โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก

ประสบการณ์ปัจจุบันของความล้มเหลวในการผ่าตัดจมูกที่ ㅎㅇㅇㄷ

ขอชี้แจงก่อนเขียนว่า โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาจะใส่ร้ายโรงพยาบาลใดเป็นพิเศษ แต่เขียนขึ้นเพื่อแบ่งปันข้อเท็จจริงที่ฉันประสบด้วยตัวเอง เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของคนอื่นๆ และปรับสมดุลข้อมูลทางการแพทย์เท่านั้น

สวัสดีทุกคน โพสต์ก่อนหน้าฉันเคยเขียนไว้ว่าไปผ่าตัดจมูกที่ ㅎㅇㅇㄷ แล้วจมูกเอียง รูจมูกยุบจนไม่เท่ากัน ฉันเป็นคนที่เขียนเรื่องนั้นเอง อาจมีคนที่จำได้อยู่บ้าง แต่เผื่อใครที่ยังไม่เห็น และเพื่ออัปเดตสถานการณ์การตอบสนองของทางโรงพยาบาล ฉันเลยมาเขียนใหม่อีกครั้ง 1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ (สรุป) โรงพยาบาล: ศัลยกรรมตกแต่ง ㅎㅇㅇㄷ ย่านคังนัม (ศัลยกรรมจมูก 11.5 ล้านวอน) วันที่: ผ่าตัดวันที่ 17 มีนาคม 2026 อาการ: - ตั้งแต่สันจมูกถึงปลายจมูกเอียงเฉียงจากซ้ายไปขวา (เพราะแกนกลางของผนังกั้นโพรงจมูกและคอลูเมลลาเอียง ทำให้วัสดุเมก้าเดิร์มที่วางไว้เอียงตามไปด้วย) - ทำให้รูจมูกยุบและไม่เท่ากัน - คอลูเมลลาเอนมาทางขวา - เพราะโครงสร้างโดยรวมบิดเบี้ยว กระดูกอ่อนปลายจมูกกับส่วนคอลูเมลลาไม่แนบกัน จึงเกิดระดับต่างกัน ทำให้บุ๋มลงไปและผิวยังคงเห็นเป็นสีม่วง - กระดูกอ่อนซี่โครงแบบออโตโลจัสที่เสริมไว้บนผนังกั้นโพรงจมูกเอียงไปทางด้านในของรูจมูกซ้าย (บริเวณ nasal valve) ทำให้เยื่อเมือกของรูจมูกซ้ายติดกันแล้วแยกออก รู้สึกแปลกและไม่สบายมาก แถมช่องหายใจก็แคบลงจนลำบาก - ในแง่รูปลักษณ์ ฉันโดนทำให้ปลายจมูกและคอลูเมลลายื่นลงมากเกินไป จนจมูกยาวออกมาเลยกลายเป็นจมูกแม่มดแบบงอแง ตอนที่ไปที่โรงพยาบาลเพื่อเจรจา ทางโรงพยาบาลอ้างข้อเท็จจริงเท็จว่า: ฉันบอกตอนปรึกษาว่า รูจมูกขวากว้างเลยอยากให้แก้ไข แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าแก้ไม่ได้ ขอเสริมว่า เดิมทีฉันไม่มีปัญหารูจมูกหรือ nasal valve ไม่เท่ากันเลย การหายใจก็ไม่มีปัญหาใดๆ ฉันไม่มีโรคจมูกอักเสบด้วย คำว่า nasal valve ฉันเพิ่งได้ยินครั้งแรกจากการปรึกษาโรงพยาบาลอื่นหลังเกิดอาการเยื่อเมือกติดกันนี่แหละ ถึงได้รู้จัก เพราะฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลย พอฉันบอกว่าไม่เคยพูด ก็มีท่าทีเหมือนงงๆ แล้วพูดซ้ำอีกว่าให้เอาเวชระเบียนมา แต่ก็ยังยืนยันว่าฉันเคยพูดในสิ่งที่ไม่ได้พูด ก่อนผ่าตัดที่ ㅎㅇㅇㄷ เขาบอกว่าจมูกฉันเดิมนุ่มมาก ไม่มีความไม่สมมาตรหรือการหดรั้งเลย แต่เป็นจมูกที่มีพังผืดหดรั้งและหินปูนเกาะมากจนยาก ต้องดูอาการไปถึง 2 ปี ฉันรู้สึกหมดศรัทธาจริงๆ กับการที่เขาแต่งเรื่องเท็จแล้วพูดอย่างหน้าตาเฉย รู้สึกว่าเกินไปมากจริงๆ ฉันสงสัยมากว่า เขาทำกับจมูกฉันพังขนาดนี้ได้ยังไงแล้วยังทำแบบนี้ได้อีก.. ทั้งความสงสารคนไข้ที่ถูกทำให้เป็นแบบนั้น หรือความสำนึกผิดขั้นต่ำอย่างน้อย ก็ไม่มีเลยหรือไง .. ตามสามัญสำนึกแล้วมันไม่เข้าใจจริงๆ และพอฉันขอรูปก่อน-หลังผ่าตัดกับเอกสารเวชระเบียนมาอ่านเอง ก็พบว่าเขาพิมพ์แก้ไขบันทึกการปรึกษาและบันทึกติดตามอาการของฉันไว้ล่วงหน้าแล้ว เขียนไว้ว่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้สันจมูกฉันตลอดการผ่าตัด 2 ครั้งไม่เคยเอียงหรือเบี้ยวเลย แต่ฉันถามว่า ความสูงด้านขวาและซ้ายของสันจมูกไม่เท่ากัน แก้ได้ไหม แล้วเขาตอบว่าแก้ไม่ได้ ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลย.. อ่านแล้วอึ้งจนพูดไม่ออกจริงๆ.. ตอนนี้ฉันแทบทำอะไรไม่ได้ เจอใครก็ไม่ได้ และจมอยู่ในความซึมเศร้าเพราะจมูก .. ต้องฝืนใช้ชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดอย่างยากลำบาก .. ทั้งที่ต้องเป็นฉันที่ต้องทนรับความเจ็บปวดและความเสี่ยงจากการเปิดจมูกอีกครั้ง รวมถึงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาลอีกครั้ง ถ้าในฐานะแพทย์หรือด้วยเหตุผลเรื่องศักดิ์ศรีอะไรก็ตาม เขายอมรับความล้มเหลวของการผ่าตัดไม่ได้ หรือไม่อยากขอโทษ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะคืนเงินค่าผ่าตัดบางส่วน หรืออย่างน้อยคืนครึ่งหนึ่งของค่าผ่าตัดแก้จมูกในครั้งต่อไป เพื่อให้ฉันสามารถไปแก้ที่โรงพยาบาลอื่นได้ นั่นไม่ใช่มารยาทขั้นต่ำที่ควรมีต่อฉันหรือ 2. สถานการณ์ปัจจุบัน วันพฤหัสบดี 8/6 ฉันได้พบกับผอ.โรงพยาบาลเพื่อเจรจาเรื่องคืนเงิน และในช่วงระหว่างการเจรจา พี่หัวหน้าแผนกบอกว่าอย่าไปกระตุ้นอารมณ์ของผอ. ช่วงนี้เลย ขอให้ฉันงดตอบคอมเมนต์ในโพสต์ที่ฉันเขียน ฉันเลยขอโทษทุกคนที่ตอบกลับไม่ได้ ผอ.ยังพยายามกล่อมฉันต่อว่าให้รอดูไปก่อน ฉีดยาลดแผลเป็นไปก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยพิจารณาทำผ่าตัดเป็นทางเลือก ถ้าเป็นทุกคนล่ะจะคิดยังไง เขาไม่ยอมรับเลย แถมบอกว่าการผ่าตัดไม่มีอะไรผิด และไม่เคยมีปัญหา เขายกเรื่องภาวะพังผืดหดรั้งของคนไข้ทั้งที่ไม่เคยมีขึ้นมาพูดว่า เพราะสภาพจมูกของคนไข้ไม่ดี ดังนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่ 6 เดือน แต่ควรดูต่อถึง 1 ปี 2 ปี และเพราะเกิดพังผืดใหม่ทำให้จมูกเอียง และเขาบอกว่าแพทย์ทุกคนต่างก็พูดว่าผ่าตัดผิดพลาด ทั้งที่เขาพูดว่า ถ้ามีคนพูดว่า 100% ก็คือคนคนนั้นไม่ดี เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไร 100% เลย พอฉันถามว่าแล้วจมูกปลายที่ตกลงมาล่ะ เขาบอกให้รอ เดี๋ยวเวลาผ่านไปมันอาจกลับขึ้นมาได้ เขาบอกว่าฉันพูดในสิ่งที่ไม่ได้พูด และทุกคน รวมถึงคนรู้จักของฉันทุกคนก็บอกว่ามันเอียง แต่มีแค่เขาคนเดียวที่บอกว่าไม่เอียง ผอ.