โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ

ดูเหมือนจะไปดูมาหมดเกือบทุกที่แล้ว แต่ก็ยังลังเลและเสียใจ.. จะบ้าตาย (แก้จมูกแบบลดให้ไม่เห็นชัด)

(เพราะเรื่องเสียดายส่วนตัวเลยเขียนยาวนิดนึง..) ไปเจอเรื่องแย่ ๆ มาสารพัดจากโรงพยาบาลแรก.. ทรมานอยู่พักหนึ่ง ก็เลยเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่ากับโรงพยาบาลที่เคยทำพลาดไปแล้ว เราต้องตัดใจให้ขาดจริง ๆ แล้วก็เริ่มไปปรึกษาใหม่อีกหลายที่ แต่ยิ่งดูยิ่งเสียใจ ยิ่งรู้สึกแย่ แล้วยิ่งลังเลมากขึ้นไปอีก ทั้งที่เป็นการผ่าตัดลดระดับจมูก แต่ละวิธีก็ต่างกันหมดจนปวดหัว ตอนผ่าครั้งแรกฉันก็ต้องการความเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ตอนนั้นโรงพยาบาลที่ฉันตัดสินใจสุดท้ายเพราะรู้สึกไว้ใจได้ พอมองย้อนกลับไปกลับไม่ตรงกับสไตล์ที่ฉันต้องการเลย ตอนนั้นฉันคิดว่า ถ้าเป็นโรงพยาบาลแบบนั้น แล้วฉันขอให้ทำออกมาเป็นธรรมชาติ เขาก็น่าจะทำได้แบบนั้น พอถึงตอนรับบริการแก้ไขหลังผ่าตัดจากที่เดิม ฉันก็ยังเชื่อแบบนั้นอยู่.. ใช้ชีวิตมาเกือบ 3 ปีแบบคอยกังวลเรื่องจมูกจนเหมือนป่วยทางใจ ตอนนี้ฉันยิ่งอยากได้ทรงที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าตอนก่อนผ่าครั้งแรกอีก ไม่ต้องสนใจมุมตรงหรืออะไรทั้งนั้น (มุมข้าง มุม 45 องศา แบบพิโนคคิโอ ㅈㅂ..) คือขอแบบไม่เห็นว่าเคยทำเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ถึงขั้นรู้สึกว่าจมูกที่ดูตกลงมานิดหน่อยก็ยังดูสวย ทรงจมูกที่เหมือนของนักแสดงคิมจีวอน คือดูตกลงมาเพียงเล็กน้อยมาก ๆ นั่นแหละที่ดูธรรมชาติและสวยที่สุด จมูกเดิมเป็นจมูกปลายใหญ่ มีฮัมพ์ และทรงเป็นจมูกลูกศร เป็นจมูกที่ค่อนข้างสูงแต่ปลายตกชัดเจน และนั่นเป็นปมด้อยของฉัน พอผ่าครั้งแรกเลยคิดว่า จมูกจะตกอีกไม่ได้เด็ดขาด ระหว่างไปปรึกษาหลายที่ก็ได้ยินว่าถ้าใช้กระดูกอ่อนหูร่วมกับผนังกั้นจมูกจะมีโอกาสเกิดการตกได้ เลยค่อย ๆ เลือกโรงพยาบาลที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงจากผู้บริจาคมากขึ้น สุดท้ายก็ผ่าด้วยวิธีนี้ (ต่อกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาค, ยึดผนังกั้นจมูก, คลุมด้วยกระดูกอ่อนหู).. ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องกลับมาแก้เพราะปลายตกอีก^^ ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันจะไม่ผ่าแบบนี้แน่นอน แน่นอนว่าการต่อด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคก็อาจทำให้ดูเป็นธรรมชาติได้ แต่ทั้งโรงพยาบาลและวิธีที่เลือกก็ดูจะไม่เหมาะกับสไตล์ที่ฉันต้องการและจมูกของฉัน.. ไปปรึกษามา ㅇㄷㅇㅇㅇ/ㄱㅇㅅ/ㅅㅅㅇ/ㅍㄹㅁ/ㅈㅅ แล้วตอนแรกตั้งใจจะเลือก ㅍㄹㅁ แต่พอมาไล่ดูโพสต์ในที่นี่ก็เริ่มลังเลอีกแล้ว ไม่รู้ว่าควรไปดูเพิ่มอีกไหม.. แต่ฉันต้องผ่าตัดให้เร็วที่สุด และดูเหมือนจะไม่มีเวลาวิ่งดูเพิ่มแล้ว.. ถ้าไล่จากโรงพยาบาลที่เพิ่งไปปรึกษาล่าสุดก่อนก็จะเป็น ㅍㄹㅁ, ㅈㅅ (บอกให้รักษาเสาค้ำไว้ และอย่าไปยุ่งกับส่วนที่ต่อกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคไว้) ㅈㅅ (ที่นี่ตอนคุยปรึกษา ฉันยิ่งรู้สึกเสียดายกับการตัดสินใจเก่า ๆ ของตัวเองมากจนสภาพจิตใจพังไปเลย..) คุณหมอใจดีมาก และพอได้ฟังขั้นตอนผ่าครั้งก่อนของฉัน รวมถึงเรื่องการแก้ไขหลังผ่าตัด ท่านก็พูดแบบว่าไม่ได้โกรธฉันหรอกนะ แล้วก็เริ่มหงุดหงิดแทนฉันมากเลย.. โรงพยาบาลก่อนหน้านี้บอกฉันชัดเจนว่าใช้กระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคแบบทั้งชิ้นใช่ไหม? พอฉันบอกว่าตอนผ่าก็ใช้ทั้งชิ้น ท่านบอกว่าถ้าใช้ทั้งชิ้นแล้วปริมาณยังเหลืออยู่ แล้วจะไปตัดผนังกั้นจมูกออกมาเพื่อยึดซ้ำอีกทำไม.. ท่านบอกว่าถ้าไม่ได้ใช้ทั้งชิ้น แต่ใช้แบบที่ตัดแล้วเก็บไว้ ก็อาจเป็นเพราะของไม่พอถึงได้ทำแบบนั้น.. ผนังกั้นจมูกยิ่งตัดออกน้อยยิ่งดี ท่านยังบอกด้วยว่าถ้าเป็นลูกสาวของตัวเอง คงไม่ทำแบบนั้นแน่ ๆ ฉันก็น่าจะเคยถามตอนผ่าครั้งแรกเหมือนกันว่า ต้องยึดด้วยผนังกั้นจมูกไหม? ตอนนั้นเหมือนจะได้รับคำอธิบายว่าต้องทำแบบนั้น และเพราะฉันก็ไม่รู้มาก เลยไม่ได้ลงลึกตรงจุดนั้นต่อ.. พอถามเรื่องราคากระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคไป ฉันตอบว่าอยู่ราว ๆ 1,000,000 วอน ท่านก็เอาใบเสร็จและรูปของกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาคที่ท่านสั่งซื้อเองมาให้ดูทั้งหมด แล้วบอกว่าราคาจริงมันอยู่ช่วง 1,600,000 ถึง 1,800,000 วอน จะมาขายแบบขาดทุนทำไม.. แน่นอนว่าอาจไม่ได้ใช้แบบที่ตัดไว้ก็ได้ และเพราะเราไม่รู้ความจริง จึงฟันธงไม่ได้ว่าคุณหมอพูดถูกทั้งหมด.. โชคดีที่ไม่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อ ดังนั้นปัญหาใหญ่กว่าสิ่งที่ใช้ก็คืออย่างอื่น แต่พอได้ยินคุณหมอพูดต่อหน้าแบบนั้น มันก็รู้สึกเหมือนใช่ และพอนึกถึงความลำบากที่ต้องเจอเพราะจมูกก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นและโกรธมาก (เรื่องแบบนี้ทุกคนต้องเช็กให้ดีและไปปรึกษาอย่างละเอียดนะ) คุณหมอยังถามอีกว่าในเมื่อเป็นการแก้ให้จมูกดูเตี้ยลง