ก่อน-หลัง 1. วันที่ผ่าตัด/ปรึกษา
: 22.07.22./22.04.26.
2. คุณหมอที่ผ่าตัด/ปรึกษา
: คุณหมอใหญ่ ㄱㅌㅎ
3. บริเวณที่ผ่าตัด/ปรึกษา
: คาง, โหนกแก้ม
4. รีวิวหลังผ่าตัด/ปรึกษา (เขียนได้ตามสบายเลยนะคะ^^)
: "คุณหมอเก่งที่สุดเลยค่ะ ถ้าจะทำวีไลน์/โครงหน้า ทำที่นี่เลยนะทุกคน!"
รู้สึกขอบคุณคุณหมอมากจนอยากจะตอบแทนด้วยรีวิวแบบปัง ๆ แล้วก็สวยขึ้นแบบจึ้ง ๆ แต่.. ด้วยความที่คุณหมอผ่าตัดเก่งมาก(?) เลยแทบไม่เจ็บ ไม่ค่อยมีอะไรไม่สบายตัวเลย ผลลัพธ์เรื่องลดน้ำหนักที่หวังไว้ก็ไม่มีเลย แถมดันอ้วนขึ้นอีก.. ขอโทษนะคะคุณหมอ เฮ้อ.. ขอคุณหมอให้อภัยหนูด้วยนะคะ..
ตัดเรื่องอื่นออกไปก่อน สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญตอนเลือกคลินิกมีดังนี้ค่ะ,
1. ฝีมือและประสบการณ์การผ่าตัดของคุณหมอ
ฉันมีปมเรื่องคางมาตั้งแต่เด็ก แต่ที่ไม่ทำจนถึงอายุสามสิบกว่า ๆ เพราะการผ่าตัดนี้ใหญ่และเสี่ยงมาก ฉันอยากผ่าตัดกับคุณหมอที่ทำด้านโครงหน้ามาอย่างเชี่ยวชาญและยาวนาน
2. ความปลอดภัย
การมีวิสัญญีแพทย์ประจำอยู่ และสถานที่ที่สามารถเปิดเผย CCTV ได้ ก็เป็นเงื่อนไขจำเป็นเหมือนกันค่ะ!
3. การปรึกษากับคุณหมอ
ผู้จัดการก็สำคัญนะคะ แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการคุยกับคุณหมอมากกว่า ไม่แน่ใจว่าควรเขียนตรงนี้ได้ไหม.. คลินิกที่ฉันเคยไปปรึกษาเอง ตอนนี้ที่นึกออกก็มี.. ㄷㅇㅇ, ㅁㅇㄷㅇ, ㅂㄹㅇ, ㄴㅌ ค่ะ ตอนนั้นทุกที่ก็ล้วนเป็นที่ดัง ๆ ทั้งนั้น และมีทั้งข้อดีข้อเสีย จำได้ว่าคุณหมอทุกท่านค่อนข้างมั่นใจเรื่องการผ่าตัด การปรึกษาก็ดีค่ะ แต่เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นั่นคือการปรึกษากับคุณหมอดีที่สุดแล้ว อย่างที่หลายคนอาจจะรู้กันอยู่แล้ว คุณหมอจะให้ลองวาดไลน์ที่ต้องการลงบนจอด้วยปากกาเมจิกเอง แล้วก็โชว์ภาพคร่าว ๆ หลังผ่าตัดด้วย Photoshop และคุยกับคนไข้แบบเชิงรุกระหว่างให้คำปรึกษา การปรึกษาก็ละเอียดมาก แถมยังใจดีสุด ๆ ด้วยนะคะ? ฮึ่ม.. ให้ความรู้สึกเหมือนหมีพูห์นิด ๆ เลยค่ะ อีกอย่างคือไม่เคยแนะนำการผ่าตัดที่เกินจำเป็นเด็ดขาด! ตรงนี้แหละที่ทำให้ฉันตัดสินใจเลยค่ะ แนวทางการผ่าตัดตรงกับฉันมาก (แต่ละคนก็มีมาตรฐานความงามไม่เหมือนกันนะคะ.. ฉันแค่อยากสวยขึ้นในขอบเขตที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ สำหรับคาง คุณหมอแค่แนะนำให้ทำคางอย่างเดียว และตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ก่อนผ่าตัดพอคิดว่า ไหน ๆ ก็จะทำแล้ว(?) เลยเพิ่มโหนกแก้มเข้าไปด้วย)
4. เรื่องเล่าหลังผ่าตัด (หัวข้อรอง: คุณหมอคิมทักโฮ & พยาบาลที่น่ารักมาก)
ยังรู้สึกว่าฉันอธิบายความรู้สึกขอบคุณได้ไม่พอ เลยขอเล่าเรื่องของคุณหมอกับเรื่องหลังผ่าตัดเพิ่มอีกหน่อยนะคะ หลังผ่าตัดเสร็จแล้ว พอถูกพามาเข้าห้องพักส่วนตัวและนั่งลงจริง ๆ ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอกค่ะ แต่ดันง่วงมากกกกกกกกกก แบบไม่ไหวเลย คงเพราะเมื่อคืนก่อนเครียดจนไม่ได้นอน แถมยังฤทธิ์ยาสลบอีกด้วย.. ช่วงนั้นเหมือนห้ามหลับนะคะ พยาบาลกับคุณหมอผลัดกันเข้ามาแทบทุก 1 นาที พยายามปลุกแบบสุดกำลัง ถึงฉันจะงอแงง่วงนอนมากแค่ไหนก็ตาม.. เฮ้อ.. ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณคุณหมอกับพยาบาลที่เมตตาและรับมือกับฉันนะคะ อีกตอนหนึ่งตอนตรวจหลังผ่าตัดใช่ไหมคะ? คางข้างหนึ่งของฉันมีอะไรคล้ายหนองค้างอยู่ คุณหมอช่วยบีบออกให้ ตอนนั้นฉันยังไม่ทันจะให้บีบก็กลัวก่อนแล้ว ดูท่าจะต่อต้านด้วย คุณหมอเหมือนจะบอกว่าจะจับมือให้ หรือให้กัดมือก็ได้.. น่าจะบอกว่าจับมือได้ใช่ไหมคะ? ยังไงก็ตาม ด้วยบรรยากาศเฉพาะตัวแบบเหมือนวอร์ดเด็กของคุณหมอและพยาบาล เราก็จัดการเอาหนองออกได้อย่างปลอดภัย แล้วก็ร้องไห้ออกมาด้วย ก่อนจะกลับออกมาได้ค่ะ อืม.. นอกจากนี้ ตอนฝึกอ้าปากกว้างก็เจ็บกว่าที่คิดไว้มาก (อยู่ ๆ ก็เอานิ้วดันเข้ามา ซี่ดดด) พอฉันกำลังจะโกรธเพราะรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง คุณหมอก็คว้ามือฉันทันที พอเขียนจบแล้วเหมือนปัญหาจะอยู่ที่ฉันเองแฮะ แต่ความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความใจดีจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณคุณหมออีกครั้งนะคะ^0^!!