โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

ผ่าตัดปรับโครงหน้าที่ One Percent Plastic Surgery ต้องที่นี่ (รีวิวกรามเหลี่ยม)

ผ่าตัดวันที่ 1 ตุลาคม รีวิว ณ ช่วงที่ใกล้จะครบประมาณ 2 เดือนหลังผ่าตัด คลินิกศัลยกรรมมีเยอะมาก และแค่การเลือกสถานที่ที่ถูกใจสำหรับบริเวณที่ตัวเองอยากผ่าตัดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากดูข้อมูลของโรงพยาบาลหลายแห่งและรีวิวผ่าตัดจริงอย่างรอบคอบ สถานที่ที่เลือกก็คือ One Percent Plastic Surgery ที่อยู่ย่านชินซาดง อาคารชั้น 7 เป็นจุดลงทะเบียน ส่วนชั้น 8 เป็นชั้นหอผู้ป่วย แยกกันดำเนินงาน พอเดินเข้าชั้น 7 ก็เห็นนัมซานอยู่ไกลๆ กับวิวที่เปิดโล่ง ช่วยลดความกังวลและทำให้ใจสงบลงได้ ก่อนอื่นได้คุยกับผู้จัดการปรึกษาเกี่ยวกับบริเวณที่อยากผ่าตัดและทิศทางที่ต้องการ จากนั้นถ่าย CT สแกน 3D แล้วจึงเข้าปรึกษาเรื่องผ่าตัดกับผู้อำนวยการแพทย์ของ One Percent คุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบและนุ่มนวลมาก อธิบายไปพร้อมกับพูดคุยถึงบริเวณที่ต้องการและเหตุผลที่อยากผ่าตัด เพราะอยากให้แตะต้องใบหน้าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ยังได้ผลลัพธ์และความพึงพอใจที่ดีที่สุด จึงตัดสินใจทำเฉพาะกรามเหลี่ยมเท่านั้น วันนั้นยังตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้ และหลังจากคิดอยู่หลายวัน ก็รู้สึกว่าถ้าผ่านวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงไปแล้ว คงไม่มีโอกาสได้พักยาวๆ เพื่อฟื้นตัวแบบนี้อีก เลยรีบโทรไปถามว่าสามารถจองวันที่ต้องการได้ไหม แต่ตอนนั้นไม่มีเวลาว่าง และแจ้งว่าสามารถจองผ่าตัดในวันที่เร็วกว่านั้นเล็กน้อยได้ สุดท้ายจึงใช้วันลาพักร้อน 3 วัน และนัดวันผ่าตัดเป็นช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม โดยพ่วงกับช่วงวันหยุดยาว ในวันผ่าตัด แม้ตอนมาถึงคลินิกและเปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วย ก็ยังไม่รู้สึกจริงเลยว่าจะได้ผ่าตัดจริงๆ แต่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว พอขึ้นไปชั้น 8 ก็เข้าห้องผ่าตัดทันทีและนอนลงบนเตียงผ่าตัด หลังจากแทงเข็มน้ำเกลือและเริ่มดมยาสลบ ก็ไม่มีสติแล้ว พอถึงช่วงหนึ่งก็เหมือนกำลังเดินอยู่ ถูกพาไปที่ห้องพัก และนอนเอนๆ บนเตียง ก่อนอื่นคือเจ็บคอมาก (น่าจะเพราะการใส่ท่อช่วยหายใจในทางเดินหายใจ) กลืนน้ำลายไม่ได้ และมีสายรัดยกกระชับกับผ้าพันแผลพันรอบหน้าแน่น ทำให้หายใจลำบาก พอไอขึ้นมาไม่รู้ว่าเพราะสำลักหรือเปล่า พยาบาลที่ดูแลห้องพักได้ยินเสียงและรีบเข้ามาดูแล ถามว่าเป็นอะไรไหม ดูแลอย่างละเอียดจนถึงเช้าวันถัดไป ทำให้รู้สึกอุ่นใจมาก เมื่อยาสลบค่อยๆ หมดฤทธิ์ และยิ่งดึกขึ้น แม้จะเหนื่อยแต่ก็นอนไม่หลับ อยู่ในสภาพก้ำกึ่งที่นอนลงก็ไม่ได้ ไม่นอนก็ไม่ได้ หลับๆ ตื่นๆ ซ้ำไปมา เขาบอกว่าถ้าดื่มน้ำบ่อยๆ อาการเจ็บคอจะดีขึ้น แต่การกลืนอะไรสักอย่างรู้สึกเป็นภาระมาก เพราะนอนไม่หลับเลยเดินไปเข้าห้องน้ำบ้าง มองวิวกลางคืนนอกห้องพักแล้วจมอยู่กับความคิดหลายอย่าง ทั้งผ่าตัดออกมาดีไหม และเมื่อไหร่จะหายสนิทจนใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ลำบาก แล้วเช้าก็มาถึงอย่างนั้น ตอนคุณหมอมาตรวจราวด์ คุณหมอดูอย่างละเอียดว่ามีอะไรผิดปกติไหม สบายดีไหม และบอกว่าลำบากมาแล้วนะ จากนั้นได้รับอุปกรณ์ดูแลจากโรงพยาบาลและการดูแลลดบวม อีกทั้งยังสอนวิธีใส่สายรัดยกกระชับให้ จึงลองทำเองด้วย หลังจากฟังคำแนะนำและรับกระดาษที่เขียนข้อควรระวังหลังผ่าตัดแล้วก็ออกจากโรงพยาบาล ห้องพักเป็นห้องเดี่ยวและสบายมาก ถึงขั้นคิดว่าอยากอยู่ต่ออีกวันหนึ่ง ตั้งแต่กลับบ้านไป ฉันคิดว่านั่นแหละคือจุดเริ่มต้นจริงๆ ของการฟื้นตัวหลังผ่าตัด ความเจ็บปวดจากการตัดกระดูกนั้นตอนผ่าตัดไม่รู้สึกเลยเพราะยาสลบ แต่ตอนฟื้นตัวต้องเผชิญกับความไม่สบาย ความเจ็บปวด และสิ่งต่างๆ ที่ต้องดูแลและระวัง ต้องบ้วนปากด้วยน้ำกลั่นปลอดเชื้อผสมยา ทุกๆ 2 ชั่วโมง และหลังอาหารก็ต้องทำความสะอาดในช่องปากด้วยการบ้วนปากเท่านั้น ต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือระคายเคือง และอ้าปากกว้างไม่ได้ด้วย จนถึงสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด ฉันคิดว่าต้องดูแลแบบเข้มข้นและใส่ใจมากๆ บริเวณผ่าตัดถึงจะหายเร็วและฟื้นตัวได้ไวขึ้น จนกว่าจะตัดไหม การกินก็มีข้อจำกัด เลยเฝ้ารอวันที่จะได้ตัดไหมมาก ระบบดูแลของ One Percent Plastic Surgery ในช่วงวันที่ 3, 7, 14 และ 21 ก็ช่วยในการฟื้นตัวได้มาก ฉันบวมค่อนข้างเยอะ การได้ไปคลินิกเพื่อรับการดูแลและการจัดการอาการก็ช่วยปลอบใจทางจิตใจ และดีมากจริงๆ เวลาผ่านไปอย่างนั้น และคิดว่าน่าจะตัดไหมหลังผ่าตัดได้ 17 วัน โดยส่วนตัวคิดว่าอย่างน้อยประมาณ 1-2 เดือน ควรดูแลตัวเองเพิ่มเติมตามข้อควรระวังที่ได้รับแจ้งเป็นรายบุคคล น่าจะดี ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหนียว แข็ง หรือหนึบๆ หลังเลิกงานถ้ามีเวลาก็ใส่สายรัดยกกระชับ และเดินเล่นบ่อยๆ เพื่อช่วยเติมเต็มผลลัพธ์ของการผ่าตัดด้วยตัวเอง ตอนมาติดตามผลหลังผ่าตัดครบ 2 สัปดาห์ เขาให้ดูรูปก่อนและหลัง พร้อมชี้ตำแหน่งกระดูกกรามที่ถูกตัดออกและภาพรวม แล้วบอกว่าการผ่าตัดออกมาดี มองด้วยตาก็เห็นได้ว่าบริเวณกรามเหลี่ยมเดิมหายไป และหน้าเรียวขึ้น ตอนปรึกษาผ่าตัดครั้งแรก ตั้งใจไว้ว่าจะทำเฉพาะบริเวณขั้นต่ำเท่านั้น แต่พอได้ผ่านกระบวนการผ่าตัดด้วยตัวเองและมองกระจก ก็เริ่มอยากทำเพิ่มจริงๆ พอได้ทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าแค่ 1 จุด ก็รู้สึกเข้าใจเหตุผลที่เขาแนะนำให้ทำปรับโครงหน้า 3 จุด วันหยุดยาวถัดไปคือช่วงตรุษเกาหลีปีหน้า และเริ่มคิดว่าตอนนั้นอาจจะทำโหนกแก้มด้วยก็ได้ ถ้าจะทำ ก็คงทำที่ One Percent เพราะนี่เป็นรีวิวที่เขียนตอนใกล้ครบ 2 เดือนหลังผ่าตัด ตอนนี้บริเวณที่ผ่าตัดก็สบายขึ้นแล้ว และกำลังดูแลได้ดีโดยไม่มีความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน ระบบของ One Percent Plastic Surgery ไม่มีอะไรที่ไม่พอใจเลย จึงสามารถเขียนรีวิวด้วยความพึงพอใจได้^^

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้