ทำไมถึงไปเอากระดูกอ่อนหูออกมาอีก.. แต่ตรงนี้ตอนที่ฉันไปปรึกษาหลาย ๆ ที่ก็มีคุณหมอบางท่านที่บอกว่าอาจต้องเอากระดูกอ่อนหูกลับมาเอาออกอีกเหมือนกัน เลยไม่แน่ใจ ท่านบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับส่วนที่ต่อยืดไว้ และน่าจะใส่กระดูกอ่อนหูไว้หลายชั้น พอทำให้เหลือแค่ชั้นเดียว แล้วค่อยลดหรือขยับส่วนที่ต่อยืดไว้ลง เป็นการผ่าตัดแบบ 'เอาออก' อีกแบบหนึ่ง แต่เพราะมีแสงลอดเห็นทรงจมูก ท่านบอกว่าต้องใช้หนังแท้ที่ปลายจมูก คุณหมอท่านนี้ก็ทำผ่าตัดจัดเรียงกระดูกอ่อนด้วย พอฉันกำลังจะเอารูปจมูกก่อนผ่าครั้งแรกให้ดู ท่านบอกว่า ถ้าเป็นจมูกที่จัดเรียงกระดูกอ่อนได้ พอฉันทรมานมา 3 ปีแล้วก็คงเจ็บใจมากแน่ ๆ.. พอดูปุ๊บก็พูดเลยว่าเป็นจมูกที่ทำได้ ฉันเลยช็อกเป็นรอบที่สอง.. ท่านเอาตัวอย่างเคสที่ผ่าด้วยการจัดเรียงกระดูกอ่อนมาให้ดู แล้วมันสวยเป็นธรรมชาติมาก แถมเป็นกระดูกอ่อนของตัวเองทั้งหมด เลยสามารถบีบปลายจมูกได้ด้วย ตอนฟังว่าทำได้แบบนั้นนี่แบบ... ก่อนผ่าครั้งแรกฉันก็เคยไปโรงพยาบาลที่ดูค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่งซึ่งทำเรื่องจัดเรียงกระดูกอ่อนเหมือนกัน ตอนนั้นทำไมฉันถึงไม่เลือกทางนั้นนะ ถึงจะเป็นความผิดที่ฉันหาข้อมูลไม่ดีพอก็จริง แต่ในชีวิตนี้การตัดสินใจนั้นคือเรื่องที่ฉันเสียใจที่สุดแล้ว แม้จะคุยกับคุณหมอว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ถ้าฉันเลือกทางอื่น ชีวิตฉันคงมีความสุขมากกว่าหลายปีที่ต้องมาทรมานแบบนี้เยอะเลย ทำให้รู้สึกแย่มาก ท่านเปิดภาพ 3D ให้ดูแล้วบอกว่าสามารถทำให้ไม่เห็นชัดได้ ซึ่งก็ดูดีทุกอย่าง แต่ก็ติดตรงการใช้หนังแท้และเรื่องค่าใช้จ่าย พอครั้งแก้ไขก่อนหน้านี้ก็เคยใช้หนังแท้เหมือนกัน แม้จะคนละตำแหน่งก็ตาม.. ตอนนี้ฉันไม่อยากใส่อะไรเพิ่มเข้าไปอีกแล้ว แน่นอนว่าท่านบอกว่าสามารถทำโดยไม่ใช้ได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องแสงลอดเห็น และค่ารักษาก็เป็นอันดับสองที่แพงที่สุด รวมภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ㅍㄹㅁ (เป็นโรงพยาบาลที่ฉันเอนเอียงไปทางนั้นมากที่สุด แต่พอมาอ่านรีวิวที่นี่ก็เริ่มลังเล) ที่นี่วิธีผ่าก็คล้ายกับ ㅈㅅ เหมือนกัน แต่ให้ความรู้สึกว่าจะปรับตามทิศทางการผ่าที่ฉันต้องการได้ยืดหยุ่นกว่า.. บอกว่าจะคงเสาไว้เหมือนเดิม เอากระดูกอ่อนหูออกไปบ้าง แล้วถ้าฉันต้องการก็สามารถใช้เป็นการเสริมด้วยฐานผนังกั้นจมูกได้ด้วย คุณหมอที่นี่ก็ดูเหมือนทำผ่าตัดจัดเรียงกระดูกอ่อนเหมือนกัน ตอนแรกฉันรู้สึกต่อต้าน แต่สิ่งที่คิดว่าเป็นข้อดีที่สุดคือการปลุกขึ้นมาตรวจรูปทรงจมูกระหว่างผ่าตัด.. ถึงจะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจได้ตอนสติครบจริงไหม แต่คุณผู้จัดการก็พูดว่าเพราะถือว่าเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้าย ฉันจึงต้องตรวจด้วยตัวเองแล้วค่อยจบ ทำให้รู้สึกสบายใจและเอียงมาทางนี้มากขึ้น ที่นี่ยังมีเลเซอร์ลดแผลเป็น และมีข้อดีหลายอย่างเรื่องการดูแลหลังผ่าตัดด้วย แต่ก็ไม่มีรูปก่อน-หลัง.. พออ่านรีวิวที่นี่ก็เหมือนจะมีบางกรณีที่ไม่เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน.. พูดแบบระมัดระวังหน่อยนะ แต่พออ่านคอมเมนต์ในคาเฟ่อื่น ๆ ก็ดูมีร่องรอยนายหน้าเยอะมาก เลยแอบสงสัยตั้งแต่แรกแล้ว.. แต่พอไปจริง ๆ ก็โอเคนะ...? ราคาก็ถูกเป็นอันดับสองด้วย ไปตอนที่กำลังคิดถึงการถอดออกด้วย ㅅㅅㅇ แต่ฉันถูกแนะนำแบบค่อนข้างหนักแน่นว่าไม่ควรถอดออก.. ต้องมีตัวค้ำไว้ การถอดออกไม่ควรถอด ถ้าไม่ใช่คนที่ทนของแข็ง ๆ ไม่ได้ ถ้าเป็นกระดูกอ่อนซี่โครงผู้บริจาค ก็แนะนำให้ถอดออกเพื่อกันผลข้างเคียงในอนาคต ส่วนกระดูกอ่อนหูที่วางไว้ด้านบนก็ถอดออกทั้งหมดเพราะกังวลเรื่องการมองเห็นแสงลอด แม้แต่ผนังกั้นจมูกที่อยู่ด้านในก็จะใช้ให้มากที่สุดเพื่อสร้างแกนค้ำ แต่ถ้าสภาพด้านในไม่ดี ก็อาจต้องเอากระดูกอ่อนหูออกมาใหม่อีกครั้ง (เพื่อเสริมฐานค้ำ) พอบอกคุณผู้จัดการว่าฉันอยากให้มันไม่เห็นชัด ท่านก็บอกว่านั่นก็อาจกลายเป็นความเครียดอีกแบบหนึ่งได้ และตอนนี้คนก็จับได้กันหมด จึงไม่สามารถพูดฟันธงได้ว่าจะทำให้ไม่เห็นชัดแน่นอน! ค่าใช้จ่ายก็ถือว่าค่อนข้างถูก และที่นี่ฉันก็ชอบเหมือนกัน แต่พอได้ยินจากสองที่ล่าสุดว่าให้คงส่วนที่ต่อยืดไว้แบบเดิม ฉันก็ไม่รู้แล้วว่าวิธีไหนถึงจะถูก.. ที่นี่ก็ไม่ได้เอากระดูกอ่อนหูมาซ้อนเพิ่มด้วย.. ㄱㅇㅅ เหมือนจะทำการตัดผนังกั้นจมูกและเสริมไปพร้อมกัน เลยเช็กก่อนว่าผนังกั้นจมูกไม่ได้ยุบตัวอยู่ใช่ไหม.. ท่านบอกว่าตัดผนังกั้นจมูกออกไปเยอะจัง... รู้สึกเหมือนคุณหมอจริง ๆ มากอย่างที่ได้ยินมา แต่พอคุยจริง ๆ กลับไม่ได้อธิบายวิธีผ่าตัดก่อน แล้วถามว่ามีอะไรสงสัยไหม ทำให้ฉันงงมาก ฉันเขียนสิ่งที่สงสัยและกังวลลงในแบบสอบถามไปหมดแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงกลับไม่ได้ตอบเรื่องนั้นชัดเจนเท่าไร ท่านไม่ชอบเวลาฉันเล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากที่อื่นด้วย