โดยรวมแล้ว สิ่งที่ฉันรู้สึกหลังจากผ่าตัดจมูกอีกครั้งคือ ต้องเลือก “คุณหมอ” ให้ดีจริงๆ การผ่าตัดครั้งนี้ฉันจ่ายเงินเอง ไม่เคยเขียนรีวิวแบบมีค่าตอบแทนอะไรทำนองนั้นเลย แต่อยากเขียนยาวๆ เพราะหวังจริงๆ ว่าคุณหมอท่านนี้จะไปได้ดี และคนอื่นๆ ก็จะผ่าตัดออกมาดีเช่นกัน แน่นอนว่า ก็เขียนเพราะต้องการอัปเลเวลด้วยเหมือนกัน อย่างแรก หลังจากทำกับคุณหมอคิมแทะซอบแล้ว ปัญหาเรื้อรังเรื่องปลายจมูกแดงก็หายไป แถมความรู้สึกที่บางครั้งสันจมูกหรือบริเวณคอลูเมลลาจะเย็นๆ? ความรู้สึกแบบนั้นก็หายไปด้วย ด้านความสวยงามไม่ต้องพูดถึงเลย จริงๆ ได้จมูกที่สวยและดูเป็นธรรมชาติมาก จนได้ยินคนชมว่า “จมูกทำออกมาได้ดีมาก เอ่อ พูดแบบนี้อาจจะเกรงใจนะ แต่ทำจมูกแล้วดูดีกว่าเดิมเยอะ” ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง หลังจาก 3 ปี ในที่สุดฉันก็ได้จมูกที่ต้องการสักที จริงๆ ฉันทำงานออฟฟิศที่ห่างไกลจากอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาหาเงิน เลยไม่ได้มีปมเรื่องหน้าตารุนแรงอะไร ก็เลยเลื่อนผ่าตัดไปเรื่อยๆ เคยคิดด้วยซ้ำว่าเงินก้อนนั้นเอาไปเที่ยวอีกรอบดีกว่า แล้วก็ไปเที่ยวจริงๆ แต่ทุกครั้งที่มองกระจก ก็ยังมีความรู้สึกไม่พอใจบางอย่างค้างคาอยู่ ฉันไม่ได้ต้องการหน้าตาเหมือนดารา แต่คิดถึงช่วงเวลาที่มองกระจกแล้วรู้สึกว่า “อ่า ฉันก็น่ารักนะ ” แบบเมื่อก่อน อ้อ เวลาทำศัลยกรรมจมูก ไม่ควรพูดกว้างๆ ว่า “ช่วยทำให้เหมือนจมูกชินเซคยองหน่อย” ขอบอกไว้ด้วยว่าฉันก็เคยพูดแบบนั้น และก็ไม่ได้จำเป็นต้องทำกับคุณหมอท่านนี้เท่านั้น ต้องเดินดูหลายที่ เปรียบเทียบเยอะๆ อย่างน้อยควรไปสัก 4-5 ที่จริงๆ อ่านรีวิวเยอะๆ ด้วย พอไปปรึกษาหลายที่ก็จะเริ่มรู้สึกออก คุณหมอก็มีหลายแบบมาก แบ่งคร่าวๆ ได้ 3 แบบ 1) พูดคลุมๆ ว่า “เดี๋ยวทำให้ดีเอง” x <-- ไม่สนใจปัญหาของฉันเลย 2) วิเคราะห์จมูกของฉัน แล้วบอกว่า “ส่วนนี้ควรแก้แบบนี้ๆ นะ ส่วนนี้น่าจะต้องเสริมเพิ่ม คุณคิดว่ายังไง” < -- นี่คือคุณหมอที่สนใจแก้ปัญหาของฉันจริงๆ 3) พอคนไข้เล่าปัญหาของตัวเอง คุณหมอไม่ได้ตอบ แต่กลับเริ่มพูดเรื่องผลงานหรือประสบการณ์ตัวเอง แล้วสอนว่าต้องฟังหมอ <--- คุณหมอรุ่นเก่าที่ห่างไกลจากความยืดหยุ่น แบบที่ 1 ต้องหลีกเลี่ยง แบบที่ 3 ก็ยังต้องพิจารณา แล้วระหว่างแบบ 2 กับ 3 คุณหมอแบบไหนถึงจะเป็นคุณหมอที่ดี? คือแบบ 2 ใช่ไหม? ก็ไม่เสมอไป จริงๆ ในมุมของคนที่ไปผ่าตัด ขอแค่ “ผลลัพธ์” ออกมาดีก็พอ คุณหมอก็ไม่ใช่คนที่ต้องเจอกันทุกวัน แค่ผ่าตัดครั้งเดียวสำเร็จก็จบ ถ้ากำลังลังเลระหว่างแบบ 2 กับ 3 ฉันอยากแนะนำให้ทำ case study ให้เยอะๆ ฉันเองก็ศึกษากรณีต่างๆ เยอะมากก่อนจะไป The Door เหตุผลที่ฉันไป The Door คือ ในบรรดาโรงพยาบาลหลายแห่ง