ผิวฉันเดิมทีก็บางมากอยู่แล้ว เลยเหมือนอาการหย่อนคล้อยมาถึงเร็วกว่าคนวัยเดียวกัน พออายุมากขึ้น ร่องแก้มก็ลึกขึ้นจนเครียด และอยู่ๆ แก้มกับรอบปากก็เริ่มหย่อนให้เห็นชัด ทำให้ดูแก่ขึ้นมาก ตอนแรกฉันลองหาข้อมูลเรื่องฟิลเลอร์? แต่พออ่านโพสต์ในคอมมูนิตี้กับคาเฟ่ก็พบว่า ถ้าคนผิวบางแบบฉันและมีอาการหย่อนอยู่แล้ว ฉีดฟิลเลอร์ผิดวิธีอาจยิ่งทำให้หย่อนมากขึ้นเพราะน้ำหนัก หรือทำให้เป็นลอนๆ ขรุขระได้... ก็เลยอ่านเจอโพสต์ที่บอกว่ามินิลิฟต์ที่ดึงขึ้นแบบชัดเจนเป็นทางเลือกที่สมจริงกว่ามากทั้งเรื่องการคงผลและผลลัพธ์ เลยหันมาทางผ่าตัดไปเลย ถ้าจะต้องเสียเงินและลำบากอยู่แล้ว ฉันคิดว่าขอแบบเป็นธรรมชาติแต่เห็นผลชัดจะดีกว่า เลยเริ่มเดินหาปรึกษาหลายที่ หลังจากไปมาหลายแห่ง ฉันได้คุยกับผู้อำนวยการ Jang Woo-seok ที่ Clinic A แล้วพอเห็นหน้าฉันปุ๊บ คุณหมอก็อธิบายละเอียดมากว่าผิวฉันหนาบางแค่ไหน ไขมันไปกองและหย่อนตรงไหน และควรดึงไปทางไหนถึงจะไม่เกินพอดี? คุณหมอบอกชัดเลยว่าไม่ใช่ดึงเยอะแล้วจะดี แต่ต้องให้เข้ากับสภาพผิวของฉัน! พูดตรงๆ เรื่องลิฟต์ที่ฉันกังวลมากที่สุดคือรอยแผลเป็นกับช่วงพักฟื้น แต่เขาบอกว่ามินิริฟติ้งจะเน้นบริเวณรอบปากกับแก้มที่ฉันกังวลเป็นหลัก เลยมีภาระเรื่องแผลน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า ทำให้ฉันสนใจมากขึ้น พอกังวลว่าหน้าจะถูกดึงจนดูปลอมและไม่เป็นธรรมชาติเลยถามเยอะมาก คุณหมอก็โชว์เคสก่อน-หลังของคนไข้หลายคน โดยเฉพาะคนที่มีสภาพผิวคล้ายฉัน พร้อมทั้งช่วยกำหนดเส้นยกให้ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ฉันสบายใจขึ้น โดยเฉพาะเคสที่แก้ปัญหาหย่อนคล้อยบริเวณรอบปากและแก้มได้ดี ซึ่งเป็นจุดที่ฉันกังวลที่สุด พอเห็นแล้วหลังปรึกษาก็มั่นใจเลยว่าต้องทำที่นี่ เลยนัดทันทีแล้วผ่าตัดเลย! ตอนนี้ผ่านมาระยะหนึ่งหลังผ่าตัดแล้ว ผลลัพธ์พอใจกว่าที่คิดมาก! ผิวหย่อนรอบปากกับแก้มที่เคยเป็นจุดเครียดที่สุดถูกจัดระเบียบเรียบร้อย ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้นโดยรวม คนรอบตัวก็ถามว่าฉันลดน้ำหนักหรือเปล่า หรือบอกว่าดูหน้าดีขึ้น ดีที่มันไม่ดูเหมือนทำมาแบบชัดๆ หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ~~~ ดูจากรูปก็จะเห็นว่าบริเวณแผลก็เรียบร้อยมาก! ดูไม่ออกเลยใช่ไหมว่าทำมา?? แล้วถ้าจะเล่าเรื่องการฟื้นตัวจริงๆ ก็ต้องบอกว่าแทบไม่เจ็บเลย! เป็นแบบตุบๆ นิดหน่อย? การฟื้นตัวก็ดูเร็วพอสมควร~ ผลออกมาสวยเรียบร้อย เลยช่วงนี้ฉันแนะนำให้เพื่อนๆ ที่กังวลเรื่องหย่อนคล้อยเพราะผิวบางแบบฉันกันเต็มที่ lol ฉันเคยลังเลมากเพราะคำว่าลิฟต์ฟังดูน่ากลัว แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่เหมาะกับปัญหาของตัวเองจริงๆ!
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. เลเซอร์
ฉันไปทำเลเซอร์มา และทำแค่ 1 ครั้งเพื่อเอาจุดด่างดำออก แต่แค่ครั้งเดียวยังได้ผลแบบโคตรดีเลย ฉันไม่หลงไปกับแพ็กเกจ แต่ยึดมั่นทำแค่ครั้งเดียว และก็ดีมากจริงๆ พอสะเก็ดหลุดหมดแล้ว…
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. ไปทำ InMode FX ที่คางสองชั้นมา
ฉันจ่ายแบบ full face แต่บอกว่าจะเอาแค่คางสองชั้น คนประสานงานบอกว่าทำได้ทันที แต่พอหมอเข้ามากลับกังวลว่าจะร้อนเกินไป บอกว่าถ้าร้อนให้รีบบอก แล้วก็เช็กอาการตลอด ซึ่งยิ่งทำให้ฉันไว้ใจมากขึ้นฉันใช้เวลาของ full face ไปกับคางสองชั้นอย่างเดียวเลย
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. เติมแก้มตอบแล้วแต่แทบไม่เห็นรอยเลย lol รีวิว Juvgel Volum แบบจริง
ตอนแรกฉันเป็นคนที่กลัวฟิลเลอร์มาก แต่พอเขาบอกว่า Juvgel Volum แตกต่าง เลยรวบรวมความกล้าแล้วไปทำ haha จริงๆ แล้วร่องแก้มกับแก้มตอบเป็นปมของฉัน แต่แต่งหน้าก็มีขีดจำกัดเหมือนกันใช่ไหม?? ก็เลยหาข้อมูลอย่างจริงจัง พอเห็นรีวิวเยอะมากว่าของ…
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. ฟิลเลอร์ร่องใต้ตา
เพื่อนบอกว่าที่นี่ทำดี ฉันเลยไปทำ แล้วหน้าแบบทรงถั่วลิสงก็改善ขึ้นทันที.. ชอบตรงที่เขาเน้นความเป็นธรรมชาติเหมือนฉันมาก แต่ราคานี่แรงมาก.. สมแล้วที่พอใช้เงินแล้วมันไม่อาจไม่สวยขึ้นได้ แต่คงจะทำกับคุณหมอหัวหน้าอย่างเดียวเลยนะ…
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. Ulthera Prime ครบ 2 เดือนแล้ว แนวกรามก็ดูชัดขึ้นจริงเหรอ?!
ฉันทำ Ulthera Prime มาได้ประมาณ 2 เดือนพอดีเลย 555 ตอนแรกบอกตรง ๆ ว่าไม่ได้คาดหวังมาก เพราะได้ยินมาว่าหัตถการยกกระชับมันไม่ได้เห็นผลชัดทันที แต่พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกว่าเส้นกรอบหน้าค่อย ๆ เรียบและชัดขึ้น เลยค่อนข้างพอใจนะ ฮ่าๆ หลังทำใหม่ ๆ…
รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review22 มิ.ย. พ่อของฉันลำบากเพราะคาง.. ดีขึ้นเพราะ Volume..
ตั้งแต่ 4 ปีก่อน คุณพ่อมีปัญหาที่กล้ามเนื้อกรามนิดหน่อย เลยฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำทุก 6 เดือน... ตอนแรกก็ยังได้ผลโอเคอยู่ แต่พอทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพก็เริ่มลดลงเพราะดื้อยา.. เลยตั้งแต่ 1 ปีที่แล้วก็ไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์แล้ว แต่พอไม่ได้ฉีดอีก