<ก่อนทำ ปากที่ล้างเครื่องสำอางออกแล้ว><ก่อนทำ ปากที่แต่งหน้า><ทันทีหลังทำหัตถการ><หลังทำ ปากที่แต่งหน้า><หลังทำ ปากที่แต่งหน้า><หลังทำ ปากที่ล้างเครื่องสำอางออกแล้ว>ก่อนอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันฉีดฟิลเลอร์ปาก สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเพื่อฉีดฟิลเลอร์ปาก ฉันจะมารีวิวสิ่งที่ฉันเคยสงสัยก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากนะ 1. บวมนานแค่ไหน? อาการบวมเล็กๆ ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์กว่าจะยุบ และถ้าจะให้ยุบจนเจอคนรู้จักและออกไปข้างนอกได้อย่างสบายใจ ฉันคิดว่าต้องใช้ประมาณ 4 วัน ยิ่งปริมาณน้อยก็ยิ่งยุบเร็ว 2. รอยช้ำหายเมื่อไหร่? ฉันมีรอยช้ำที่ริมฝีปากบนหนักมาก เขาบอกว่าถ้าเกร็งหรือเลือดออกเยอะก็อาจเกิดขึ้นได้? ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ ฉันคิดว่าน่าจะอยู่นานเกินหนึ่งสัปดาห์ พอซื้อขี้ผึ้งจากร้านขายยามาทา รอยช้ำก็หายเร็วมาก ถ้าทาขี้ผึ้งตั้งแต่แรก ฉันคิดว่าน่าจะหายในราวๆ 4 วัน 3. ปริมาณเท่าไหร่ถึงเหมาะ? ก่อนอื่น ถ้าเป็นการฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก ฉันคิดว่า 1 cc เหมาะแล้ว ฉันก็ฉีด 1.1 cc พออาการบวมหายแล้วก็ดูเป็นธรรมชาติพอดีและสวย 4. หัตถการเจ็บไหม? ฉันเคยได้ยินว่าการปั้นทรงเจ็บ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ น่าจะไม่ต้องกังวล ส่วนตอนฉีด แม้จะมีการฉีดยาชาแล้ว แต่ก็แสบกว่าที่คิด 5. วิธีเลือกโรงพยาบาล/คลินิก ก่อนอื่น ฉันตัดคลินิกแบบสายพานออกทั้งหมด เพราะพี่สาวฉันเคยไปทำราคาถูกที่คลินิกแบบสายพาน แล้วกลับมาพร้อมปากเป็ดจริงๆ.. YouTuber ที่ฉันดูแล้วคิดว่าปากสวยบอกว่า ฟิลเลอร์ปากควรไปฉีดในที่ที่ราคาสูงกว่าสองถึงสามเท่า ฉันเลยลองหาที่ที่ราคาประมาณปลายๆ 200,000 ถึง 300,000 วอนตามเกณฑ์ฟิลเลอร์เกาหลี และมองหาเป็นคลินิกส่วนตัว ฉันดูรูปหัตถการที่คลินิกอัปโหลดเพื่อทำความเข้าใจสไตล์ความงามที่ผู้อำนวยการแพทย์ชอบ และอ้างอิงรีวิวใน Naver ด้วย จริงๆ แล้วทันทีหลังทำหัตถการ ร่องเหนือริมฝีปากดูยาวเกินไป และดูเหมือน “สาวงามกังนัม” ฉันเลยสงสัยผู้อำนวยการแพทย์นิดหน่อย แต่พออาการบวมยุบหมดแล้ว มันดูเป็นธรรมชาติและสวยจริงๆ! เดิมทีฉันไม่ได้ไม่พอใจอะไรเป็นพิเศษกับปากของตัวเอง แต่รู้สึกว่าสวยขึ้น ดังนั้นฉันคิดว่าการลองฉีดฟิลเลอร์ปากสักครั้งถือว่าโอเคมากจริงๆ
รีวิวนี้เป็นรีวิวศัลยกรรมที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