ทุกคน สวัสดี โดยนิสัยฉันเป็นคนรอบคอบ และเรื่องที่อาจมีผลต่อคนอื่น ฉันไม่ใช่คนที่จะพูดง่ายๆ.. ฉันลังเลว่าจะเขียนโพสต์นี้ดีไหม..แต่กลัวว่าจะมีคนที่ใสซื่อแล้วถูกพาไปเหมือนฉัน เลยฝากข้อความไว้ อย่าตำหนิฉันที่ไม่รู้มากเกินไปนะ ตอนอายุยี่สิบต้นๆ ฉันเคยผ่าตัด Gore-Tex กับกระดูกอ่อนใบหู และไม่เคยมีอะไรอย่างปฏิกิริยาอักเสบเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผิวก็ค่อยๆ บางลงเรื่อยๆ และเริ่มเห็นทรงเหมือนแท่งชอล์กบนจมูก ไม่ได้ทำให้สูงมากด้วยซ้ำ แต่เป็นจมูกที่ดูออกว่าทำศัลยกรรม.. วันหนึ่งตอนดูรูปหมู่ ก็รู้สึกเหมือนโดนความจริงกระแทก ตั้งแต่นั้นก็หาข้อมูลจากการค้นหา Naver ค้นหาในคาเฟ่ ฯลฯ แต่นั่นเป็นข้อมูลที่ลำเอียง ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักชุมชนนี้.. โดยไม่ได้คิดว่าจมูกเดิมของฉันเป็นอย่างไร แค่คิดว่าอยากได้ความสูง และตอนนี้อยากมีจมูกที่ไม่มีวัสดุเสริม แล้วก็ได้เจอกับโรงพยาบาลหนังแท้ตัวเองแห่งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นฉันก็ถูกข้อมูลและรีวิวของโรงพยาบาลนั้นบังตา.. สุดท้ายหลังปรึกษาแค่ครั้งเดียวก็ตัดสินใจผ่าตัดทันที.. ราคาก็รู้สึกถูกกว่าหลักสิบล้านวอนที่เคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง ฉันไม่รู้เลยว่านั่นจะสร้างผลลัพธ์ที่ทำให้ฉันทรมานหลายเดือนหลังผ่าตัด.. ถ้าแค่ได้เข้ามาดูที่นี่ ฉันคงไปอย่างน้อยหนึ่งในสามอันดับด้านการถอดออก หรืออย่างน้อยไปปรึกษาโรงพยาบาลดังๆ ในคังนัม แล้วหลุดจากความหลงผิดนั้นได้..น่าเสียดายจริงๆ ตอนนี้คิดดูแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีอะไรเลย ที่ตรงกับสิ่งที่ฉันต้องการ แต่กลับเลือกที่นั่น มันช่าง..ขนลุกจริงๆ ฉันได้พบแพทย์..ประมาณ 20 นาทีเป็นการอธิบายฝ่ายเดียวเกี่ยวกับ หนังแท้ตัวเองแบบยาวต่อเนื่อง.. แต่ฉันเพิ่งเคยพบศัลยแพทย์ตกแต่งเป็นครั้งแรก เพราะผ่าตัดครั้งแรกก็ทำกับแพทย์หูคอจมูก.. ฉันคิดเองว่า ว้าว เขาตั้งใจมากจนปากคงแห้งเลย แล้วเข้าใจผิดอย่างหนักว่าคนแบบนี้น่าเชื่อถือ แล้วฉันก็ถามแค่อย่างเดียว จะถูกดูดซึมประมาณเท่าไหร่คะ? เขาพูดอย่างมั่นใจว่า ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปีจะเกิดการยึดติด หลังจากนั้นจะไม่มีการดูดซึม ต่อให้ดูดซึมมาก ก็จะเหลือมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งพูดกับฉันว่ายังอายุน้อยอยู่ ชีวิตข้างหน้ายังอีกยาวไม่ใช่เหรอ ฉันเลยตัดสินใจผ่าตัดอย่างง่ายดาย