ที่นั่นดูเหมือนเป็นที่ที่มีคุณหมอที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาแบบของฉันได้ดีมากๆ หลายครั้ง (สำคัญมากๆๆๆๆ) จริงๆ แล้วเคสของคนไข้มีความหลากหลายมาก และคุณหมอก็ไม่ได้รักษาได้ทุกโรค ดังนั้นในสาขาของตัวเองจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเก่งเป็นพิเศษในเทคนิคผ่าตัดบางอย่าง ทำซ้ำบ่อยๆ ก็จะเก่ง และยิ่งทำมานานก็ยิ่งเก่งเป็นธรรมดา (แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกกรณี ฉันเคยทุ่มเงินไป 12 ล้านวอนกับการผ่าตัดตาและจมูกที่โรงพยาบาลอีกแห่ง ผลลัพธ์คือแย่มากจริงๆ.. ขอเสริมว่าโรงพยาบาลนั้นเปิดมานาน 15 ปีแล้ว ฉันไม่พูดชื่อหรอก แต่เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมแก้ไขแถวคังนัมจริงๆ.............เฮ้อ) ตาคนก็คล้ายกัน คนสวยใครๆ ก็มักจะมองว่าสวยในระดับหนึ่ง ทั้งจมูกและตา (สำคัญ) ฉันหวังจริงๆ ว่าทุกคนจะได้ทำกับคุณหมอที่ทั้งมีสุนทรียะ ฝีมือ และนิสัยใจคอที่ดี ในแง่นี้ The Door ดูเหมือนจะมีคุณหมอที่ครบทุกอย่างอยู่ ( อ่านๆ ไปมันดูเหมือนโพสต์โฆษณาเลย จริงๆ ไม่ใช่ ถ้าจะให้เอาใบเสร็จมายืนยัน ฉันก็ลองได้ น่าจะมีรายการรูดบัตรเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน) แล้วพอเคยทั้งล้มเหลวและประสบความสำเร็จ ตอนนี้ฉันถึงเพิ่งรู้วิธีคัดโรงพยาบาล มันน่าเสียดายมาก กว่าจะได้หน้าที่ดูดีในระดับคนทั่วไป ต้องทุ่มเงินเกือบ 20 ล้านวอนทั้งกับการผ่าตัดและการแก้ใหม่เลยหรือ.. ถ้าตอนผ่าตัดครั้งแรกได้เจอคุณหมอที่มีรสนิยมด้านความสวยและฝีมือดี ก็คงได้หน้าที่น่าพอใจในงบไม่ถึง 10 ล้านวอนด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ ส่วนตัวฉันไม่ได้ผ่าตัดกับคุณหมอเจ้าของคลินิกโดยตรง แต่คิดว่าอาจจะใช้เทคนิคผ่าตัดคล้ายกับคุณหมอคิมแทะซอบ..? พูดตรงๆ ศัลยกรรมจมูกก็เป็นงานที่ราคาขึ้นอยู่กับการประเมินของแต่ละที่ แถมก็แพงอยู่พอสมควร แต่ฉันไม่อาจปล่อยให้จมูกรอบสองพังเพราะเรื่องเงินได้ เลยใช้เวลาหลายเดือนค้นหาข้อมูล อ้อ แค่ดู Shorts ก่อน-หลังบน YouTube ของ The Door ก็พอจะจับทางได้ระดับหนึ่งแล้ว ฉันเองก็เคยดู YouTube แนว vlog ส่วนตัวของคุณหมอคิมแทะซอบด้วย แล้วรู้สึกว่าเป็นคนจริงใจ เลยเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจผ่าตัด ในฐานะคนไข้ ฉันก็ต้องกังวลเหมือนกันว่าการดูแลหลังผ่าตัดจะดีไหม แต่ในเมื่อผลผ่าตัดออกมาดีแล้ว พูดตามตรงฉันจำไม่ได้แล้วว่ามีนโยบาย a/s ของโรงพยาบาลยังไงบ้าง แค่ถ้าผลออกมาไม่ดี ฉันคิดว่าอย่างน้อยเขาก็คงไม่เมินหรือทำเป็นไม่เห็น คุณหมอที่อบอุ่นแบบมนุษยสัมพันธ์ดี? แบบคุยดีๆ เหมือนเพื่อน นั่นไม่สำคัญเลย คุณหมอคือคนที่มองหน้าฉันแล้ววินิจฉัยปัญหาได้ทันทีแบบ T เสนอแนวทางแก้ ไม่ยัดเยียดหรือสร้างความคาดหวังเกินจริง และผ่าตัดได้เรียบร้อย โรงพยาบาลที่ไม่ตัดสินหน้าตา ไม่เร่งให้โอนเงินมัดจำวันนั้น และโดยรวมทำงานเป็นระบบ ดูเหมือนเป็นโรงพยาบาลที่ทำได้ดี The Door ก็เป็นแบบนั้นพอดี หวังจริงๆ ว่าในอนาคตจะมีคนไข้เข้ามาเยอะขึ้น และโรงพยาบาลจะยิ่งไปได้ดียิ่งกว่าเดิม
