สวัสดีครับ นี่เป็นรีวิวศัลยกรรมปรับโครงหน้า 2 รายการสำหรับผู้ชาย (กรามเหลี่ยม, คางหน้า) ครับ ตั้งแต่เด็ก กรามเหลี่ยมเป็นปมด้อยของผม ผมเคยลองทั้งเครื่องนวดและจัดฟันแล้ว แต่ผมเป็นคนที่แทบไม่เห็นผลมากนักครับ ผมยังนอนกัดฟันหนักมาก และเพราะกินอาหารเหนียวบ่อย กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์จึงยิ่งพัฒนามากขึ้นไปอีก พอใช้ชีวิตแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ข้อต่อขากรรไกรบนก็ค่อย ๆ เริ่มฝืดและมีเสียง จนกลายเป็นกรามที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เมื่อเวลาผ่านไป ขากรรไกรเริ่มมีเสียงดังกร๊อบ ๆ แล้วต่อมาทุกครั้งที่ตื่นนอนตอนเช้า ก็จะรู้สึกชา ๆ ระบม ๆ จนถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวันครับ เพราะตอนจัดฟันผมถอนฟันไปแล้วถึง 4 ซี่ ความจริงจึงแทบจะ ยอมแพ้ทั้งด้านการใช้งานและด้านความสวยงามไปแล้วครับ ระหว่างนั้น ผมคิดว่าไม่สามารถปล่อยไว้แบบนี้ได้อีกแล้ว จึงเริ่มค้นหาบทความเกี่ยวกับข้อต่อขากรรไกร และได้เจอ YouTube เรื่องชีวิตหลังผ่าตัดสองขากรรไกรของคุณหมอ Lee Seok-jae แห่ง Y Oral ตลอดหลายเดือน ผมดูเคสจริงก่อนหลังและรีวิวที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ดูความเห็นของคุณหมอ รวมถึง วิดีโอของคนที่มีเคสและความกังวลคล้ายผมที่ค่อย ๆ ดีขึ้น ผมจึงตัดสินใจนัดปรึกษาที่ Y Oral and Maxillofacial Surgery ครับ เพราะผมดูคุณหมอมาตลอดทาง YouTube จึงรู้สึกคุ้นเคยในใจโดยไม่รู้ตัว พอไปครั้งแรกและได้เจอคุณหมอตัวจริง ก็รู้สึกเหมือนแฟนมีตติ้ง(?) เลยครับ ถึงแม้ผมจะเล่าเรื่องของตัวเองแบบวกวนมาก ๆ คุณหมอก็ยังอธิบายให้ฟังอย่างใจดีทีละอย่าง แยกแยะด้านการใช้งานกับด้านความงามอย่างชัดเจนจริง ๆ และพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เติมแต่งหรือตัดทอนครับ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมคิดอีกครั้งว่า การเลือกเข้าหาปัญหาช่องปากผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลเป็นทางเลือกที่ถูกต้องจริง ๆ ครับ ท่ามกลางโรงพยาบาลมากมายที่มักถูกเรียกว่าเน้นขายของ(?) คุณหมอไม่มีลักษณะแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ท่านจัดลำดับให้ชัดเจนว่าส่วนไหนควรทำก่อนและหลัง ทำให้ตัวผมเองเลือกได้ง่ายขึ้นครับ และคุณหมอไม่ได้ดูแข็งกระด้างแม้แต่นิดเดียวจริง ๆ! ใน YouTube มีคอมเมนต์แปลก ๆ เยอะว่าคุณหมอดูแข็งและไม่เป็นมิตร ผมเห็นบ่อยจนเคยไปคอมเมนต์เองด้วยว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยครับ:) นอกจากนี้ คุณหมอยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่เข้าใจง่ายโดยไม่ใช้ศัพท์เฉพาะทาง แม้ผมจะผ่าตัดครั้งแรกก็เข้าใจได้ง่ายครับ ผู้จัดการให้คำปรึกษาก็ดูแลผมดีมากทั้งก่อนและหลังปรึกษากับคุณหมอ และจนถึงตอนนี้ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด ถ้ามีเรื่องสงสัยนอกเหนือจากตารางนัด ก็จะติดต่อมาทาง KakaoTalk เป็นระยะ ทำให้รู้สึกเหมือนเขาคอยติดตามผลการผ่าตัดของผมไปด้วยกันครับ แทนที่จะคาดหวังความเปลี่ยนแปลงแบบดรามาติกเหมือนไอดอลหรือดารา ผมแนะนำให้แยกให้ชัดระหว่างด้านความงามที่ตัวเองต้องการกับวัตถุประสงค์ในการรักษาภายหลัง แล้วค่อยไปปรึกษาครับ! ผมคิดว่าความพึงพอใจย่อมสูงมากแน่นอนครับ:) <ก่อนผ่าตัด> กรณีของผม เริ่มคุมอาหารทันทีตั้งแต่วันปรึกษาครั้งแรกครับ เพราะตั้งใจไว้ตั้งนานก่อนจะนัดปรึกษาแล้วว่า จะกินทุกอย่างที่อยากกินให้หมดก่อน เลยไม่ได้มีอะไรที่อยากกินมากเป็นพิเศษ และเพื่อให้ฟื้นตัวเร็ว ผมใช้เวลาเดินบ่อย ๆ ครับ หลังผ่าตัดจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหนียวไปเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าใครชอบของเหนียวหรือหนืด เช่น ซี่โครง ต๊อก หมากฝรั่ง ย็อต เป็นต้น ผมแนะนำให้กินล่วงหน้าให้เยอะจนเบื่อไปเลยครับ นอกเหนือจากนั้น หลังเตรียมของตามที่โรงพยาบาลแนะนำแล้ว ผมก็ลองค้นหาขั้นตอนการผ่าตัดจริงในต่างประเทศทางอินเทอร์เน็ตดูครับ พอได้เรียนรู้ขั้นตอนทีละสเต็ปผ่านวิดีโอไว้แล้ว ผมจึงไม่ได้สั่นหรือกลัวเป็นพิเศษครับ วันผ่าตัด ผมได้รับแจ้งว่าอาจมีรถติดมากกว่าที่คิด จึงออกเดินทางล่วงหน้าและไปถึงก่อนโรงพยาบาลเปิดครับ หลังจากวางของ ฟังข้อควรปฏิบัติและคำอธิบายต่าง ๆ แล้ว ผมพบคุณหมอและเข้าห้องผ่าตัดครับ ผมเตรียมใจไว้เรียบร้อยแล้ว และได้ศึกษาขั้นตอนการผ่าตัดมาก่อนแล้วครับ ผมลองคาดเดาไว้ว่า ‘หลังผ่าตัด ส่วนนี้คงจะมีความรู้สึกเหมือนถูกม้วนเข้าไปและตึงดึง ส่วนนี้คงจะเจ็บสินะ..’ ดังนั้นจึงเจ็บน้อยกว่าที่คิดครับ ผมได้ยินเสียงคุณหมอพูดอย่างงัวเงียว่า “คนไข้ครับ ผ่าตัดเสร็จแล้วนะครับ~” แต่ยังไม่ตื่นเต็มที่ เลยตอบไม่ได้แล้วก็หลับไปอีกครับ อาจเป็นเพราะผมเป็นผู้ชาย เลยมีเสมหะปนเลือดออกมาค่อนข้างมาก รู้สึกปากเหนอะ ๆ และเหมือนมีก้อนกรวดติดอยู่ในคอแรงมาก ผมนั่งสัปหงกผ่านเวลาไป จนถึงช่วงเย็น พอดื่มน้ำแล้วความรู้สึกสาก ๆ ก็หายไปครับ! ทางโรงพยาบาลดูดเสมหะให้ครั้งหนึ่งด้วย ผมจึงตั้งสมาธิกับการหายใจ และพยายามหายใจเข้าออกทางปากเพื่อไล่แก๊สดมยาสลบออกครับ แล้วแต่คน แต่สำหรับผม สิ่งที่จำได้มากกว่าความเจ็บคือเก้าอี้เอน..! แน่นอนว่ามีอาการบวม และเลือดอาจยังไหลต่อได้ จึงห้ามเงยศีรษะไปด้านหลังหรือก้มไปด้านหน้า ต้องนอนบนเก้าอี้เอน โดยปรับให้เกือบเป็นมุมฉากครับ ถ้าใครไม่ถนัดนอนนั่ง ผมแนะนำให้คิดไว้ว่าอาจต้องโต้รุ่ง และนอนมาให้เต็มอิ่มล่วงหน้าครับ กรณีของผม ผมแพ้เรื่องการนอนมาก เลยมาก่อนผ่าตัดโดยไม่ได้หลับเต็มที่ในคืนก่อนหน้า หลังผ่าตัดก็หายใจไปด้วย เล่นเกมมือถือแบบจบเป็นตา ๆ ไปด้วย ทำงานที่เคยผัดผ่อนไว้ไปด้วย หลับ ๆ ตื่น ๆ ซ้ำไปมา เลยรู้สึกทรมานจากการนั่งหลับบนเก้าอี้เอนน้อยลงครับ คงประมาณใช้ความร้อนสู้ความร้อนมั้งครับ,, การวางแผนสิ่งอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจ และแผนที่ทำอยู่จนกระทั่งก่อนหน้าช่วงที่เขียนรีวิวนี้ เอาไว้ตั้งแต่วันผ่าตัด ทำให้เวลาผ่านไปค่อนข้างเร็วครับ ตอนเย็นก็บอกให้งดอาหารยกเว้นน้ำ แต่ผมไม่ได้อยากดื่มน้ำเป็นพิเศษ จำได้ว่าเหมือนจะดื่มไม่หมดขวด PET 500ml หนึ่งขวดด้วยซ้ำครับ ตอนเย็นตอนให้ยาปฏิชีวนะ? หนึ่งครั้ง ผมรู้สึกในท้องวังเวงและเย็นลง จนไม่คิดถึงข้าวเลยจริง ๆ ครับ ตลอดวันที่นอนโรงพยาบาล เขาเปิดฮีตเตอร์ไว้ใต้เท้าให้ครับ ถ้าใครหนาวง่าย อาจเตรียมถุงเท้านอนหรือของเสริมไปด้วยก็น่าจะดีครับ! หลังผ่าตัด ผมนอนค้างที่โรงพยาบาลแบบนั้นจนถึงเช้า เพราะต้องปัสสาวะ จึงดื่มน้ำแล้วปัสสาวะ หลังจากนั้นตรวจเช็กสภาพ พบคุณหมอ รับการตรวจครั้งแรกหลังผ่าตัด / การตรวจครั้งที่สอง แล้วได้รับเอกสารแนะนำที่เขียนวิธีดูแลต่อไปอย่างละเอียดและ ยาตามใบสั่ง จากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลครับ! ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมได้ยินมาว่า สายรัดหน้าที่โรงพยาบาลให้มาและการจัดการอาการบวมเป็นช่วงสำคัญจนถึงสัปดาห์ที่ 4 ครับ กรณีของผมเป็นคนสูบบุหรี่ จึงติดแผ่นนิโคตินที่เตรียมไว้ล่วงหน้า และกิน New Care โจ๊กฟักทอง โจ๊กข้าวขาว และเต้าหู้หลายชนิดเยอะมากครับ ไข่ม้วน ซุนดูบู เต้าหู้นิ่ม (ใส่น้ำสลัดยูซุ น้ำสลัดออเรียนทัล) เต้าหู้ถั่วดำ ฯลฯ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเมนูเต้าหู้หลากหลายกว่าที่คิดครับ ช่วงนี้ปากอ้าจริง ๆ ไม่ค่อยได้ และมีการบอกว่าไม่ควรฝืนพูด ผมจึงหลีกเลี่ยงโทรศัพท์ให้มากที่สุด ใส่สายรัดหน้าแน่นอน และช่วงแรกประคบเย็น ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไปก็ประคบอุ่นควบคู่กัน ลดพฤติกรรมที่ทำให้ฝืนตัวเองและ สิ่งที่อาจกระตุ้นการอักเสบให้มากที่สุดครับ น้ำยาบ้วนปาก Hexamedine ผสมน้ำเกลือ ผมก็ใช้บ่อย ๆ โดยไม่เกี่ยวกับว่ากินอาหารหรือไม่ เช่น หลังตื่นตอนเช้า หรือหลังดื่ม New Care หลังอาหารทันที หลังเดินเล่นแล้วปากรู้สึกไม่สดชื่น ก่อนนอน เป็นต้นครับ เคล็ดลับคือการเดินเล่นได้ผลดีจริง ๆ ครับ ระยะที่พอเดินได้ผมก็เดิน ตอนเย็นก็จงใจหาเวลา และเดินให้ได้วันละ 15,000 ก้าวทุกวันครับ แล้วก็น้ำฟักทอง,, เรื่องบวมไม่ต้องพูดเยอะเลยครับ อาจเพราะมี Danggwisusan และ Newbein เพิ่มเข้ามาด้วย ตัวผมเองไม่รู้สึก แต่ตอนตรวจครั้งที่สองหลังผ่าตัด ไปโรงพยาบาล ทุกคนบอกว่าอาการบวมยุบลงมาก จึงคิดว่ามันได้ผลจริง ๆ และตอนนี้ก็ยังเดิน รวมถึงกิน Newbein, Danggwisusan และน้ำฟักทองอยู่ครับ คนรู้จักที่ไม่ได้บอกเรื่องผ่าตัดปรับโครงหน้า แล้วได้เจอกันหลังไม่ได้เจอนาน ต่างพูดว่า “เหมือนหน้าดูเรียวขึ้นนะ..?” ทุกคนคิดว่าผมลดน้ำหนักจนแทบดูไม่ออก และฟื้นตัวเร็วครับ แต่ตอนนี้อาการบวมก็ยังไม่ได้ยุบหมด และคิดว่ายังจะเปลี่ยนไปอีกที่ 3 เดือน 6 เดือน