โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก

With You Wonil แก้จมูกฮัมพ์ 4-5 เดือน พอใจมาก

- ทิศทางการผ่าตัดที่ฉันต้องการตั้งแต่แรก 1. ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง 2. อยากแก้จมูกฮัมพ์และจมูกเบี้ยว แต่ต้องการแก้แค่ในระดับที่ทำได้โดยไม่ฝืนกับใบหน้าที่ฉันมีอยู่เท่านั้น (ต่อให้ฮัมพ์เหลืออยู่นิดหน่อย หรือจมูกไม่ได้ตรงเป็นเส้นเป๊ะก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ต้องการจมูกที่สมบูรณ์แบบ แนวคิดคือทำให้ดีที่สุดจากสิ่งที่ฉันมีอยู่) 3. เรื่องผ่าตัดไม่ยอมรับคำว่าคุ้มราคา ถึงจะต้องจ่ายแพงก็ต้องได้รับการผ่าตัดที่ถูกต้องเหมาะสม

- การปรึกษา: 1. ก่อนไป Wonil ฉันเคยปรึกษามาสองที่ ที่หนึ่งขอผ่านเพราะรู้สึกเหมือนปิดบังคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการผ่าตัด อีกที่หนึ่งดูเหมือนให้ความสำคัญกับไลน์จมูกที่สวยฉูดฉาดมากกว่าความปลอดภัย และแนะนำให้ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค เลยขอผ่าน 2. ก่อนเข้าปรึกษา เคยเห็นรีวิวเป็นครั้งคราวว่าผู้อำนวยการแพทย์ดูพูดห้วน แต่ฉันไม่รู้สึกว่าเขาพูดห้วนเลย เขาเป็นคนที่บอกตรงๆ โดยไม่ปิดบังว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ต้องการคำพูดอ้อมๆ นุ่มๆ อาจรู้สึกว่าแบบนั้นดูไม่ใส่ใจก็ได้ และตั้งแต่แรกทิศทางการผ่าตัดก็คล้ายกับสิ่งที่ฉันต้องการ เลยอาจทำให้คุยกันได้ดี 3. สิ่งที่ฉันปรึกษาคือเอาฮัมพ์ออก ยกคอลูเมลลา ตกแต่งกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูกเล็กน้อย แก้จมูกเบี้ยว และใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกยกปลายจมูกขึ้นเล็กน้อย ถ้ากระดูกอ่อนไม่พอจะใช้กระดูกอ่อนหู 4. เขาบอกว่าเพราะจะไม่ได้เอาฮัมพ์ออกจนหมด หลังผ่าตัดอาจมีโอกาสที่ผิวจมูกจะไม่ได้เรียบกริบทั้งหมด ฉันเลยบอกว่าระดับนั้นไม่เป็นไรจริงๆ

- ผ่าตัด: พอเข้าไปในห้องผ่าตัด คุณหมอก็คอยชวนคุยตลอด บอกว่าไม่ต้องตื่นเต้น ก่อนวางยาสลบ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องเก็บกระดูกอ่อนหู เขาเลยฆ่าเชื้อทั้งหน้าและถึงหู หนาวมาก สั่นเลย พอยาสลบเข้าไปก็หลับทันที แต่ระหว่างผ่าตัดตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณหมอก็ชวนคุยอีก ฉันอยากคุยด้วย แต่เลือดในจมูกมันกระเพื่อมกุกๆ จนพูดไม่ค่อยได้ จำได้ว่าตอบแค่ประมาณ “อือก” อะไรแบบนั้น.. เหมือนกำลังฝัน เป็นความรู้สึกแปลกๆ พอผ่าตัดเสร็จ ก็พยายามประคองสติที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ แล้วพยาบาลช่วยพยุงย้ายไปห้องพักฟื้น หลับสบายมาก ดี ระหว่างนอน พยาบาลมาถามสองครั้ง และคุณหมอมาถามหนึ่งครั้งว่าโอเคไหม (น่าจะเช็กว่ายังมีสติอยู่หรือเปล่า) ตอนคุณหมอมาถามครั้งสุดท้าย สติก็ยังมึนๆ อยู่ แต่ฉันอยากเข้าห้องน้ำ เลยตอบส่งๆ แล้วเดินต้วมเตี้ยมไปห้องน้ำตามสัญชาตญาณ…. พอยาสลบหายหมดแล้วนึกย้อนดู รู้สึกขอโทษเพราะเหมือนตัวเองดูไม่มีมารยาท แล้วก็ใช้แค่กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกที่ปลายจมูก ไม่ได้เก็บกระดูกอ่อนหูด้วย ดีมาก.. นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับประโยชน์จากการมีจมูกใหญ่ ขอบคุณนะ จมูกใหญ่ ขอบใจ!

