เมื่อก่อนแค่ส่องกระจกก็เครียดแล้ว T_T เวลา ถ่ายรูปก็มักจะมองที่ช่วงคางก่อนเสมอ แล้วยังเผลอไปกังวลสายตาคนอื่นอยู่ตลอด ความมั่นใจก็ลดลงไปเยอะมาก แต่งหน้าก็ยังรู้สึกว่าไม่ถูกใจ สวยจัดแค่ไหนก็ไม่ค่อยพอใจ สุดท้ายเหมือนความสนุกในการแต่งตัวแต่งหน้าก็ค่อยๆ หายไป เพราะงั้นฉันเลยคิดเรื่องผ่าตัดขากรรไกรอยู่นานมาก แต่พอเห็นรีวิวเรื่องผลข้างเคียงทีไรก็ยิ่งกลัว เลยลังเลมาตลอด
แต่พอได้เข้าปรึกษา ความคิดของฉันก็เปลี่ยนไปเยอะมาก คุณหมออธิบายอย่างละเอียดว่าจากรูปหน้าของฉันจะเปลี่ยนไปในลักษณะไหนได้บ้าง และพูดไปในทางที่เป็นธรรมชาติ เข้ากับใบหน้ามากกว่าดูเวอร์เกินไป ทำให้ฉันรู้สึกเชื่อมั่น เลยตัดสินใจผ่าตัดอย่างจริงจัง และตอนนี้ก็มีแต่ความคิดว่าตัวเองตัดสินใจทำได้ถูกสุดๆ
แน่นอนว่าช่วงฟื้นตัวแรกๆ ก็มีอาการบวมและค่อนข้างลำบากอยู่บ้าง แต่พอเวลาผ่านไปแล้วเห็นเส้นกรอบหน้าค่อยๆ เรียบสวยขึ้น ก็เผลอจ้องกระจกอยู่คนเดียว haha เมื่อก่อนฉันไม่ชอบถ่ายรูป แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายหยิบกล้องมาถ่ายเซลฟี่ก่อน แถมยังใช้ชีวิตกับความสนุกในการแต่งหน้าและเลือกเสื้อผ้าอีกด้วย!! คนรอบข้างก็บอกว่าบรรยากาศโดยรวมเปลี่ยนไป ดูมั่นใจขึ้นมาก เลยยิ่งพอใจเข้าไปอีก
ที่สำคัญที่สุดคือพอความเครียดเรื่องรูปหน้าลดลง การเจอผู้คนก็สบายขึ้นมาก ความรู้สึกห่อเหี่ยวเกร็งๆ ที่เคยมีอยู่ก็หายไปเยอะ คุณหมอให้คำปรึกษาอย่างละเอียดมาก ส่วนผู้จัดการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ดูแลเอาใจใส่ฉันมากเหมือนกัน เลยรู้สึกขอบคุณมาก!! ทุกวันนี้ยังรู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่ส่องกระจก และพอใจจนรู้สึกว่าเวลาที่เคยกังวลเรื่องผ่าตัดขากรรไกรไปนั้นช่างน่าเสียดายจริงๆ!!! มีความสุขมากๆ!!!!!!