และไม่ได้บอกแบบชัด ๆ ว่าจะใช้วิธีนี้นะ! แต่เป็นแนวว่าเพราะเป็นการผ่าตัดแก้ไข จึงต้อง 'เปิดดูแล้วค่อยทำตามสภาพจริง' มากกว่า ฉันก็งงเลยถามโน่นถามนี่ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณหมอก็ดูเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร และที่นี่ดูเหมือนรีวิวจะดีเหมือนกัน เลยกำลังลังเล.. แต่ฉันไม่เคยเห็นรูปก่อน-หลังของที่นี่เลย ท่านบอกว่าสามารถดูสภาพด้านในแล้วอาจต้องเอากระดูกอ่อนหูออกใหม่อีก และราคาก็เปลี่ยนไปตามนั้น! ㅇㄷㅇㅇㅇ คุณหมอที่นี่ใจดี เลยใช้เวลาปรึกษานานที่สุด ที่นี่ใช้วิธีฐานผนังกั้นจมูกอย่างชัดเจน และบอกว่าจะใช้กระดูกอ่อนหูอีกครั้งด้วย มีรูปก่อน-หลังให้ดูด้วย และเพราะนี่เป็นการปรึกษาครั้งแรกของการแก้ไขครั้งที่สอง ฉันก็พูดคุยเรื่องนู่นนี่ไปเยอะมาก แต่ท่านรับฟังหมด แทบจะกลายเป็นการให้คำปรึกษาทางจิตใจเลย สไตล์ที่คุณหมอต้องการก็ตรงกับฉันเป๊ะ แต่ราคาสูงเกินไป... ถึงจะใช้ยาสลบแบบหลับแต่ท่านบอกว่าเพราะมีความเสี่ยง จึงจะปลุกขึ้นมาระหว่างผ่าตัด ตอนนี้มานึกแล้วก็เสียใจมาก แต่สิ่งที่เพิ่งเข้าใจได้ช้า ๆ คือ อย่างแรกเลย ห้ามเสียดายค่าปรึกษาเด็ดขาด ไม่แน่ใจว่าค่าปรึกษาเพิ่งมีขึ้นไม่นานนี้ หรือเดิมทีโรงพยาบาลพวกนี้มีอยู่แล้วกันแน่ แต่ฉันไปปรึกษาเน้นโรงพยาบาลที่เน้นความเป็นธรรมชาติ แล้วส่วนใหญ่ก็มีค่าปรึกษากันหมด ตอนผ่าครั้งแรกแทบไม่มีโรงพยาบาลไหนคิดค่าปรึกษาเลยนะ แต่โรงพยาบาลที่คิดค่าปรึกษาแล้วค่อยให้คำปรึกษา ทำให้รู้สึกว่าเขาใช้เวลาของคุณหมอมาคุยกับเรา และมองเราด้วยมุมมองแบบแพทย์จริง ๆ ถ้าเสียดายค่าปรึกษา สุดท้ายอาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่กว่าเดิมอีก.. อีกอย่างที่เกี่ยวข้องกันคือ โรงพยาบาลที่ยึดติดกับรีวิวมาก ๆ ไม่แนะนำอย่างแรง.. โรงพยาบาลที่ฉันไปมาช่วงนี้ก็ไม่ได้ลงทะเบียนในที่อย่าง ㄱㄴㅇㄴ หรือ ㅂㅂㅌ เลย ตอนแรกฉันก็หาจากที่นั่นแล้วไปเหมือนกัน.. แบบว่าถ้าเขียนรีวิวแล้วได้ส่วนลดอะไรแบบนี้.. ตอนนี้ฉันรู้สึกขยะแขยงระบบแบบโรงงานแม้จะเป็นคลินิกที่มีหมอคนเดียวก็ตาม ถ้าเป็นคนที่ต้องการสไตล์ต่างจากฉันก็อาจไม่เป็นไร แต่สำหรับคนที่อยากให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่เห็นว่าเคยทำ ฉันคิดว่าควรหลีกเลี่ยงโรงพยาบาลที่ต้องเขียนรีวิวแบบนั้น ถ้าใครมีโรงพยาบาลในบรรดาที่ฉันไปมาที่เคยผ่าจริง หรือแนะนำแนวธรรมชาติประมาณนี้ ช่วยบอกหน่อยได้ไหม ปวดหัวจริง ๆ...

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้