วันที่ 1 หลังยาสลบหาย แปลกใจมากเพราะไม่เจ็บเท่าที่คิดและไม่บวมมาก ได้ยินมาว่าคุณหมอห้ามเลือดเก่ง น่าจะเพราะแบบนั้นเลยไม่ใส่สำลีในจมูก ด้วยจุดนี้ทำให้นอนก็ไม่ได้ลำบากมาก วันแรกสิ่งสำคัญคือประคบเย็นให้ดี

วันที่ 2 ตั้งแต่วันที่สอง รอยช้ำกับบวมขึ้นมาแบบหนักมาก น่าจะเพราะวันแรกประคบเย็นลวกๆ เลยโดนลำแสงกรรมสนองเข้าเต็มๆ

วันที่ 3 วันที่ไปโรงพยาบาลเพื่อฆ่าเชื้อ ทุกครั้งที่รับการรักษาที่โรงพยาบาล ผู้อำนวยการแพทย์จะต้องมาตรวจ อธิบาย และให้ดูหน้าด้วย เขาอธิบายเรื่องความคืบหน้าการฟื้นตัวให้ด้วย เลยดี ถอดเฝือกกับเทป แล้วเช็ดสะเก็ดเลือดในจมูก อันนี้คือเหมือนตายจริงๆ.. เช็ดจมูกเสร็จแล้วฉีดยาสองเข็ม เข็มหนึ่งเจ็บมากเหมือนโดนผึ้งต่อยจริงๆ.. เพราะจะปวดปัสสาวะเรื่อยๆ ก่อนออกจากโรงพยาบาลต้องเข้าห้องน้ำให้ได้.. (สำคัญ)

วันที่ 7 ไปโรงพยาบาลถอดเฝือกกับเทป จำได้ว่าวันนั้นก็น่าจะฆ่าเชื้อด้วย.. ความรู้สึกตอนฆ่าเชื้อและตัดไหมนี่ไม่ชอบจริงๆ.. ถึงจะถอดเฝือกแล้ว แต่หลังจากวันนี้ก็ต้องทำเรื่องใส่เฝือกก่อนนอนกับทายาให้ดีต่อไปเรื่อยๆ แล้วสิวหัวดำคือระเบิดหนักมาก โชคดีที่ผ่าตัดตอนฤดูใบไม้ร่วง ถ้าเป็นหน้าร้อนคงสยอง.. อ้อ แล้วฉันลาพักร้อนผสมๆ กัน หยุด 7 วันแล้วไปทำงานทันที แต่ไม่มีใครรู้ว่าผ่าตัดมา.. ทุกคนถามว่าไปเที่ยวมาเหรอ

ครบ 1 เดือน ก่อนผ่าตัด ฉันวิ่งเป็นครั้งคราว.. ช่วงนี้เลยคิดว่าจะลองวิ่งสักครั้งดีไหม? แล้วลองดู แต่ปลายจมูกสั่นเหมือนไม่ได้ถูกยึดไว้ เลยยอมแพ้ทันที (จริงๆ จำได้ว่าคุณหมอก็บอกให้ผ่านไป 3 เดือนก่อนแล้วค่อยออกกำลังกาย..) บริเวณร่องใต้จมูกยังรู้สึกตึงอยู่ ตอนครบหนึ่งสัปดาห์ถามโรงพยาบาล เขาบอกว่าถ้ามีความรู้สึกตึงที่ร่องใต้จมูก แล้วไปยืด(?) ตรงนั้นเหมือนดึงลงด้านล่างเรื่อยๆ ปลายจมูกอาจตกได้ โอ้มายก๊อด แล้วช่วงนั้นเจอเพื่อนสนิท ไม่มีใครรู้ว่าฉันผ่าตัดมา.. เจอคนละกลุ่มถึง 3 ครั้ง แต่ไม่มีใครรู้จริงๆ แค่บอกว่าสวยขึ้น

ครบ 3 เดือน ครอบครัวก็ยังลืมบ่อยๆ ว่าฉันผ่าตัดมาแล้ว ความรู้สึกตึงบริเวณร่องใต้จมูกหายไปหมดแล้ว แต่ความรู้สึกที่ปลายจมูกและบริเวณใต้จมูกที่เคยกรีดยังกลับมาไม่ครบ แผลกรีดที่จมูกก็แทบมองไม่เห็นแล้ว วิ่งเบาๆ ได้แล้ว

ตอนนี้กำลังจะครบ 5 เดือน ถ้าพักผ่อนไม่ดีและบางครั้งทำงานหนักเกินไป ปลายจมูกกับสันจมูกจะตึงนิดหน่อย คงต้องนอนให้ดี ความรู้สึกที่ปลายจมูกยังไม่สมบูรณ์ อันนี้น่าจะใช้เวลาจริงๆ ถึง 1 ปีมั้ง?? แต่บรรยากาศโดยรวมเปลี่ยนไปทางที่ดู refined ขึ้น เลยพอใจมาก!

ก่อนผ่าตัด ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือการรับรู้อย่างถูกต้องว่าทรงไหนทำได้และทรงไหนทำไม่ได้ รวมถึง mindset ว่าจะดึงความงามที่ตัวเองมีอยู่แล้วออกมาให้ได้มากที่สุดอย่างไร มากกว่าความงามจากมาตรฐานภายนอก!

ถึงอย่างไรฉันก็ใช้กระดูกอ่อนเหมือนกัน เลยต้องคอยติดตามต่อไปเรื่อยๆ แต่จนถึงตอนนี้ที่กำลังจะครบ 5 เดือน ก็ยังใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่มีปัญหาอะไร

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้