ที่ยืนกรานว่าทางการแพทย์แล้วมันไม่ได้เอียงจริงๆ แบบนั้น ฉันจะกล้ามอบหมายให้เขาผ่าตัดแก้จมูกของฉันอีกครั้งได้ไหม? แล้วถ้าครั้งหน้าเชื่อใจให้เขาทำอีก แต่ยังแก้ความเอียงไม่ได้ หรือเกิดปัญหาอื่นขึ้นอีก ครั้งนั้นเขาจะคืนเงินให้ฉันมากกว่าค่าผ่าตัดแก้ครั้งนี้เป็นสองเท่าเลยหรือเปล่า? ฉันถามแบบนั้น เขาตอบว่าเป็นงานที่มนุษย์ทำ จะรับประกันได้ยังไงว่าจะไม่เอียง เขารับประกันแบบนั้นไม่ได้ และโรงพยาบาลอื่นๆ ก็เรียกเก็บตามราคาของตัวเอง จะเอาเงินขนาดนั้นมาจ่ายได้ยังไง และเขาบอกว่าตัวเขาเองไม่เคยคืนเงินเลย ถ้ามีปัญหาหลังผ่าตัดก็จะผ่าตัดแก้ให้ทั้งหมด แล้วถ้าหลังแก้แล้วยังมีปัญหาอีกก็จะแก้อีก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนเคยทำถึงเจ็ดแปดครั้งด้วยซ้ำ (ดูเหมือนเขาต้องการสื่อว่าเขารับผิดชอบจนสุดทางและจะผ่าตัดแก้ให้) ตอนฟังแล้วฉันกลัวมาก รู้สึกว่าเขาอาจมองการเปิดจมูกคนไข้เป็นเรื่องง่ายเกินไป ทั้งที่จมูกเขาเองจะไม่เป็นไร แต่ฉันกำลังคิดว่า ถ้าฉันยังเชื่อและมอบจมูกของตัวเองให้เขาอีก ครั้งหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แค่คิดก็ไม่กล้าจินตนาการแล้วใช่ไหม? ตอนคุยกันที่โรงพยาบาลเมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องคืนเงินไม่ใช่สิ่งที่ฉันตัดสินใจคนเดียวได้ ต้องถามทีมสนับสนุนการบริหารก่อน ทางทีมสนับสนุนการบริหารกำลังตรวจสอบทีละข้อเกี่ยวกับโพสต์ที่ฉันเขียนอยู่ แต่ตอนนี้จะมาถกกันว่าอะไรถูกผิดก็ไม่มีความหมายแล้ว เพราะฉันบอกว่ามันเหนื่อย เลยจะคุยในฐานะค่าปลอบใจ แล้วจะถามทีมสนับสนุนการบริหารให้ ฉันก็เลยบอกให้ไปถาม แล้วรออยู่ พี่หัวหน้ากลับเข้ามา แล้วบอกว่าทีมสนับสนุนการบริหารบอกให้จ่ายแค่ 30% หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ผอ.บอกว่าให้ช่วยดูแลเพิ่มอีกหน่อย จึงบอกให้จ่าย 50% หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 4.75 ล้านวอน ตอนนี้ฉันต้องจ่ายเงินระดับปลายๆ สิบล้านวอนเพื่อเปิดจมูกอีกครั้ง แต่ช่องว่างมันใหญ่เกินไป ถ้าอย่างนั้นก็มาตกลงกันแบบครึ่งหนึ่งของ 10 ล้านกับ 5 ล้านอย่างเรียบร้อยเถอะ ฉันพูดแบบนั้น แต่พวกเขาบอกว่ากำลังคุยกับทนายแล้วบรรยากาศไม่ดี ตอนนี้พูดไม่ได้ จะคุยแล้วติดต่อกลับวันศุกร์ และวันศุกร์ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจนถึงวันเสาร์และอาทิตย์ เลยรออยู่ (แน่นอนว่าฉันก็ไม่ได้ตอบคอมเมนต์ด้วย) พอเช้าวันจันทร์โทรไป เขาบอกว่าจะติดต่อกลับก่อน 6 โมงเย็น พอเลย 6 โมงนิดหน่อย พี่หัวหน้าก็โทรมา และบอกว่าไม่ได้เป็นผอ.ที่ตัดสินใจ แต่เป็นทนายที่เป็นคนตัดสิน(?) เพราะเป็นคดีที่ว่าจ้างทนายไปดำเนินการแล้ว จึงไม่สามารถทำอะไรได้อีก ทนายบอกว่าห้ามจ่ายเกิน 30% แต่ผอ.บอกว่าให้จ่าย 50% อยู่ดี ทว่าเขายืนยันแข็งกร้าวว่าทำได้แค่นี้เท่านั้น โรงพยาบาลที่มีผอ.คนเดียวเป็นเจ้าของแท้ๆ แต่กลับบอกว่าผอ.