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. รีวิวหลังทำจมูกครั้งแรก จากจมูกฮุ้งเชิดเป็นทรงเส้นตรงที่ดูละมุน!
เดิมทีปลายจมูกฉันตกลงนิดหน่อยเลยดูเป็นจมูกฮุ้ง ทุกครั้งที่ถ่ายรูปสีหน้าก็ดูอึดอัด ทำให้เครียดมาตลอด เลยค้นหารีวิวทรงเส้นตรงเยอะมากๆ แล้วไปทำศัลยกรรมจมูกครั้งแรกกับคุณหมอจองยองฮุนที่ ID Plastic Surgery ตอนนี้ครบ 3…
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. รีวิวผ่าตัดแก้จมูกยาวและตก! (กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง)
พอบวมใหญ่ๆ ค่อยๆ ยุบลง ก็รู้สึกว่าทรงจมูกเริ่มเข้าที่? ตอนนี้ยังมีความรู้สึกตึงๆ แข็งๆ กับเหมือนจี๊ดๆ? อยู่บ้าง แต่เหมือนว่าจะค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิดทุกสัปดาห์…
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. หลุดพ้นจากคอมเพล็กซ์จมูกชมพู่!!
ตอนที่ลงรีวิวแรกก็พอใจมากแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปอีก เหมือนจมูกเข้าที่สมบูรณ์แล้ว เลยขอเขียนรีวิวรอบสองไว้ด้วย หลังจากปรึกษาหลายโรงพยาบาล ฉันได้ผ่าตัดกับคุณหมอคิมฮยอนอูที่ Want Plastic Surgery…
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. รีวิว 1 เดือนหลังผ่าตัดแก้จมูกปีกกว้างที่ Obli Plastic Surgery!
ครบ 1 เดือนแล้วตั้งแต่ฉันทำศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคน/วัสดุเสริมแบบเฉพาะของตัวเองกับคุณหมอคิมดาอึม ที่ Obli Plastic Surgery! ปกติฉันมีปมด้อยเรื่องจมูกที่ค่อนข้างเตี้ยและมองจากด้านหน้าแล้วดูบาน…
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. ครบ 1 เดือนหลังทำจมูกที่ Between Plastic Surgery
ฉันทำกับคุณหมออีจีฮวัน โดยเสริมสันจมูกแบบไม่ใช้วัสดุเทียม และใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกกับกระดูกอ่อนใบหูสำหรับปลายจมูก พร้อมทั้งแก้จมูกชมพู่ด้วย หลังจากอ่านรีวิวและเชื่อในรสนิยมด้านความสวยของคุณหมอแล้วก็เข้าปรึกษา…
รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review3 ส.ค. ในที่สุดก็มาจบที่จมูกในชีวิตนี้แล้ว ♥
หลังผ่าตัดครั้งแรก ปลายจมูกตกลงและดูทู่ขึ้น พอมองจากด้านหน้าก็รู้สึกว่าขาดมิติอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันเครียดมาก นี่เป็นการผ่าตัดแก้จมูกครั้งที่สอง เลยคิดว่าครั้งนี้ต้องเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ…