โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ

ความคิดของฉันหลังทำจมูกมา 2 ครั้ง และกำลังหาข้อมูลทำครั้งที่สามหรือถอดออก ...!

ก่อนอื่น ฉันเป็นคนจมูกชมพู่ที่ต่ำมาก และจมูกเป็นปมในใจมาตลอดชีวิต ตอนอายุยี่สิบต้นๆ เลยอ้อนแม่แล้วไปทำจมูกที่โรงพยาบาลใหญ่ในคังนัม ตอนนั้นทำซิลิโคน + กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก + ตัดกระดูกฮัมพ์เล็กน้อย และก่อนปรึกษาผ่าตัด ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีฮัมพ์ ช่วงแรกตอนยังบวมอยู่ไม่รู้ แต่ประมาณหนึ่งเดือน? พอบวมตรงสันจมูกและหว่างคิ้วลดลง ถึงเห็นว่ามันเบี้ยวไปทางขวา แล้วพอมาตอนนี้ฉันย้อนดูรูปเก่าๆ ตั้งแต่แรกฉันก็เป็นเคสที่ตั้งแต่ทิศทางสันจมูกไปจนถึงรูจมูกไม่เท่ากันอยู่แล้ว ทั้งที่เป็นจมูกชมพู่ แต่แค่เสริมให้จมูกสูงโดยไม่ลดปีกจมูก ปัญหาหลักเลยไม่ได้แก้ แถมยังเบี้ยวด้วย และความสูงตรงหว่างคิ้วกับโดยรวม ฉันรู้สึกว่าสูงเกินไป แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้ไม่พอใจกับการที่จมูกสูงขึ้นเอง เลยใช้ชีวิตแบบนั้นไป ผ่านไปแค่ 1 ปี ปลายจมูกตกลงมาเยอะจนจมูกแทบดูเป็นเส้นตรง พอมาดูรูปตอนนั้นตอนนี้ ทั้งหน้าตรงและด้านข้างแทบจะเป็นทรงตรงทั้งหมด เพราะหว่างคิ้วสูงแต่ปลายตก ตั้งแต่นั้นฉันเลยเริ่มคิดอย่างละเอียดว่าตัวเองต้องการอะไร ฉันอยู่ต่างจังหวัด แล้วไปหาผู้อำนวยการที่ว่าทำแก้จมูกแนวธรรมชาติ และบอกว่า ขอธรรมชาติที่สุด ปีกจมูกช่วยตัดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ฉันย้ำคำว่าธรรมชาติแบบสุดๆๆๆ พร้อมลดความสูงโดยรวมตั้งแต่หว่างคิ้ว แก้ความเบี้ยว และลดปีกจมูก นั่นก็ 5 ปีที่แล้วแล้วสินะ ผลลัพธ์คือ ความเบี้ยวเฉียงไปทางขวาจากครั้งแรก ถ้าก่อนหน้านี้เอียงไปทางขวาประมาณ 15 องศา ครั้งนี้ก็ไปทิศตรงข้าม ประมาณเอียงไปทางซ้าย 5 องศา? เบี้ยวนิดๆ แบบละเอียดอ่อน ส่วนปลายจมูก ความสูงโดยรวม รูปทรง ปีกจมูก ฯลฯ ฉันพอใจอยู่ประมาณ 2 ปี แล้วประมาณปีที่ 4 จมูกก็บานออกมาก และความรู้สึกจมูกชมพู่ก็กลับมาเต็มๆ... จมูกชมพู่เหมือนจะกลับมาจริงๆ ถ้าทำแบบธรรมชาติ เหมือนจะหนีคำสาปของจมูกชมพู่ไม่ได้;; ฉันคิดเลยว่าปีกจมูกฉันมีจิตใจของมันเองหรือไง ทำไมถึงคอยใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วรู้ไหม เพราะฉันลดปีกจมูก พอแก้เสร็จก็คิดว่า ว้าว,,, รูจมูกเท่ากันแล้ว เล็กลงแล้ว แต่ผ่านไปประมาณ 5 ปี รูจมูกข้างหนึ่งก็ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นอีกตามทิศทางของกล้ามเนื้อใบหน้าที่ฉันใช้บ่อย? แล้วปีกจมูกทั้งหมดก็กลับมาใหญ่ขึ้นในระดับหนึ่งอีก ร่างกายคนเราดูเหมือนจะปรับตัวอยู่ตลอดเวลา,,,, อยากให้รู้เรื่องนี้ไว้จริงๆ ระหว่างนั้นฉันก็ไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ทำแก้ให้ครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าฉันเป็นเคสที่ความสูงของสองข้างของใบหน้าทั้งหมดต่างกัน กรณีแบบนี้เลยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเบี้ยว? ประมาณนั้น เพราะจมูกเป็นศูนย์กลางของใบหน้า สิ่งที่ต้องพิจารณามีมากจริงๆๆๆ และฉันคิดว่าความเป็นไปได้ที่จะผิดเพี้ยนในด้านความสมมาตรหรือทิศทางค่อนข้างสูง ดังนั้นขณะที่ฉันคิดหนักว่า อา สงครามจมูกของฉันจะไม่จบลงหรือไง ฉันก็เริ่มหาข้อมูลทำครั้งที่สามแบบไม่ใส่วัสดุเสริม พอเลขอายุขึ้น 3 แล้ว ซิลิโคนก็น่ากลัวขึ้นมา และทั้งครั้งแรกกับครั้งแก้ ตลอด 7 ปีที่อยู่กับจมูกปลอม เวลาอดนอน เหนื่อย หรือร่างกายไม่ดี ฉันจะมีความรู้สึกตึงดึงที่จมูกอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้เลยจองปรึกษาหลายโรงพยาบาลที่ทำทั้งการสร้างใหม่หรือรักษาจมูกหดรั้ง จมูกอักเสบ + เชี่ยวชาญกระดูกอ่อนซี่โครงตนเองและไม่ใช้วัสดุเสริม แต่ยิ่งคิดลึกเกี่ยวกับจมูกมากเท่าไร ฉันก็ไม่ใช่วัยยี่สิบแล้ว,,, ไม่จำเป็นต้องสวยก็ได้ แล้วยังจะเปิดจมูกทำใหม่อีก จมูกไม่ใช่สิ่งของ และไม่ใช่อะไรที่ซื้อใหม่ได้เป็นครั้งๆ เหมือนของใช้สิ้นเปลือง ร่างกายคนเรา... ตอนนี้ฉันอายุ 31 ถ้าคิดคร่าวๆ ว่าจะใช้ชีวิตกับจมูกใหม่ประมาณ 10 ปี ระหว่างนั้นจะไม่เกิดความไม่พอใจอีกจริงๆ เหรอ,,?? กลายเป็นความกังวลพื้นฐานแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นก็เปิดตอน 30 เปิดตอน 40 แล้วพอ 50 ก็ทำจมูกอีก ต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยเปลี่ยนจมูกแบบนี้หรือเปล่า ความคิดนั้นทำให้สะดุดกับความจริง แน่นอนว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องเปิดอีกก็จบ แต่ฉันเปิดจมูกมาแล้วสองครั้งในช่วงสิบปีตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ ถึงสามสิบต้นๆ เลยรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็อาจมีปัจจัยไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ อาจเพราะแบบนี้ฉันเลยคิดกับเรื่องนี้ในแง่ค่อนข้างไม่มั่นใจ ดังนั้นตอนนี้ใจฉันเอนเอียงไปทางถอดวัสดุเสริมออกทั้งหมด + จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ค่อนข้างมาก เห็นว่าที่นี่มีคนอยากทำจมูกเยอะ ฉันอยากให้คิดให้ดีจริงๆๆ ก่อนทำ ตอนทำครั้งแรกฉันมีความฮึกเหิมแบบเด็กๆ ว่า ยังไงฉันก็ต้องทำจมูก!!!!! ตอนทำแก้ก็เพราะทรงมันผิดพลาดมากจนไม่มีทางเลือก ต้องทำอย่างเดียว คนที่อ่านบทความนี้ อาจคิดว่า อะไรนะ ตัวเองทำมาตั้งสองครั้งแล้วยังมาบอกคนอื่นว่าอย่าทำเหรอ.. แต่จมูกเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนมากจริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่มองไม่เห็น แต่ตั้งอยู่ตรงกลางใบหน้าชัดๆ เหมือนเสาหลักของใบหน้า แล้วระหว่างนั้นฉันก็ทำตาสองชั้นด้วย;; พอตาโตขึ้น สายตาคนก็มองจมูกน้อยลง ฉันคิดมาตลอดชีวิตว่าปัญหาคือจมูก แต่ตอนนี้ก็คิดว่าอาจไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้,,, การทำจมูกเป็นการผ่าตัดที่ต้องคำนึงถึงรสนิยมส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนมาก สไตล์ และความกลมกลืนกับใบหน้าอย่างมาก และมันเป็นคนละแนวคิดกับฟิลเลอร์โดยสิ้นเชิง จึงคาดเดาได้ยากมาก ดังนั้นฉันแนะนำให้คิดให้นานจริงๆ ก่อนทำ... ประมาณนี้แหละ

สรุปคือ 1. จมูกชมพู่ ถ้าทำแบบธรรมชาติ จะหนีคำสาปจมูกชมพู่ไม่ได้ (ระยะยาวจะกลับมาใหญ่ขึ้น) 2. การทำจมูกต้องเข้าหาอย่างรอบคอบมากๆๆ ถึงจะไม่ต้องเปิดแล้วปิดเหมือนฉัน... มันไม่ใช่ลิ้นชักนะ เปิดปิดอยู่นั่นทำอะไรอยู่กันแน่,,,,,, ฉันอยู่ในจุดที่คิดว่าถ้าทุกคนจบได้ในครั้งเดียวก็คงดีมาก 3. และถ้าไม่ได้หน้าตาแย่เพราะจมูกจนเสียโอกาสในชีวิต หรือไม่ได้ทำมาหากินด้วยใบหน้า ก็อย่าทำ นี่คือเรื่องที่ฉันอยากบอก,,,, เป็นแค่เรื่องที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเปิดแล้วปิดจมูกมา 2 ครั้งอยากเล่า ขอให้ทุกคนมีคืนที่สบายใจ!!!!

ดูบน sungyesa

โพสต์อื่นในหมวดนี้