ฉันเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าผากประมาณช่วงฤดูร้อนปี 2023
เดิมทีฉันมีตาลึก และเปลือกตาหนาเป็นปมด้อยจนแม้แต่เทปติดตาสองชั้นก็ไม่ค่อยได้ผลเลย ฉันอยากทำให้ผิวเปลือกตาเองบางลงนิดหน่อย เลยลังเลระหว่างการผ่าตัดใต้คิ้วกับการยกหน้าผาก
แต่เดิมระยะห่างระหว่างตากับคิ้วของฉันค่อนข้างใกล้กัน และฉันก็กังวลเรื่องแผลเป็นใต้คิ้วด้วย สุดท้ายเลยเลือกยกหน้าผาก
ถ้าพูดตรง ๆ การเลือกโรงพยาบาล… ฉันเลือกค่อนข้างลวก ๆ ค่ะ ฉันดู Twitter ของคลินิกแล้วรู้สึกว่าดูโอเค เลยตัดสินใจเลือกที่นี่
จำราคาแน่นอนไม่ได้ แต่น่าจะประมาณ 300,000-350,000 เยน
ขั้นตอนการผ่าตัดฉันจำได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ฉันจองจากญี่ปุ่นผ่าน LINE และตอนที่ไปครั้งแรก ได้ปรึกษาแล้วก็น่าจะเข้าผ่าตัดทันทีเลย
การยกหน้าผากมีสองวิธี วิธีหนึ่งคือแบบดึงยกขึ้นแรง ๆ อีกวิธีคือแบบยกขึ้นระดับปานกลาง
ฉันอยากทำแบบยกแรง ๆ แต่ผู้อำนวยการแพทย์บอกว่า “อายุยังน้อยอยู่ แบบระดับปานกลางดีกว่าแน่นอน” สุดท้ายเลยทำแบบนั้น พอมาคิดตอนนี้ ก็รู้สึกเหมือนกันว่าน่าจะขอให้ยกแรงกว่านี้อีกนิดไหม
การผ่าตัดเสร็จเร็วกว่าที่คิด พอส่องกระจกก็เห็นตัวเองอยู่ในสภาพเหมือนสิงโต(?) มาก ๆ ตอนนั้นตาถูกยกขึ้นเหมือนตอนที่ฉันใช้มือดึงขึ้นเพื่อจำลองดู
ช่วงพักฟื้น หลังผ่าตัดทันทีรู้สึกโล่งและโอเคมาก แต่พอกลับไปโรงแรมที่เมียงดง อาการเวียนหัวกับคลื่นไส้รุนแรงมากจนฉันอาเจียนหลายครั้ง
ทรมานมากจนวันถัดไปต้องกลับไปโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ หลังจากนั้นฉันก็ยังกลัวว่าจะอาเจียนอีก เลยถามล่ามหลายครั้งว่า “ถ้าคลื่นไส้อีกต้องทำยังไงคะ?” เขาบอกว่า “ต่อไปจะไม่คลื่นไส้แล้วค่ะ” ฉันจำได้ว่าคิดในใจว่า “มั่นใจขนาดนั้นได้ยังไงนะ…?”
หลังจากนั้นการฟื้นตัวค่อนข้างราบรื่น และตอนนี้ฉันแทบไม่รู้แล้วว่าแผลเป็นอยู่ตรงไหน
ส่วนเรื่องผลลัพธ์ ก็เหมือนรีวิวของคนอื่น ๆ คือเมื่อเวลาผ่านไป รู้สึกว่ามันตกลงมานิดหน่อยมากกว่าที่คิด
แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนผ่าตัดเปลือกตาของฉันหนาจนติดเทปตาสองชั้นไม่ได้เลย ส่วนตอนนี้รู้สึกได้ชัดว่ามันบางลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเองถือว่าละเอียดมากจริง ๆ ดังนั้นถ้าใครต้องการความเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจน ฉันคิดว่าควรเลือกแบบที่ให้ผลยกกระชับแรงกว่าจากสองวิธีนี้ค่ะ