พบผู้จัดการที่รับผิดชอบทันที ฉันแทบจะตัดสินใจผ่าตัดแล้ว และคุยเรื่องวันผ่าตัด จริงๆ แล้วคุยกับฉันไม่นานเท่าไหร่ แต่ภายหลังราวสองเดือนหลังผ่าตัด เมื่อฉันพบเธอแล้วบอกผู้จัดการว่าฉันไม่ชอบผลลัพธ์ เธอพูดว่า “ฉันจำไม่ได้ว่าพูดให้คุณคาดหวังว่าผลลัพธ์ของคุณจะดีมากๆ เยอะนะ? ผิวจมูกของคุณบางมาก และเป็นจมูกที่ต้องลดความคาดหวังลงเยอะ” จำเรื่องที่คุยกับฉันเมื่อสองเดือนก่อนได้อย่างไร.. ทั้งที่บทสนทนาส่วนใหญ่กับฉันมีแค่วันผ่าตัดกับส่วนลด.. อย่างไรก็ตาม ตอนนั้น ฉันได้รับส่วนลดรีวิว และน้ำเสียงเหมือนเป็นการให้ส่วนลดรีวิวเป็นพิเศษเพราะฉันต้องการ ฉันใสซื่อแค่ไหนกันนะ.. คิดว่า โอ้ ขอบคุณจัง ต้องเขียนรีวิวผ่าตัดอย่างดีและตั้งใจจริงๆ ฉันคิดแบบนั้น.. แต่ภายหลังเพราะผลผ่าตัดไม่ดี ระหว่างคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ กับคนหนึ่งจากโรงพยาบาลเดียวกัน ฉันจึงได้รู้ “อ้าว ไม่ได้เขียนเพราะได้รับส่วนลดรีวิวเหรอคะ? (เธอพูดเพราะเข้าใจผิดว่าฉันเขียนโดยไม่ได้รับส่วนลดรีวิว) รีวิวส่วนใหญ่ที่นี่ไม่ใช่เขียนด้วยระบบ payback (ระบบคืนเงินหลังลงรีวิว 6 เดือน) เหรอคะ? ฉันก็เขียนด้วยส่วนลดรีวิวเหมือนกัน” ตรงนี้ฉันเข้าสู่ช่วงเวลาจมดิ่งกับตัวเองชั่วคราว.. อา ฉันไม่รู้อะไรเอามากๆ เลย.. ยาวเกินไปแล้ว เรื่องผ่าตัดและเรื่องหลังจากนั้น ถ้ามีโอกาสคงต้องลงเพิ่ม.. ตอนนี้ก็ยังเป็นสมาชิกอยู่ พอเข้าไปในคาเฟ่นั้น.. ว้าว มีคอมเมนต์ว่า “สวยค่ะ สวยมากค่ะ” และเหมือนมีคนที่ทำกิจกรรมในคาเฟ่นั้นมายาวนานอยู่แน่นอน และบางคนจมูกสวยมากจริงๆ อาจเป็นคนที่พื้นฐานเดิมสวยอยู่แล้ว หรือเป็นคนที่หนังแท้ตัวเองยึดติดได้ดีจริงๆ หรือไม่ก็เป็นคนที่คงกระดูกอ่อนใบหูหรือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกไว้แล้ววางหนังแท้ทับ ฉันไม่ได้ปฏิเสธเคสที่หนังแท้ตัวเองทำออกมาดี และเพราะแต่ละคนมีมาตรฐานต่อจมูกและความพึงพอใจในตัวเองต่างกัน คนเหล่านั้นอาจพอใจจริงๆ ก็ได้ แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบผลลัพธ์การผ่าตัดอย่างมาก เพราะอย่างนั้นความหลงเชื่อในหนังแท้ตัวเองจึงหลุดออก และในฐานะคนที่ได้รู้ว่า aesthetic คืออะไร ในสายตาฉัน จมูกส่วนใหญ่ที่ถูกลงเป็นรีวิวของโรงพยาบาลนั้น ดูเหมือนจมูกก่อนผ่าตัดเฉยๆ พูดก็คือ.. จมูกธรรมดาที่ปมด้อยไม่ได้รับการแก้ไขมากนัก แน่นอน เหมือนฉันในอดีต สำหรับคนที่อยากออกห่างจากวัสดุเสริม ฉันเข้าใจว่าหนังแท้ตัวเองเหมือนโลกใบใหม่ เพราะฉันก็เคยเป็นแบบนั้น.. แต่ถึงจะบอกว่าสวยกว่าวัสดุเสริม สวยเท่าวัสดุเสริม และสามารถทำสิ่งนั้นด้วยหนังแท้ของตัวเองได้.. อืม.. จากที่เคยทำมา มันเป็นไปได้กับทุกคนหรือเปล่า? อาจเป็นแบบฉันที่ข้อเสียของจมูกเดิมยิ่งเด่นขึ้นก็ได้ และผลลัพธ์นั้นก็ไม่ได้สร้างด้วยหนังแท้ตัวเองอย่างเดียว เขายังมัดกระดูกอ่อนปลายจมูกด้วย และไม่บอกด้วย พอมีคนถามซ้ำๆ ก็เขียนโพสต์ไว้ว่า “ไม่ใช่ค่ะ การจัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่และการมัดกระดูกอ่อนเป็นพื้นฐานของการผ่าตัดจมูก และไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือนคังนัมด้วยค่ะ” แต่ไม่ควรแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้คนที่รับการผ่าตัดรู้เหรอ? และพูดได้หรือว่าค่าใช้จ่ายนั้นไม่ได้รวมอยู่ในค่าผ่าตัดแก้.. ไม่รู้ว่าจะลงโพสต์ต่อไปได้เมื่อไหร่ ขอเสริมอีกนิด ฉันคิดว่าหนังแท้ตัวเองควรเป็นทางเลือกสุดท้าย ทุกคนที่ยังเด็ก ถ้าเก็บจากร่างกายตัวเอง แล้วแผลเป็นที่ก้นล่ะ ตอนฉันไปดูอาการหลังผ่าตัด เห็นคนหนึ่งบอกว่าเลือกหนังแท้ตัวเองเป็นการผ่าตัดครั้งแรก.. ถ้าเป็นคนใกล้ตัวฉันจะบอกว่าอย่าตัดหนังแท้จากก้นเด็ดขาด แผลเป็นไม่หายไป แผลเป็นที่ก้นเป็นเส้นยาวเกินสิบเซนติเมตร บอกว่ากางเกงในบิกินีปิดได้? มันไม่ใช่แค่นั้นทั้งหมดหรอก และหนังแท้ตัวเอง ต้องมองว่าได้รับผลจากพื้นฐานเดิมมากกว่า ถ้ามีความนูนเว้า หนังแท้ก็จะยิ่งขรุขระมากขึ้น.. และเกิดความแตกต่างตามการดูดซึมด้วย ในคาเฟ่ก็มีรีวิวร้องเรียน และมีคนที่ไปโวยวายถึงโรงพยาบาลจริงๆ ฉันไม่ได้คุยกับทุกคนเหล่านั้น แต่หนึ่งในคนเหล่านั้นกับฉันไปปรึกษาใหม่ที่คังนัม (ต่างคนต่างไป) “นั่นเป็นโฆษณาทั้งหมดค่ะ ผู้เชี่ยวชาญหนังแท้ตัวเอง? ” “มีคนมาหาเยอะเพราะหนังแท้ตัวเองดูแผ่และขรุขระ ไม่ทราบก่อนทำเหรอคะ?” “การเอาหนังแท้ตัวเองออกค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ” “ก็หวังให้มันถูกดูดซึมไป…” “ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ไปก่อนน่าจะ..ฉันคิดว่าโรงพยาบาลนั้นไม่มีความสามารถจะแก้ให้ตรงได้” “เขาบอกว่าจะฉีดยาละลายหนังแท้ให้เหรอคะ? อันนั้นไม่มีผลค่ะ” “บอกว่า 1 ปีจบเหรอคะ? ไม่ค่ะ มันยังดูดซึมต่อเนื่องได้ถึง 3 ปี” ถ้าไม่ใช่คนอายุปลาย 30 ขึ้นไปที่ทรมานกับการอักเสบจากวัสดุเสริมจนเบื่อหน่าย คังนัมมีวิธีแบบไม่ใช้วัสดุเสริมดีๆ เยอะ ไปหาที่นั่นแล้วปรึกษาก่อนค่อยตัดสินใจ
รีวิวนี้เป็นรีวิวผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