ก่อนผ่าตัดฉันมีปมเรื่องกรามอยู่แล้ว พอมีโอกาสได้พักเลยเริ่มหาข้อมูลโรงพยาบาล และได้รู้จักกับมาตรฐานของการผ่าตัดปรับโครงหน้า ตอนที่ได้ปรึกษา ฉันรู้สึกได้เลย.. ที่นี่แหละ..! คุณหมอจับจุดที่ฉันคิดว่าเป็นปัญหาได้ทันที! ยังช่วยคิดไปด้วยกันว่าควรปรับเป็นเส้นโครงแบบไหนถึงจะเหมาะกับฉัน ฉันรู้สึกมั่นใจมาก!! ที่สำคัญที่สุดคือคุณหมอโอจองซอกดูจะมีเซนส์ดีมาก..!
วันผ่าตัดศัลยกรรมกรามเหลี่ยมและคาง 2 รายการ หลังผ่าตัดออกมาแล้วตอนพยาบาลปลุก สิ่งเดียวที่จำได้คือหนาวมาก.. รู้สึกขอบคุณมากที่พยาบาลทุกคนดูแลฉันอย่างอ่อนโยนและอบอุ่น!! ระหว่างนั้นพอคลำใบหน้าที่พันผ้าไว้ แค่สัมผัสก็รู้สึกได้ถึงความต่างก่อน-หลังเลย แปลกมาก.. ตอนนั้นยังตกใจด้วยซ้ำเพราะความเจ็บกับอาการบวมไม่มากอย่างที่คิด ฉันหิวมากจริง ๆ เลยกินโจ๊กที่แพ็กกลับมาจากจุดพักรถ แล้วระหว่างทางกลับ เพราะน่าจะกรอกด้านซ้ายมากกว่าเลยทำให้คอฝั่งซ้ายบวมขึ้น เลยโทรไปหา คุณหมออธิบายอย่างใจเย็นและละเอียดทำให้ฉันสบายใจขึ้น (โชคดีที่วันรุ่งขึ้นยุบลง)
วันผ่าตัดเจ็บมากและรู้สึกบวมจนแทบไม่ได้นอนเลย.. จนถึงวันที่ 3 ก็ยังรู้สึกเหมือนบวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การมองกระจกนี่สิ้นหวังมาก หลังวันที่ 3 เป็นต้นไปเห็นได้ชัดว่าอาการบวมยุบลงทุกวัน เลยสนุกกับการเห็นผลทีละวัน ประมาณ 1 สัปดาห์ รู้สึกว่าเริ่มใช้ชีวิตโดยไม่ต้องใส่ใจแม้ถอดหน้ากากแล้ว ในปากยังบวมเต็มอยู่ แต่บวมที่มองเห็นภายนอกยุบลงไปเยอะมาก! ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็คิดว่าดีกว่าเมื่อก่อน เลยพอใจมาก.. พอครบ 1 เดือน แม้อาการบวมก้อนใหญ่จะยุบไปแล้ว แต่ยังรู้สึกว่ามันยังค่อย ๆ ยุบอยู่ เหงือกกับฟันคันยุบยิบมากเลย คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น ตอนนี้ครบ 2 เดือนแล้ว ฉันพอใจมากและใช้ชีวิตอย่างมั่นใจโดยไม่ใส่หน้ากาก คนที่คุ้นกับรูปหน้าปกติของฉันบอกว่ากรามดูเรียวลงมาก พอถ่ายรูปหรือมองกระจก ฉันก็รู้สึกได้ว่าเดิมตรงที่เคยมีโครงกระดูก ตอนนี้ไม่มีแล้ว และหน้าดูสั้นลง รู้สึกแปลกดี สิ่งเดียวที่เสียดายคือไม่น่าทำให้เร็วกว่านี้ มาตรฐานของการผ่าตัดปรับโครงหน้าคือที่สุด..