และจนถึง 1 ปี พฤติกรรมการกินก็สุขภาพดีขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด การเดินถูกเพิ่มเข้ามาในรูทีน ทำให้รู้สึกว่าชีวิตก็สุขภาพดีขึ้นด้วยครับ:) (*แต่ช่วงนี้ลมเย็น คิดว่าควรใส่ใจเรื่องความอบอุ่นด้วยหน้ากากหรือบาลาคลาวา ฯลฯ ให้ดีครับ) ถ้ามีใครที่เหมือนผม กำลังคิดจะทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าแต่กลัวเพราะความเสี่ยง และเพราะเป็นผู้ชายจึงเข้าถึงข้อมูลได้ยากจนลังเลอยู่ ผมหวังว่ารีวิวของผมจะเป็นประโยชน์ครับ!
โพสต์อื่นในหมวดนี้
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิว Choi's Line
การปรึกษากับหัวหน้าที่ให้คำปรึกษาก็โอเคและใจดีมาก พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็ใจดีเหมือนกัน ภายในร้านแม้จะไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนใหม่เอี่ยม แต่ก็ดูสะอาดดี การปรึกษากับคุณหมอก็ใจดีและพยายามอธิบายอย่างละเอียด ทำให้เริ่มรู้สึกเชื่อใจขึ้นมาหน่อย…
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิวคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง The Fix ในชุมชนแห่งหนึ่ง
บารมีของผู้อำนวยการไม่ธรรมดาเลย จริงๆ น่ากลัวมาก… แต่เขาดูเป็นมืออาชีพมาก พูดเฉพาะสิ่งที่ต้องพูดอย่างชัดเจน และเห็นได้ว่าเขาพยายามปรับให้เข้ากับฉันให้มากที่สุด เลยไม่ได้ถึงขั้นไม่พอใจอะไร รู้สึกเกรงใจที่จะถามโน่นถามนี่…
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิว Toxnfill
ตอนคุยปรึกษาก็มีบอกแล้วว่าหน้าไม่ได้มีไขมันเยอะขนาดนั้น ดังนั้นอย่าคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบดราม่ามาก haha แต่เขาบอกว่าถ้ามองว่าเป็นการเก็บเส้นกรอบหน้าแล้วก็โอเค เลยลองทำดู มันเจ็บจี๊ด ๆ จนมีน้ำตาคลอ…
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิว The Ciel
พออายุมากขึ้น ฉันรู้สึกว่าไขมันแก้มมันหย่อนลงด้านล่างแปลกๆ ในขณะที่ไขมันใต้คางกลับหนาขึ้น เลยกังวลมาก เมื่อก่อนถ้าน้ำหนักลดลงนิดหน่อย หน้าก็ดูเรียวลงไปด้วย แต่ช่วงหลังถึงน้ำหนักจะไม่ได้เปลี่ยนมาก เส้นกรามกลับพังลงก่อน…
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิว Nplus
นี่เป็นการปรึกษาครั้งแรกที่ฉันไป เลยยังไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า แต่ตอนนี้คิดย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าพวกเขาคุยแบบตรงไปตรงมา และพูดเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ฉันชอบมากที่ตอนรอมีพื้นที่ให้นั่งอ่านหนังสือ ราคาก็ไม่ได้แพงมาก…
ปรึกษาศัลยกรรมตา@eye-think26 ม.ค. รีวิวคลินิกศัลยกรรม One Percent
ได้ยินมาว่าผู้อำนวยการแพทย์ Lim Jong-woo ของ One Percent มีชื่อเสียง และในบรรดาโรงพยาบาลศัลยกรรมโครงหน้า ชื่อนี้มักถูกพูดถึงเสมอ เลยไปปรึกษามา หลังจากเข้าปรึกษากับผู้จัดการให้คำปรึกษาก่อน แล้วจึงได้พบคุณหมอ…