทียบกับตาและจมูกแล้ว คิดว่าเป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าชัดเจนจริง ๆ
ไม่คิดว่าจะหยิบรีวิวออกมาเล่าหลังผ่านไป 3 ปี เดี๋ยวจะลองเล่าจากความทรงจำ久 ๆ ดูครับ
สิ่งที่ลำบากในช่วงแรก.. อาการบวม ความเจ็บ อาการบวมของริมฝีปาก ฯลฯ ตอนนั้นสิ่งเหล่านั้นทำให้ผมสงสัยว่านี่มันปกติไหม แต่พอเวลาผ่านไป และตอนนั้นตอนที่ไปติดตามอาการที่โรงพยาบาล ได้เห็นสภาพของคนไข้คนอื่น ๆ ด้วย ก็ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่คล้าย ๆ กัน เลยคิดว่า อ๋อคงเป็นแบบนี้แหละ~ แล้วก็อดทนรอไปครับ
เวลาเป็นยารักษาครับ
ผมทำศัลยกรรมโครงหน้า 2 รายการ คือ ลดโหนกแก้มและผ่าตัดกรามเหลี่ยมครับ~ ผมต้องการไลน์ใบหน้าที่ไม่ทำให้หน้ามีเหลี่ยมดูผู้หญิงเกินไป แต่ไม่มีโหนกแก้มหรือกรามเหลี่ยมที่เด่นสะดุดตามากเกินไป และผู้อำนวยการแพทย์ก็บอกว่า ถึงไม่ทำ 3 รายการ แค่ 2 รายการก็ปรับปรุงได้เพียงพอ ผมเลยเข้ารับการผ่าตัดครับ~
ดูรูปหลังผ่าตัดแล้ว ก็แน่ใจว่าผลการผ่าตัดออกมาดีครับ ผมเองก็久 ๆ ทีลองค้นแกลเลอรีแล้วเอารูปก่อนผ่าตัดมาดู... ความแตกต่างก่อนและหลัง...ใหญ่จริง ๆ นะครับ ฮ่าฮ่า..
หลังจากผ่าตัดแล้ว หลังจากนั้นผมก็ลงทุนกับการดูแลผิวเยอะมากด้วย จนเพื่อน ๆ รอบตัวบอกว่าผมกำลังดูแลรูปลักษณ์ตัวเองได้ดีขึ้นมาก เพราะตัดสินใจเรื่องยากและผ่าตัดไปแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าการดูแลอย่างอื่นก็ต้องทำเป็นธรรมดาครับ~
เพราะแบบนั้น สำหรับผมก่อนผ่าตัดกับหลังผ่าตัด....ชีวิตแทบจะเปลี่ยนไปเลยครับ
ได้เจอผู้อำนวยการแพทย์ที่ฝีมือดี เลยได้ใบหน้าที่เรียบเนียนโดยไม่มีผลข้างเคียงครับ
ถ้ามีใครกำลังศึกษาศัลยกรรมโครงหน้าอยู่ ขอให้ดูแลหลังผ่าตัด และประสบการณ์ของผู้อำนวยการแพทย์อย่างจริงจังแน่นอนครับ!