ไม่มีอำนาจตัดสินใจ และทีมสนับสนุนการบริหารมีอำนาจตัดสินใจ อีกเดี๋ยวก็กลายเป็นว่าทนายมีอำนาจตัดสินใจอีก? ฉันไม่เข้าใจเลย ฉันพยายามอย่างเต็มที่ที่จะจบเรื่องให้สวยและเรียบร้อยที่สุด จึงพยายามอดทนกับความโกรธที่พุ่งขึ้นมา และคุยด้วยท่าทีอ่อนน้อมแทนด้วยความสุภาพอย่างที่สุด คนรอบตัวพูดว่า ในเมื่อจมูกฉันกลายเป็นแบบนี้ ยังต้องเปิดจมูกอีก ต้องรับความเจ็บปวดและความเสี่ยงนั้น แถมยังต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็นสองเท่าของราคาตอนนี้ ทำไมถึงคืนแค่บางส่วนล่ะ ควรเรียกคืนเงินทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่ฉันก็อยากหาจุดยอมรับร่วมกันที่ยืดหยุ่นที่สุด และฉันก็พยายามอย่างมากที่จะมีทัศนคติเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นเพราะหมอฝีมือไม่พอ หรือเป็นความผิดพลาด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้ และในมุมของแพทย์ก็คงมีส่วนที่เสียศักดิ์ศรีจนยอมรับไม่ได้ ฉันเลยคิดว่าในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว และถ้าจะมาไล่ชี้ถูกผิดกันก็มีแต่จะเครียดและเหนื่อยทั้งสองฝ่าย ก็ควรยอมกันบ้าง จึงขอคืนเงินบางส่วนไป อย่างน้อยถ้ายังมีความสำนึกขั้นต่ำอยู่ แม้จะไม่ทั้งหมด ก็น่าจะเห็นใจฉันมากที่สุดและคืนให้ถึง 7.5 ล้านวอน ฉันคิดแบบนั้น แต่พอเขาเอาแต่แต่งเรื่องที่ฉันไม่เคยพูด และแสดงแต่ท่าทีเตรียมรับมือทางกฎหมายในอนาคต มันก็ยิ่งน่าเสียใจมาก ฉันมาที่นี่ด้วยความหวังอะไร แล้วทำไมตอนนี้ฉันกลับต้องก้มหน้าก้มตาอ่อนน้อมขนาดนี้ .. รู้สึกน่าสมเพชตัวเองด้วยซ้ำ ทุกคน ฉันมีคำอยากบอกในฐานะรุ่นพี่ที่เคยผ่าตัดจมูกแล้วล้มเหลวจริงๆ โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก ฉันขอแนะนำว่าอย่าทำจะดีกว่า แต่ถ้าคุณสามารถคาดการณ์และยอมรับผลข้างเคียงกับความทุกข์ทางใจทั้งหมดที่จะเกิดจากการผ่าตัดได้ ค่อยพิจารณาทำ ช่วงนี้มีพวกนายหน้าโฆษณาแฝงที่หลอกลวงกันเก่งมาก อย่าดูรีวิวหรือคำแนะนำพวกนั้น ไปดูจากคนรู้จักรอบตัวที่ทำออกมาดีแล้วค่อยไปปรึกษาจะดีกว่า ถ้าจมูกพังแล้วมันทรมานมาก เจ็บปวดมาก และทำให้ซึมเศร้าจริงๆ นะ แน่นอนว่าคงมีคนที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มาก่อนแล้วจำนวนมาก อยากให้ทุกคนพิจารณาอย่างรอบคอบและตัดสินใจหลังหาข้อมูลเยอะๆ ฉันพาลูกไปปรึกษาหลายที่ แต่ลูกเหนื่อยมาก จึงเผลอตัดสินใจจากแค่รีวิวกับรูปก่อน-หลังผ่าตัดในห้องผ่าตัดเลย พวกที่บอกว่าต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้คิวผ่าตัด ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปั่นกระแสเหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรสงสัย คอมเมนต์มาได้เลย เท่าที่ฉันรู้ ฉันจะตอบให้เต็มที่ด้วยความจริงใจ หวังว่าจะไม่มีใครต้องลำบากแบบฉันอีกแล้ว ถ้ายังไม่ได้อ่านโพสต์ก่อนหน้านี้หรืออยากดูเพิ่มเติม ทุกคนลองเข้าไปดูที่ลิงก์ด้านล่างได้เลย! https://sungyesa.com/failure/129743

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้