โพสต์

รีวิวการดูดไขมัน

ดูดไขมันแขน

ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาล ก่อนวันแต่งงานจริงพอดีหนึ่งเดือน รู้สึกว่าถ้าเป็นแขนแบบนี้คงไม่ไหวแน่ๆ เลยตัดสินใจแบบเร่งด่วนค่ะ ฉันสูง 165/หนัก 53 รูปร่างปกติ แต่ไขมันไปกระจุกอยู่ที่ต้นแขนอย่างเดียว และตอนเตรียมถ่ายบอดี้โปรไฟล์ก็มีแค่แขนที่ดูอ้วน เลยคิดว่ายิ่งทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการลดน้ำหนักมากขึ้น เพราะฉันอาศัยอยู่ต่างประเทศ เลยจองให้สามารถปรึกษาและผ่าตัดในวันเดียวกันได้ และสื่อสารกับผู้จัดการโกอาราทาง KakaoTalk ค่ะ เรื่องโรงพยาบาลก็เพราะไม่มีเวลาด้วย แต่ที่นี่มีชื่อเสียงมากอยู่แล้วและรีวิวก็ดูดี เลยไม่ได้เทียบกับที่อื่น ปรึกษาที่ Lovel ที่เดียวแล้วทำเลยค่ะ จริงๆ ในลิสต์มีอีกประมาณหนึ่งสองที่ แต่บางที่แพงเกินเหตุ หรือบางครั้งก็มีรีวิวไม่ดี เลยตัดสินใจเลือก Lovel เพราะราคาสมเหตุสมผลที่สุดและไม่มีรีวิวแย่ค่ะ บ้านพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด เลยอาจทำที่ต่างจังหวัดได้ถูกกว่า แต่เพราะเป็นการผ่าตัดสำคัญ ฉันคิดว่าต่อให้ยุ่งยากก็ควรไปโซล และรู้สึกว่าตัดสินใจได้ดีจริงๆ ค่ะ เพราะใกล้งานแต่งงานแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่กังวลเรื่องถ้าเกิดผิดพลาด รอยช้ำ บวม แผลเป็น ฯลฯ แต่ฉันตัดสินใจโดยแทบไม่ลังเล ด้วยความคิดว่าแค่ดีกว่าต้นแขนนั้นก็พอแล้วค่ะ ก่อนปรึกษา/ผ่าตัด วันปรึกษาฉันไปถึงเร็วไปนิด แต่ผู้จัดการทั้งหลายวัด InBody ให้ทันที ถ่ายรูปให้ แล้วก็เข้าปรึกษา แทบไม่ได้รอเลยค่ะ สิ่งที่ฉันแปลกใจคือ คนไข้ที่มามีคนรูปร่างปกติประมาณฉันเยอะมากเลยค่ะ.. คงเพราะถึงจะลดน้ำหนักโดยรวมแล้ว แต่บริเวณที่ยังเป็นกังวลก็คงมีแค่การดูดไขมันที่เป็นคำตอบ ตอนปรึกษากับผู้จัดการโกอารา ก่อนผ่าตัดฉันยังลังเลอยู่ว่าควรทำไขมันรักแร้/เต้านมส่วนเกินไหม แต่ก่อนที่ฉันจะพูด ผู้จัดการดูก่อนแล้วบอกทันทีว่าน่าจะไม่จำเป็นต้องทำ ฉันเลยคิดว่า สมแล้วที่ไม่พยายามเพิ่มสิ่งไม่จำเป็นแบบฝืนๆ.. แล้วก็ยิ่งเชื่อใจมากขึ้นค่ะ จากนั้นก็ได้พบผู้อำนวยการทันที และในบรรดาผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรมที่ฉันเคยเจอมา ท่านเป็นคนที่เป็นกันเองและสบายใจที่สุดเลยค่ะ!! แม้ในสถานการณ์ที่อาจจะน่าเขินเล็กน้อย ท่านก็ชวนคุย ตอบทุกคำถามอย่างสบายๆ ทำให้ฉันรู้สึกว่าเลือกผู้อำนวยการได้ดีแล้วค่ะ หลังผ่าตัด~วันเดียวกัน หลังผ่าตัด ตอนตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้น สิ่งแรกคือหิวมากและเจ็บคอแสบๆ ค่ะ น่าจะเพราะงดอาหารและไม่ได้ดื่มน้ำเลย พยาบาลเลยเตรียมโจ๊กกับน้ำให้หมด โจ๊กก็อร่อยมาก.. ไม่รู้ทำไมพอนอนอยู่แล้วตัวฉันรู้สึกเมื่อย เลยคิดว่าควรกลับบ้านเร็วๆ พอตั้งสติได้ไม่นานก็ขึ้นรถไฟกลับบ้านพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดทันทีค่ะ ก่อนกลับบ้าน เขาให้ดูไขมันที่ดูดออกมา น่าทึ่งดีค่ะ.. เขาบอกว่าดูดออกมาทั้งหมด 700cc วันนั้นพอกลับถึงบ้าน ฉันก้มตัวสระผม และอาบน้ำยกเว้นส่วนลำตัวด้านบน ยกแขนขึ้นเหนือหัวได้ทั้งหมดค่ะ ความไม่สบายมีแค่เจ็บคอเท่านั้น แขนปกติดีมากค่ะ วันที่ 1~วันที่ 4 วันถัดมา พอถอดชุดรัดเพื่อฆ่าเชื้อ ดูแล้วอาการบวมลดลงกว่าวันผ่าตัดอีกค่ะ ฉันคิดว่าจะค่อยๆ บวมขึ้น แต่สรุปแล้ววันผ่าตัดบวมมากที่สุด หลังจากนั้นอาการบวมแค่ไหลลงไปที่ท่อนแขน ส่วนบริเวณที่ผ่าตัดก็ดูเพรียวค่ะ ฉันทำท่ายืดเหยียดแบบยกแขนเหนือหัววันละหลายครั้งตลอดค่ะ ใช้ชีวิตประจำวันไม่มีปัญหาเลย ออกไปเที่ยวและเดินทั้งวัน.. คนรอบตัวที่ไม่รู้ว่าฉันผ่าตัดไม่มีใครสังเกตเห็นเลยค่ะ สิ่งที่ไม่สบายอย่างเดียวคือบริเวณข้อศอก เวลาพับแขนแล้วชุดรัดเสียดสี ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สบายที่สุด ชุดรัดฉันใส่ตลอด ยกเว้นประมาณ 30 นาทีตอนอาบน้ำและฆ่าเชื้อ และอาจเพราะบวมไม่ค่อยมาก เลยไม่ได้อึดอัดเท่าที่คิดค่ะ ถ้า 700cc ก็ไม่ได้ถือว่าดูดออกเยอะขนาดนั้น และฉันคิดว่าจะมีอาการบวม เลยไม่ได้คาดหวังไลน์ในทันที แต่ตั้งแต่วันถัดมาก็เห็นไลน์ที่ฉันต้องการทันที จริงๆ แล้วคิดอย่างเดียวเลยว่า ทำไมถึงไม่ทำมาตั้งนานนะ? วันที่ 5~วันที่ 7 เพราะข้อศอกเสียดสี ฉันติดต่อผู้จัดการ แล้วตัดส่วนข้อศอกออกเล็กน้อยค่ะ เขาบอกว่ารอยช้ำและอาการบวมจะค่อยๆ มากขึ้น แต่เบามากจนไม่ค่อยรู้เลยว่ามันแย่ลงหรืออะไร แน่นอนว่ามีบวมเล็กน้อย แต่เป็นระดับที่ไม่มีใครรู้นอกจากฉันค่ะ เมื่อวานเป็นวันที่ 6 ไม่รู้เพราะอากาศชื้น หรือเพราะฉันดึงพลาสเตอร์ออกแรงไปหน่อย อาการแพ้พลาสเตอร์เลยขึ้นมา ฉันเลยเฝ้าดูประมาณครึ่งวัน สุดท้ายก็แกะพลาสเตอร์ออกทั้งหมดแล้วใส่แค่ชุดรัด แต่ก็ยังคันและไม่สบาย เลยถอดชุดรัดออกอยู่ไม่กี่ชั่วโมงเป็นครั้งแรก แต่พอถอดชุดรัดแล้วกลับยิ่งกังวล... ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องทางจิตใจหรือเปล่า แต่ใส่ไว้สบายใจกว่ามากค่ะ เพราะใกล้งานแต่งงาน เลยค่อนข้างกังวลเรื่องแผลเป็น ตั้งแต่นี้ไปคงต้องดูแลให้ดีค่ะ ความรู้สึก เพื่อนสนิทที่รูปร่างคล้ายฉันเคยดูดไขมันแขนที่ต่างจังหวัด และฉันเคยช่วยดูแลเขาค่ะ ตอนนั้นหลายวันเขายกแขนได้ไม่ถึงครึ่ง แขนโดนเฉียดนิดเดียวก็เจ็บ.. รอยช้ำและบวมก็รุนแรงมาก ฉันเลยคาดว่าตัวเองจะประมาณนั้นเหมือนกัน แต่ฉันกลับไม่มีอะไรจนเพื่อนถามว่า “เธอทำมาจริงเหรอ” เลยคิดว่า การผ่าตัด ต่อให้ไกลก็ต้องทำกับที่ที่ทำเก่งจริงๆ ค่ะ ฉันคิดว่าอาการบวมน่าจะอยู่นานพอสมควร เลยทำด้วยความคิดว่า ถึงวันแต่งงานจะไม่ได้ไลน์ที่สมบูรณ์แบบ แค่ดีกว่าก่อนผ่าตัดก็พอ แต่ตั้งแต่วันถัดมาก็ได้ไลน์ที่ต้องการแล้ว ถ้าจากนี้อาการบวมยุบลงอีก จะผอมลงได้ขนาดไหนกันนะ.. ทำไมจนถึงตอนนี้ถึงยังไม่ทำ และคิดว่าตัวเองจะลดเองได้.. เสียดายเวลาที่ผ่านมาที่ใช้ชีวิตเครียดมากค่ะ ตอนนี้ไม่กังวลเรื่องบวมหรือช้ำแล้ว สิ่งเดียวที่ยังเหลือให้กังวลคือแผลเป็น!! สัปดาห์หน้าจะตัดไหม แล้วฉันดูแลดีๆ ก็น่าจะพอค่ะ

รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้